สังคม
“มาดามเก่ง” เปิดใจดรามาเซียนพระ “หนุ่ม นครปฐม” โต้กลับปมดีลพระ 65 ล้าน
11 ชั่วโมงที่แล้ว
68 views
ความเคลื่อนไหวในวงการพระเครื่องและเซียนพระชื่อดังหลายคน กับมาดามเก่ง ยังไม่จบ หลังมาดามเก่ง ออกมาแถลงเปิดใจถึงคดีเช็คมูลค่า 65 ล้านบาท พร้อมพาดพิงถึงกลุ่มเซียนพระชื่อดัง "เจน ปิยะทัศน์ - ต้อม นครสวรรค์ - หนุ่ม นครปฐม" ซึ่งเป็นคู่กรณีในดีลซื้อขายพระเครื่อง 53 องค์ มูลค่ามหาศาลถึง 65 ล้านบาท
มาดามเก่ง ระบุว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดจากการตกลงซื้อขายพระเครื่องจำนวน 53 องค์ มูลค่ารวมกว่า 65 ล้านบาท กับกลุ่มเซียนพระ 3 คน คือ เจน ปิยะทัศน์, ต้อม นครสวรรค์ และ หนุ่ม นครปฐม โดยในวันทำสัญญา เธอได้เซ็นเช็คส่วนตัวไว้เป็นหลักประกันการซื้อขายตามปกติ
แต่หลังจากนั้นกลับพบความผิดปกติ เนื่องจากพระบางส่วนในชุดดังกล่าว ถูกนำไปจำนำหรือวางค้ำประกันไว้กับบุคคลอื่น ทำให้ไม่สามารถส่งมอบพระได้ครบตามข้อตกลง จึงเกิดการเจรจาให้มีการไถ่ถอนพระคืน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้
มาดามเก่งยืนยันว่า ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจ "อายัดเช็ค" เพื่อป้องกันความเสียหาย พร้อมเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ทันที ไม่ใช่การจงใจออกเช็คเด้งอย่างที่ถูกกล่าวหา
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึง คือกรณีที่ "เจน ปิยะทัศน์" ออกมาให้ข้อมูลว่า มาดามเก่งมีหมายจับและหลบหนีคดี ซึ่งมาดามเก่งชี้แจงว่า เคยถูกออกหมายจับจริง แต่เป็นผลจากการสื่อสารคลาดเคลื่อน หลังย้ายที่อยู่ไปที่ เพื่อบริหารจัดการด้านภาษี ทำให้ไม่ได้รับหมายเรียกตามที่อยู่เดิม
เมื่อทราบเรื่อง เธอจึงรีบเข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมวางหลักทรัพย์เป็นเงินสด 4 ล้านบาท เพื่อประกันตัวและต่อสู้คดีตามขั้นตอนกฎหมาย ยืนยันว่าไม่เคยคิดหลบหนี
มาดามเก่งยังเปิดเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการได้มีคำสั่ง "ไม่ฟ้องเด็ดขาด" ในคดีเช็ค 65 ล้านบาทดังกล่าวแล้ว พร้อมโชว์หลักฐานบันทึกประจำวันต่อสื่อมวลชน
อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่าทางคู่กรณียังสามารถใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องต่อศาลเองได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอนัดไต่สวนมูลฟ้องในช่วงปลายเดือนนี้ โดยเธอพร้อมนำหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป
ล่าสุดทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้คุยกับ หนุ่ม นครปฐม โต้กลับ มาดามเก่ง ปมดีลพระ 65 ล้าน ยันไม่ได้ร่วมขบวนซื้อขายพระดังกล่าวตั้งแต่ต้น แค่ถูกโทรตามไปช่วยประเมินราคา ก่อนเล่าย้อนนาทีถูกดักทำร้าย เชื่อโยงใยเกี่ยวข้องกับมาดามเก่ง
หนุ่ม นครปฐม ระบุว่า วันที่เกิดเหตุซื้อขายพระเครื่องชุด 53 องค์ มูลค่า 65 ล้านบาทนั้น ตนไม่ได้เดินทางไปพร้อมกลุ่มเซียนพระคนอื่น และไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการซื้อขายพระเกิดขึ้น เพิ่งมารู้ภายหลังเมื่อมาดามเก่งโทรศัพท์ตามให้เข้าไปช่วยดูพระและประเมินราคา เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีความสนิทสนมและทำธุรกิจร่วมกันอยู่แล้ว
เมื่อเดินทางไปถึง พบว่าในสถานที่ดังกล่าวมี เจน ปิยะทัศน์, ต้อม นครสวรรค์ และ ตี๋ตื่น รวมถึงมาดามเก่งอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว โดยหน้าที่ของตนมีเพียงช่วยดูพระ ประเมินราคา และจดมูลค่าของพระแต่ละองค์เท่านั้น ส่วนเรื่องราคาซื้อขายสุดท้ายเป็นการตกลงกันเองระหว่างมาดามเก่งกับ เจน ปิยทัศน์
หนุ่ม นครปฐม เจ้าตัวยืนยันชัดว่า พระชุดดังกล่าวไม่มีของตนแม้แต่องค์เดียว และไม่เคยร่วมทำธุรกรรมซื้อขายพระกับเจน ปิยะทัศน์ มาก่อน พร้อมมองว่าการแถลงของมาดามเก่งทำให้สังคมเข้าใจผิด เหมือนตนและเซียนพระอีก 2 คน คือ เจน และ ต้อม ร่วมกันนำพระไปขายหรือหลอกลวง ทั้งที่ข้อเท็จจริงตนเข้าไปเพียงเพื่อช่วยประเมินราคาเท่านั้น
แต่สุดท้ายมาดามเก่ง ให้ตน และต้อมนครสวรรค์ เป็นผู้รับซื้อพระชุดดังกล่าว แบ่งกันคนละครึ่ง คือ 37.5 ล้านบาท ซึ่งจะมีส่วนต่างเพิ่มขึ้นมา 10 ล้านบาทเป็น 75 ล้านบาท 10 ล้านบาท เป็นกำไรในส่วนของมาดามเก่ง ส่วนพระเครื่องทั้ง 53 องค์ เป็นหน้าที่ของตนและต้อม นครสวรรค์ที่จะต้องนำไปขายต่อและเคลียร์เงินกับมาดาม 75 ล้านบาท และมาดามก็จะต้องนำไปเคลียร์กับ เจน ปิยทัศน์ 65 ล้านบาท แต่เนื่องจาก ต่อมา ต้นและต้นนครสวรรค์มีปัญหากันเรื่องจำหน่ายพระชุดดังกล่าว ไม่สามารถหาเงินมาได้ทัน ทำให้เช็คที่เซ็นไว้ทั้งหมด 12 ฉบับให้ไว้กับมาดาม เช็คมันเลยเด้งตั้งแต่ฉบับแรก จากนั้นก็เริ่มมีปัญหากันเรื่อยมา
นอกจากนี้ หนุ่ม นครปฐม ยังเปิดเผยถึงปมหนี้สินกว่า 100 ล้านบาทกับมาดามเก่งว่า เป็นเรื่องการทำธุรกิจและผลประโยชน์ร่วมกันส่วนตัวที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับดีลซื้อ ขายพระ 65 ล้านบาทแต่อย่างใด
อีกประเด็นสำคัญ คือกรณีถูกทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 โดยหนุ่ม นครปฐม ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ มาดามเก่งเป็นคนนัดให้ไปพบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อพูดคุยสรุปบัญชีหนี้สิน และให้ตนไปเปิดห้อง Private Room รอ
แต่เมื่อไปถึงและนั่งรออยู่ภายในห้องสักพัก กลับมีชาย 2 คน เดินเข้ามาก่อเหตุทำร้ายทันที โดยใช้อาวุธของแข็งฟาดเข้าที่ศีรษะหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บหนัก พร้อมเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเชื่อมโยงกับมาดามเก่งโดยตรง เพราะไม่มีใครรู้กำหนดการนัดหมายในวันนั้น นอกจากตนกับมาดามเก่ง
หนุ่ม นครปฐม ยังเล่าว่า หลังถูกทำร้าย สุขภาพร่างกายเปลี่ยนไปอย่างมาก ทั้งอาการมึนงง ความจำลดลง และสายตาพร่ามัว โดยเฉพาะในวันเกิดเหตุที่มองเห็นภาพดับวูบไปชั่วขณะ ขณะที่คดีจนถึงขณะนี้ผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว แต่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ พร้อมยอมรับว่า ปัจจุบันยังใช้ชีวิตด้วยความระแวงและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/QZllY6h0Uws
แท็กที่เกี่ยวข้อง มาดามเก่ง ,เซียนพระ