สังคม
ตั้งข้อหาหนัก 8 ตร.ฉาวบุกบ้านรีดทรัพย์ โทษสูงสุดประหารชีวิต
31 มี.ค. 2569
27 views
จากกรณีที่ตำรวจ 8 นาย บุกบ้านสองผัวเมียข่มขู่รีดทรัพย์ ทองคำหนัก 2 บาท ล่าสุด รองจเรตำรวจแห่งชาติ ยืนยันมีพยานทั้งบุคคลและหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เรียกผู้เสียหายชี้ยืนยันตัวแล้ว เตรียมตั้งข้อหาหนักโทษสูงสุดประหารชีวิต
เมื่อวานนี้หลังจบรายการโหนกระแส พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน / ช่วยราชการตำรวจภูธรภาค 1 / พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี / พ.ต.อ.จรินทร์ อธิบธานนท์ ผู้กำกับการ สภ.ธัญบุรี และคณะกรรมการสอบสวนวินัยตำรวจ เข้าประชุมติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้เสียหาย รวมถึงพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยมี นายเอกภพ เหลือง ประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว และหลังจากนี้จะมีการสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะพฤติการณ์ในวันเกิดเหตุ
ในส่วนของคดีวินัย ผู้บังคับการได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันแรกที่รับทราบเรื่อง โดยมีรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานคณะกรรมการ ตรวจสอบควบคู่ไปกับคดีอาญา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริง และจะรายงานผลเบื้องต้นให้ผู้บังคับการพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน
รองจเรตำรวจแห่งชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจภูธรภาค 1 ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทั้งกับผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวหา
ขณะเดียวกัน ในกระบวนการสอบสวน มีการนำภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้เสียหายชี้ยืนยันแล้วทั้ง 8 นาย ก็จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับตำรวจที่ถูกกล่าวหา ทั้ง 8 นาย พบว่ามียศตั้งแต่ระดับสารวัตร รองสารวัตร ไปจนถึงชั้นประทวน สังกัดกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี
ด้าน พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบชื่อและตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นายแล้ว โดยทั้งหมดเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือ นปพ. สังกัดกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี
จากการสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหาให้การว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ จึงรวบรวมพยานหลักฐานไปขอศาลออกหมายค้นและหมายจับ ซึ่งศาลจังหวัดธัญบุรีได้อนุมัติหมายค้นอย่างถูกต้อง ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจค้น กลับมีข้อกล่าวหาจากผู้เสียหายว่า ถูกควบคุมตัวไปที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี และมีพฤติการณ์ข่มขู่เรียกทรัพย์ ซึ่งในประเด็นนี้ ผู้บังคับการฯ ระบุว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ต้องตรวจสอบ โดยฝ่ายผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบไทม์ไลน์พบข้อพิรุธหลายจุด โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. และเสร็จสิ้นราว 08.00 น. ก่อนพาผู้เสียหายไปที่กองกำกับการสืบสวนในเวลาประมาณ 09.00 น. แต่กลับมีการควบคุมตัวไว้นานถึงช่วงเย็นประมาณ 17.00 น. ซึ่งยังไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ชัดเจนว่า เหตุใดจึงต้องใช้เวลานานถึง 7-8 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นจากภาพวงจรปิด ที่ปรากฏพฤติการณ์เกี่ยวกับการรับส่งสิ่งของบางอย่างไปยังรถของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการเรียกรับทรัพย์หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่เตรียมเรียกสอบพยานเพิ่มเติมในทุกประเด็น
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี สำหรับตำรวจทั้ง 8 นาย ขณะนี้ยังอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของต้นสังกัด และอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนทั้งทางอาญาและวินัย โดยผู้บังคับการฯ ยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
เบื้องต้นผู้เสียหาย กล่าวหา เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจตำแหน่งโดยมิชอบคมขืนใจและจูงใจให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น โทษจำคุก 5 ปีถึง 20 ปีหรือจำคุกตลอดชีวิตหรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 4 แสนบาทหรือโทษสูงสุดประหารชีวิต และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปีหรือปรับ
รวมถึงข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว และบังคับข่มขืนใจให้ผู้อื่น ยินยอมกระทำตาม โดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตร่างกายและเสรีภาพ และข่มขู่กรรโชกทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 5 หากพบว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดจริง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดไม่มียกเว้น
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเขตสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหาย ไปร้องที่กรมคุ้มครองสิทธิ์ ที่กระทรวงยุติธรรม พี่เอก สายไหมต้องรอด กล่าวว่า หลังจากตำรวจบุกค้นบ้าน แล้วรีดทรัพย์นำทอง 2 บาทไป ผู้เสียหายรู้สึกกังวล เนื่องจากมีรถต้องสงสัยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขับมาวนเวียนและจอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน ทำให้ผู้เสียหายและครอบครัวจำเป็นต้องหลบไปนอนที่อื่น ตนจึงพาผู้เสียหายเดินทางมาทำเรื่องคุ้มครองพยานที่กระทรวงยุติธรรม
เอก สายไหมต้องรอด ยังบอกอีกว่า คดีดังกล่าวต้องขอบคุณ ท่านพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ รวมถึง พลตำรวจตรี พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี) ที่ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วนและทราบมาว่าอีก 2 วันจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นายออกจากราชการ
ด้านผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังจากที่เมื่อวานที่เธอเข้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันเดียวกันเวลา 18.00 น. ก็มีรถกระบะที่ไม่รู้จักมาจอดที่บริเวณหน้าบ้านรวมถึงรถจักรยานยนต์ที่วนเวียนมาจอดที่หน้าบ้านของเธอ ทำให้เธอและครอบครัวหวาดเกรงว่าจะถูกทำร้าย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายโทรเข้ามาหาบอกว่าอยากเข้ามาคุยที่บ้าน แต่เธอเองก็ไม่ไว้ใจ เธอและสามีจึงตัดสินใจพาลูกหนีออกจากบ้าน และต้องไปอาศัยนอนบนรถ
แท็กที่เกี่ยวข้อง รีดทรัพย์