สังคม

จับแล้วเจ้ามือพนันปั่นสามแปด ยอมชดใช้สาวเที่ยวงานวัดสูญ 3 แสน พบเหยื่อโผล่อีก สูญสร้อยทอง 1 บาท

โดย thichaphat_d

22 ก.พ. 2565

2.8K views

จับแล้วเจ้ามือพนันปั่นสามแปด หลอกสาวเที่ยวงานวัดย่านคู้บอน สูญกว่า 3 แสนบาทสารภาพรับจัดให้เล่นพนันจริง ยินดีชดใช้เงินคืนให้ผู้เสียหาย พบเหยื่อถูกหลอกเพิ่ม สูญเงิน 2,000 บาท และสร้อยคอทองคำ 1 บาท


จากกรณี ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด พา น.ส.สิริลักษณ์ เจริญกิจเจริญ อายุ 41 ปี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.คันนายาว หลังเข้าไปเดินในงานวัดคู้บอน ก่อนถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้ไปเล่นการพนัน ปั่นสามแปด ทำให้สูญเงินไปกว่า 3 แสนบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ล่าแก๊งชายฉกรรจ์ ต้อนสาวเข้าซุ้มปาโป่งงานวัด รุมล้อมบังคับเล่นพนัน สูญเกือบ 3 แสน



ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ก.พ. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.คันนายาว โดยฝ่ายสืบสวนสนคันนายาว สามารถติดตามตัวเจ้ามือที่มีการจัดให้เล่นปั่นสามแปด ภายในวัดคู้บอน

ทราบชื่อนายธีรวัฒน์ ผะอบเหลือง อายุ 33 ปี ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้ามือตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.คันนายาว จึงทำการสอบสวนพร้อมแจ้งข้อหา จัดให้มีการเล่นการพนัน (ปั่นสามแปด ) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานาสอบสวนดำเนินคดี


จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าตนเองได้เป็นผู้ลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนัน (ปั่นสามแปด ) จริงซึ่งยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายตามที่เสียหายไป




ต่อมาเวลา 12.00 น. ( 21 ก.พ.) นางสาวธมวรรณ อายุ 27 ปี ผู้เสียหายอีกคนที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพรายนี้หลอกให้เล่นปั่นสามแปด สูญเงิน 2000 บาท และสร้อยคอทองคำ 1 บาท อีก 1 เส้น ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพรายนี้

ด้าน พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.คันนายาว เผยว่า เมื่อวานฝ่ายสืบสวนได้ออกหาข่าวจนทราบตัวผู้ที่จัดให้เล่นการพนันดังกล่าวแล้วซึ่งก็รับสารภาพว่าเป็นผู้จัดจริง พนักงานสอบสวนจึงทำการสอบปากคำ และเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้นำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลแขวงมีนบุรี เป็นที่เรียบร้อย

ในส่วนที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมนั้น ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ก็รับเรื่องเอาไว้ก่อนและจะนัดให้มาสอบปากคำอีกครั้ง ส่วนที่ผู้เสียหาระบุว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ปิดกั้นยืนล้อมไม่ให้ไปไหนนั้น ส่วนนี้ต้องมาดูในรายละเอียดว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่

หากพบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวจริงก็ต้องติดตามตัวมาดำเนินคดีด้วยทั้งหมด ซึ่งก็ต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายทั้ง 2 คนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเสียก่อน

ในส่วนการเจรจาเรื่องทรัพย์สินที่ถูกเอาไปนั้น ในส่วนก็ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายเองว่า มีการตกลงเจราจากับคู่กรณีไว้อย่างไร หรือถ้าหากมีการตกลงคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหายไปแล้ว ในส่วนนี้ผู้เสียหายก็สามารถถอนคำร้องแจ้งความได้ เนื่องจากเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งสามารถยอมความกันได้

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางนางสาวธมวรรณ ได้เดินทางมาที่สน.คันนายาวอีกครั้ง ภายหลังได้รับการประสานจากคู่กรณีว่าจะนำทองคำที่เอาไปมาคืนให้ ซึ่งหลังได้รับของคืนก็ได้เดินทางมาถอนแจ้งความเรียบร้อยแล้ว

คุณอาจสนใจ

Related News