สังคม

น้ำท่วมน่านเริ่มคลี่คลาย นายกเทศมนตรี ประเมินรอบนี้หนักสุดในประวัติศาสตร์ เสียหายไม่ต่ำกว่าพันล้าน

24 ส.ค. 2567

122 views

สถานการณ์น้ำท่วมในเขตจังหวัดน่านเริ่มคลี่คลาย แต่ยังท่วมหนักในหลายพื้นที่ รวมถึงมีความเสียหายอย่างหนักโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองน่าน ที่นายกเทศมนตรีเมืองน่าน คาดว่าจะเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และเป็นน้ำท่วมหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ของจังหวัดน่าน ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ระดมกำลังในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเร่งด่วนและเตรียมการในการฟื้นฟู โดยวันนี้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ประสบภัยด้วย



ส่วนในเขตเศรษฐกิจเทศบาลเมืองน่าน โดยเฉพาะที่ตลาดเทซราช ซึ่งน้ำเริ่มท่วมตั้งแต่คืนวันที่ 22 สิงหาคม ระดับน้ำสูงกว่า1 เมตรน้ำเริ่มลดลงเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ร้านค้าเริ่มมาทำความสะอาด ซึ่งเสียหายอย่างหนัก เพราะน้ำท่วมหนักกว่าปี2549 ที่ท่วมสูงสุดในรอบ 50 ปี และจากระดับน้ำสูงสุดในแม่น้ำน่าน ทำให้น้ำท่วมรอบนี้สูงที่สุดในจังหวัดน่าน ในชั่วชีวิต 100 ปีก็ยังไม่เคยเกิดบ้านนี้ แม้ทางเทศบาลเมืองน่านจะแจ้งเตือนภัย แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะท่วมหนัก ทำให้เก็บของไม่ได้ขึ้นที่สูง จึงเสียหายอย่างหนัก เช่นร้านขายอุปกรณ์เครื่องยนต์ ก็ยอมรับว่าคงขายไม่ได้แล้ว เครื่องมือที่พอใช้งานได้หลังทำความสะอาดจะเอาไปให้วิทยาลัยอาชีวะให้เด็กได้ฝึกเรียน



สำหรับตลาดเทวราช และร้านค้าใกล้เคียงก็เสียหายหนัก เช้าวันพรุ่งนี้ทางเทศบาลเมืองน่านจะเร่งทำความสะอาดในจุดที่น้ำลด แต่ยังมีหลายจุดที่คาดว่าต้องใช้เวลา 1-2 วัน โดยนายกเทศมนตรีเมืองน่าน ยอมรับว่าน้ำท่วมครั้งนี้มาจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ด้านบนของเขตเทศบาลเมืองน่าน และในพื้นที่เมืองน่านฝนสะสมมีปริมาณสูง ทำให้ระดับน้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และสูงสุดในรอบกว่า 100 ปี แม้จะแจ้งเตือนภัยแต่ชาวเมืองน่านไม่คิดว่าจะท่วมหนัก หลังจากนี้ต้องเร่งฟื้นฟู เยียวยาให้ผู้ประสบภัย และป้องกันไม่ให้น้ำท่วมซ้ำ โดยประเมินความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท



การลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วม จ.น่าน ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มี นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และแกนนำพรรค ร่วม ให้กำลังใจผู้ประสบภัยในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน โดยได้ร่วมประกอบอาหารที่โรงครัว ซึ่งนายกรัฐมนตรี ช่วยปรุงอาหาร ทอดไข่เจียว ผัดเส้น และช่วยทำข้าวผัดเมืองแพร่ ร่วมกับใน นพ.ชลน่าน และบรรจุอาหารใส่ถุง เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยในจุดที่น้ำยังท่วมสูง ซึ่งอาสาสมัครได้มอบกล้วยหอมให้ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทำอะไรง่ายๆ



นางสาวแพทองธาร ได้ลงเรือไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่บ้านภูมินทร์-ท่าลี่ ซึ่งยังประสบกับปัญหาน้ำท่วมสูง ก่อนจะลงเรือแจกของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ชุมชนบ้านภูมินทร์-ท่าลี่ จังหวัดน่าน เพื่อมอบอาหารและถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมสูง จนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องตัดกระแสไฟ โดยชาวบ้านต่างพากันยินดีที่ได้พบนางสาวแพทองธาร และขอบคุณที่เดินทางมาเยี่ยมถึงพื้นที่ พร้อมระบุว่า ดีใจที่เห็นนางสาวแพทองธารมาด้วยตนเอง ขอให้มาบ่อย ๆประชาชนจะได้มีกำลังใจ



ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าเมื่อปฏิบัติหน้าที่เต็มตัวแล้วจะมาในทันที และต้องมีมาตรการต่างๆทั้งในการช่วยเหลือและการแก้ปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือ รวมถึงหลายพื้นที่น่าเป็นห่วงเช่นที่จังหวัดภูเก็ตด้วย ส่วนที่จังหวัดน่านได้รับรายงานว่า สถานการณ์น้ำเริ่มดีขึ้นแล้ว และในพื้นที่ภาคกลางตอนนี้มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำไว้พอสมควร ซึ่งจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิดจาก สส.อีกครั้ง



นางสาวแพทองธาร ขอโทษชาวจังหวัดแพร่ที่ไม่ได้ลงพื้นที่ตามที่ได้แจ้งไว้เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนทำให้เป็นอุปสรรคในการเดินทางโดย ชุมชนบ้านภูมินทร์-ท่าลี่ ตั้งอยู่ใกล้เรือนจำจังหวัดน่าน เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดกับแม่น้ำน่าน และยังคงประสบกับน้ำท่วมสูงมากกว่า 1 เมตร ประชาชนยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเรือนของตนเอง แม้จะมีการตัดกระแสไฟฟ้า



นอกจากนี้ นางสาวแพทองธาร เดินทางไปยังวัดพระธาตุแช่แห้ง เพื่อดูโรงทานทำอาหารแจกจ่ายประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่มารับความช่วยเหลือ พร้อม ร่วมทอดหมูกับอาสาสมัครที่โรงทาน และเดินลุยน้ำเข้าไปแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับประชาชนในบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขังอยู่ พร้อมสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ แสดงความห่วงใย และให้กำลังใจให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้



นางสาวแพทองธาร ยังได้พบกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่วัดภูมินทร์ อำเภอเมืองเมืองน่าน ซึ่งวันนี้น้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทำให้ได้เยี่ยมชมวัดโบราณของจังหวัดน่าน ที่สร้างมา 428 ปีแล้ว

คุณอาจสนใจ

Related News