สังคม

DSI ออกหมายจับบริษัทนำเข้าหมูเถื่อนอีก 3 บริษัท รวม 4 คน- เตรียมออกเลขคดีพิเศษเพิ่มอีก 1 คดี

13 พ.ย. 2566

109 views

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขออนุมัติหมายจับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทนำเข้าหมูเถื่อน หรือชิปปิ้งในจำนวน 161 ตู้ เพิ่มอีก 3 บริษัท จำนวนผู้ถูกออกหมายจับ 4 คน โดยก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ควบคุมตัวกรรมการ บริษัทชิปปิ้ง จำนวน 5 บริษัท ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้อง 6 คน และการสอบสวน ทั้ง 6 คน เหล่านั้น ก็คืบหน้าไปมาก ทำให้ ขยายผลไปสู่การออกหมายจับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง สั่งให้นำเข้าหมูเถื่อน ได้ 2 คน ที่่มีสถานะเป็นพ่อลูกกัน โดยมีรายงานยืนยันว่า 2 คนนี้ จะมอบตัววันพรุ่งนี้ ขณะที่อีกด้านหนึ่ง การที่ดีเอสไอ เตรียมออกเลขคดีพิเศษเพิ่มอีกคดี เพื่อตรวจสอบการนำเข้าสินค้า 2385 ตู้ ที่คาดว่าสำแดงเท็จนั้น ข่าว 3 มิติ พบข้อมูลที่เมื่อนำมาเปรียบเทียบแล้ว พบพิรุธที่เห็นได้ชัด


ข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันชัดเจนว่า วันนี้ศาลอาญาอนุมัติหมายจับตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษยื่นขอหมายจับ บริษัทที่เกี่ยวข้องนำเข้าหมูเถื่อน 161 ตู้ จำนวน 3 บริษัท โดยมีอยู่ 1 บริษัทที่มีกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม 2 คน ทำให้ผู้ถูกออกหมายจับวันนี้ 4 คน


เฉพาะ 4 คนที่ถูกออกหมายจับวันนี้ ถือเป็นกลุ่มคนแถวที่ 1 คือเป็นบริษัทนำเข้าหมูเถื่อนจากต่างประเทศ ทั้งโดยตั้งบริษัทขึ้นมาเองโดยตรงและทั้งโดยถูกชักชวน หรือว่าจ้าง ตั้งบริษัท ขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้บิลบริษัท หรือบังหน้าหรือรองรับการนำเข้าหมู้เถื่อนโดยเฉพาะ ซึ่งบริษัทที่ทำหน้าที่่นำเข้านี้ ดีเอสไอ ได้ตรวจสอบจากกรมศุลกากรและกรมปศุสัตว์ ทีมีเอกสารสำแดงการนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ 161 ตู้ พบว่ามี 10 บริบัท โดยก่อนหน้านี้ออกหมายจับแล้ว 5 บริษัท จำนวน 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คน ถูกดีเอสไอนำตัวมาสอบสวน ขยายผล


ขณะเดียวกัน จนนำไปสู่การออกหมายค้นและหมายจับในวันเดียวกัน ต่อบริษัทเวลท์ซี่ และเฮลทซี่ ฟูด จำกัด และบ.กู๊ด วิว ชอป ที่เขตดอนเมือง เมื่อปลายเดือนที่แล้ว โดยดีดีเอสไอ ระบุว่า 2 บริษันี้คือผู้สั่งให้บริษัทชิปปิ้ง โดยเฉพาะบ.มายเฮาส์ เทรดดิ้ง นำเข้าหมูเถื่อนที่อยู่ในชุด 161 ตู้ ดังกล่าว โดยผู้ต้องหา 2 คน ที่เป็นพ่อลูกกัน มีกำหนดจะมอบตัวกับดีเอสไอ วันพรุ่งนี้


นอกจากนี้เบาะแสการนำเข้าหมูเถื่อนในกลุ่ม 161 ตู้ที่เป็นคดีพิเศษไปแล้วนั้น ข่าว 3 มิติ ได้รับข้อมูลการนำเข้าสินค้าย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2563 ที่คณะทำงานคดีพิเศษ 59/2566 ระบุว่ามีพิรุธ นั่นคือการลำเข้าสินค้าประเภทเม็ดพลาสติก หรือพิลิเมอร์ในอุตสาหกรรมห้องเย็น รวมถึงสินค้าประมงที่ตอนนี้ ยังไม่มีหลักฐานว่าผิด แต่ตัวเลขการนำเข้าย้อนหลัง แตกต่างกันอย่ามีนัยยะสำคัญ


นี่คือข้อมูลการนำเข้าสินค้าของบริษัท 9 บริษัท ซึ่งบริษัทที่ปกปิดชื่อไว้นั้น อยู่ระหว่างติดตามตัว / ส่วนที่เปิดเผยชื่อ คือบริษัทที่ถูกควบคุมตัวดำเนินคดีแล้ว จะพบว่าในปี 2563 ทั้ง 9 บริษัทนี้ นำเข้าสินค้าประมง เพียง 2 ใบขน /สินค้าประเภทอุตสาหกรรม /ปศุสัตว์ หรือสิ่งปรุงแต่งไม่มีนำเข้า


แต่ในปี 2564 ปราฏว่าบริษัทที่ปกปิดชื่อไว้บนสุด นำเข้าสินค้าประมง 88 ใบขน /บริษัทลำดับที่ 2 นำเข้าสินค้าอุตสาหกรรรม คือโพลิเมอร์ 3 ใบขน -/รวมถึงบริษัท อาร์ทีเอ็น นำเข้าถึง 293 ใบขน ขณะที่บริษัทลำดับที่ 2 นำเข้าสินค้าประมง มากถึง 216 ใบขน ที่เหลือก็มี บ.มายเฮาส์ นำเข้า ประมง 39 ใบขน


ในปี 2565 มีการนำเข้าประมงอย่างคึกคัก ทัง้บริษัทแรกมากถึง 358 ใบขน บริษัทที่ 3 มากถึง 403 ใบขน และอารที์เอน นำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมมากถึง 595 ใบขน ในปีนี้บ.มายเฮาส์ นำเข้านินค้าประมง 175 ใบขน เป็นต้น


และเป็นที่น่าสังเกตุว่าในปี 2566 ทั้งกลุ่มบริษัทนี้ กลับไม่นำเข้าสินค้าใดๆ เข้ามาอีกเลย ผิดวิสัยการทำธุรกิจ โดยคณะทำงานคดีพิเศษระบุว่า มีหลักฐานที่เปิดเผยไม่ได้ตอนนี้บ่งชี้ว่า สินค้าที่อ้างว่าเป็นประมง หรือุตสหากรรม สงสัยว่าอาจเป็นหมูเถื่อนที่สำแดงเท็จเพื่อเลี่ยงภาษีศุลากร และเมื่อเร่มจับหมูเถื่อน 161 ตู้เมื่อปลายปีที่ 2565 ทำให้ไม่มีการนำเข้าสินค้าอื่นๆมาอีกเลย อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเหล่านี้ มีเอกสารหลักฐานที่จะนำสืบไปหาข้อเท็จจริงได้

คุณอาจสนใจ