สังคม

ชาวสงขลายังไม่ไว้ใจ หลังเหตุระเบิดจะนะ วอนรัฐระวังการปิดล้อม หวั่นนำสู่ความรุนแรง

4 ก.พ. 2565

100 views

เหตุปิดล้อมจับกุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อวานนี้ เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในอำเภอจะนะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลดล็อคไม่ใช้กฏหมายพิเศษมากว่า 8 ปีแล้ว แม้การปะทะจะไม่เกิดขึ้นภายในมัสยิด แต่พื้นที่โดยรอบเป็นชุมชนมีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 3 หลัง และเกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องอีก 2 จุด ส่งผลให้ประชาชนบาดเจ็บ 1 ราย ตำรวจ 2 นาย ซึ่งภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นห่วงว่า การใช้ความรุนแรงจากทั้ง 2 ฝ่าย จะถูกยกระดับความรุนแรง และทำลายบรรยากาศกระบวนการสันติภาพ



นายยุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ร่วมละหมาดวันศุกร์ กับชาวบ้านโคกเค็ต และบ้านท่าชะมวง ตำบลบ้านนา เพื่อร่วมดูอาร์ขอให้เกิดสันติสุข หลังชาวบ้านได้ผ่านเหตุการณ์ปิดล้อมจับกุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่มาหลบซ่อนตัวในโรงเรียนตาดีกาของมัสยิด จนถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิต 3 รายเมื่อเช้าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ บริเวณด้านหน้า และด้านหลังมัสยิด และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจาก 1 ในผู้เสียชีวิต และผู้ที่บาดเจ็บมอบตัว เป็นคนในพื้นที่จะนะ และการปะทะยังส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 3 หลัง รถยนต์ เสียหาย 1 คัน มีร่องรอยกระสุนปืน ซึ่งทางอำเภอได้สำรวจเพื่อช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์



สำหรับผู้เสียชีวิต 3 ราย พบว่า 1 ราย เสียชีวิตถูกยิงที่หน้าบ้านชาวบ้าน ฝั่งตรงข้ามมัสยิด นอนเสียชีวิตบนถนน รายที่ 2 เสียชวิต อยู่บริเวณหน้าบ้านของนางสุไรบ๊ะ หีมบู บริเวณหน้าประตูเหล็ก ที่พบร่องรอยการยิง 3 จุด รวมถึงที่หลังคา



นางสุไรบ๊ะ ยอมรับว่า เธอและสามีตกใจมาก เพราะเวลาประมาณ 5.30 น.ทั้งสองคนกลับจากการกรีดยาง ก็ได้ยินเสียงปืน แต่คิดว่าหม้อแปลงระเบิด สามีจะรีบออกมาดู แต่เธอเห็นผ่านหน้าต่างว่ามีเจ้าหน้าที่จึงพากันหลบอยู่ในห้อง แต่ได้แต่กลัวว่าหากเธอไม่อยู่บ้านเวลานั้น ลูกสองคนอาจเปิดประตูมาดูและอาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นได้



ชาวบ้านโคกเค็ต พูดตรงกันว่า การปิดล้อมและปะทะแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นใน อ.จะนะ จ.สงขลา เพราะไม่ใช่พื้นที่เกิดเหตุรุนแรงเหมือนในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และการปิดล้อมที่เกิดขึ้น ไม่ได้รับแจ้งมาก่อน จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะบ้านอีกหลังที่เสียหาย พบรอยกระสุนหลายนัดที่ประตูบ้าน ทะลุไปถึงตู้เย็น และกำแพงในบ้าน



ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย พบศพอยู่ตรงสวนกล้วย ด้านหลังมัสยิด และโรงเรียนตาดีกา ซึ่งนายซะการียา หวันมะ ผู้ใหญ่บ้านท่าชะม่วง ยืนยันว่า ไม่มีใครทราบว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมาใช้โรงเรียนตาดีกาในการหลบหนี เพราะโรงเรียนปิด และเพิ่งจบภารกิจการเป็นโรงพยาบาลสนาม เตรียมจะเปิดเรียนในวันเสาร์นี้ และหลังเกิดเหตุปะทะ



ผู้ใหญ่บ้าน ยืนยันด้วยว่า ไม่มีร่องรอยกระสุน ภายในโรงเรียนตาดีกา และมัสยิด ที่ผู้บาดเจ็บเข้ามาหลบซ่อนตัว ซึ่งทั้งผู้นำศาสนา และ ผู้นำชุมชน ได้ช่วยกันเจรจาเพราะเชื่อว่าการมอบตัวมาต่อสู่คดีดีกว่าการปล่อยให้เกิดการสูญเสีย รวมถึงการปิดล้อมในพื้นที่ศาสนาสถาน ที่มีบ้านเรือนประชาชนแบบนี้ อาจต้องมีการประสานผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชน เพื่อช่วยมีการเจรจา หลีกเลี่ยงการเกิดความรุนแรงที่ทำให้ประชาชนเสียขวัญด้วย



แม้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมีอาวุธและตอบโต้ทำให้ต้องตอบโต้ด้วยอาวุธกและบังคับใช้กฏหมาย จะเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายรับฟังได้ แต่จากผลกระทบที่เกิดกับบ้านเรือนประชาชน ทำให้ภาคประชาสังคม เป็นห่วงว่าจะทำลายบรรยากาศกระบวนการสันติภาพ ที่กำลังพุดคุยเรื่องการลดความรุนแรง



โดยเฉพาะเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยรอบมัสยิด เป็นสิ่งที่ฝ่ายแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบเอง ก็ต้องไม่ใช่ศาสนาสถานเป็นเครื่องมือในการหลบหนี และเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องใช้ความระมัดระวังที่จะต้องปฏิบัติตามหลักสากล เพราะครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมากในอำเภอจะนะ ที่เป็นพื้นที่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง



นอกจากนี้หลังเกิดเหตุปิดล้อม ได้เกิดเหตุวางระเบิดบริเวณทางรถไฟบ้านน้ำเค็ม ต.บ้านนา อ.จะนะ ตั้งแต่ 18.00 น.ของเมื่อวานนี้มีประชาชนตกเป็นเหยื่อบาดเจ็บ 1 ราย และเช้าวันนี้อีก 1 ลูก ส่งผลให้ตำราวจอีโอดี บาดเจ็บ 2 นาย จึงมีความเป็นห่วงว่าจะมีการยกระดับเหตุการณ์ในอำเภอจะนะ ให้ดูรุนแรง ทั้งๆที่เป็นพื้นที่นำร่องลดอำนาจทหาร และไม่ใช้กฏหมายพิเศษมา ตั้งแต่ปี 2557 และในห้วงปี 2564 พบว่ามีผู้ถูกวิสามัญฆาตกรรมไปแล้ว 20 ราย



จึงเป็นสิ่งที่ภาคประชาสังคม เสนอให้ทบทวนมาตรการการปิดล้อมเพื่อลดปัจจัยหนุนไปสู่การใช้ความรุนแรงทั้ง 2 ฝ่าย ขณะที่สถานีรถไฟจะนะ ซึ่งเคยมีการก่อเหตุวางระเบิดมาหลายครั้ง พบว่าในป้ายหมายจับผู้ต้องหา มี 3 คน ที่ถูกปิดล้อมในครั้งนี้ด้วย

คุณอาจสนใจ

Related News