เที่ยงวันทันเหตุการณ์

สะใภ้โหดตั้งกล้องซ้อมแม่ผัว อ้างแค่การแสดง ประชดสามีหนีเล่นพนันไม่กลับบ้าน

24 ก.ย. 2564

55 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.35 น.

โซเชียลแชร์สนั่น คลิปลูกสะใภ้ 2021 ตั้งถ่ายวิดีโอกระทืบแม่ย่าประชดผัว ไถเงินเล่นพนันไม่กลับบ้านกลับช่อง ฝั่งแม่ยายเข้าข้างลูกสาว ไม่ได้ทำร้าย แค่จัดฉากเตี๊ยมทำการแสดง


เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ลูกสะใภ้ 2021 ตั้งกล้องถ่ายคลิปขณะตัวเองเข้าทำร้ายแม่ผัว ทั้งกระโดดคร่อม ทุบตี ยังมีภาพใช้เท้ากระทืบไปที่ศีรษะด้วย ขณะที่คุณยายก็ร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ พร้อมถามตลอดเวลาว่า “มึงจะทำอะไรกู มึงจะทำอะไรกู”


หลังคลิปนี้เผยแพร่ออกไป พันตำรวจเอก ประเวศ ศรีนาค ผู้กำกับการ สภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย ทีม พมจ.พระนครศรีอยุธยา ได้พายายวัย 74 ปี ที่ถูกลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกาย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา หลังสอบปากคำเสร็จได้ส่งคุณยายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา


เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ เผยว่า คุณยายวัย 74 ปี อยู่กับลูกสะใภ้ตั้งแต่ปี 2556 อยู่กันทั้งหมด 6 คน มีคุณยาย ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลาน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกาย โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ก็เคยถูกทำร้ายมาแล้ว ตอนนั้นได้เชิญตัวลูกสะใภ้มาพูดคุย ทำบันทึกตกลงว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่ก็ยังเกิดเหตุซ้ำ ครั้งนี้จึงต้องแจ้งความ หลังจากนี้คุณยายบอกว่า ถ้าเขาให้ไปไหนก็ไป เดี๋ยวจะไปอยู่กับลูกหลานในจังหวัดขอนแก่น ตอนเกิดก็ตกใจ ตอนถูกทำร้ายก็มีเจ็บบ้าง แต่ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว


ผู้กำกับการ สภ.พระนครศรีอยุธยา บอกว่า วันนี้จะเรียกลูกสะใภ้มาสอบปากคำ เท่าที่ทราบจากลูกชายของคุณยาย บอกว่า เมียทะเลาะกับตนเองจนเกิดความเครียด จึงไปลงกับแม่ผัว ซึ่งการดำเนินคดีทำร้ายร่างกาย จะมีอัตราโทษอย่างไร ต้องดูบาดแผลจากใบรับรองแพทย์อีกครั้ง


ทีมข่าวไปที่บ้านที่เกิดเหตุ ในอำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา พบกับลูกสะใภ้ของคุณยายอายุ 35 ปี บอกว่า ที่ทำลงไปเพราะโมโหที่ผัวไม่ยอมกลับบ้าน โดยหายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน ตอนแรกขอเงิน 200 บาท อ้างออกไปทำธุระ จากนั้นก็ขอเพิ่มอีก 200 บาท อ้างว่า ลูกปืนมอเตอร์ไซค์แตก จากนั้นก็ยังบอกว่าค่าซ่อมรถไม่พอ ให้ตนไปยืมเงินคนอื่นมาอีก 300 บาท ตนก็ยังโอนไปให้


ผ่านไปหลายชั่วโมง มาบอกว่าเงินไม่เข้าบัญชี ให้โอนเพิ่มอีก 500 บาท ตนก็โมโห แต่ยังโอนไปให้อีก 500 บาท หลังจากนั้นอ้างว่าโดนจับตัวเอาไว้ ถ้าอยากให้ออกไปได้ต้องจ่ายอีก 1,000 บาท ตนก็ให้ไป รวมแล้ว 2,700 บาท แต่ก็ยังไม่กลับบ้าน ตนมั่นใจว่า ผัวออกไปเล่นพนันออนไลน์ แต่อ้างว่าทำธุระจึงพยายามบอกให้กลับ ผ่านไป 1 คืน ก็ยังไม่ยอมกลับสักที ตอนเที่ยงของวันที่ 22 กันยายน จึงขู่ว่า ถ้าไม่กลับมาจะตีแม่ คิดว่า ยังไงต้องกลับมาเพื่อไม่ให้แม่ถูกตี จนถึงบ่าย 3 ก็ยังไม่กลับมา จึงต้องถ่ายคลิปส่งไปให้ดู


ยืนยันว่าไม่ได้ทำรุนแรง เป็นแค่การแสดง แค่ผลัก ส่วนที่เห็นเท้าเหยียบคอเป็นการเดินข้าม ไม่ได้ถีบ พร้อมบอกแม่ผัวว่า ที่ต้องเป็นแบบนี้เพราะลูกแม่เอง ภาพที่ออกไปดูรุนแรง แต่ตนไม่ได้ตั้งใจให้เจ็บตัว แค่สื่ออารมณ์ว่าตนโมโหเท่านั้น และตนให้โอกาสสามีมา 2 วันแล้ว หลังเกิดเหตุตนยังนั่งทายา และหาข้าวให้แม่ผัวกินตามปกติ ส่วนผัวตัวดี เพิ่งกลับบ้านเช้าวันที่ 23 กันยายน ต่างก็ขอโทษซึ่งกันและกัน


ตอนนี้ขอรอดูพฤติกรรมของผัวว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะทุกวันนี้ตนทำงานหาเลี้ยงทั้งครอบครัว 6 ชีวิต แต่ผัวไม่เคยทำงานช่วยครอบครัวเลย ซ้ำยังมากดดันให้ตนเกิดความเครียด พร้อมอยากฝากบอกสังคมว่า อยากให้ทุกคนมาอยู่ในจุดนี้ จะได้รับรู้ว่าคนที่ถูกกระทำไม่ใช่อีกฝ่ายคนเดียว


ด้านนายต้น ตัวต้นเรื่อง ยอมรับว่า ตัวเองเป็นฝ่ายผิด เพราะออกไปเล่นการพนัน และยังโทรศัพท์มาบอกให้โอนเงินให้หลายครั้ง ส่วนที่เมียทำร้ายแม่ เพราะตนกลับบ้านไม่ตรงเวลาตามที่กำหนดไว้ เมียคงหมดความอดทนแล้ว ตนก็เสียใจ หลังจากนี้จะพาแม่ไปดูแลที่ต่างจังหวัด


ด้าน น.ส.สุปราณี มีรอยช้ำที่ต้นแขนทั้ง 2 ข้างขนาดใหญ่ ทีมข่าวพยายามสอบถาม น.ส.สุปราณี ว่าเจ็บหรือไม่ เจ้าตัวบอกว่าไม่เจ็บ ส่วนจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นหรือไม่ก็แล้วแต่ญาติ ๆ เมื่อวานช่วงเกิดเหตุยอมรับว่าตกใจ ตนโดนแบบนี้ไม่บ่อย ทั้งนี้ นายต้นบอกว่าแม่มีอาการอัลไซเมอร์เล็กน้อย รู้ว่าเคยถูกกระทำ แต่ไม่ได้จำและไม่โกรธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ด้านนางไมมูนะ รื่นพิทักษ์ อายุ 46 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนสังเกตว่านางสูนียะ ลูกสะใภ้ก็ดูปกติดี ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว เจ้าตัวเคยมาเล่าว่าสามีไม่ทำงาน ต้องทำงานคนเดียว ตนยังเห็นใจ แต่เมื่อเห็นคลิปแล้วตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเป็นคนแบบนี้


โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตนได้ยินเสียงร้องออกมาจากบ้านที่เกิดเหตุแต่ไม่มั่นใจว่าเป็นเสียง น.ส.สุปราณี หรือไม่ แต่เมื่อเห็นคลิปแล้วก็เอะใจว่าสะใภ้อาจจะก่อเหตุหลายครั้งแล้ว ทั้งนี้ น.ส.สุปราณีเป็นคนอารมณ์ดี พูดคุยหัวเราะกับเพื่อนบ้านเป็นประจำ เมื่อเห็นคลิปแล้วตนก็สงสาร น้ำตาไหล อยากให้ญาติแยก น.ส.สุปราณี ออกจากบ้านที่เกิดเหตุ เพราะกลัวว่าลูกสะใภ้จะโมโหแล้วก่อเหตุซ้ำอีก โดยการอ้างว่าทำไปเพราะทะเลาะกับสามี ก็ไม่ได้เกี่ยวกับแม่สามี ไม่ควรทำแบบนี้

ข่าวยอดนิยม