เที่ยงวันทันเหตุการณ์

สั่งอายัดบัญชีเท้าแชร์ Milk Milk เชิดเงินหนี 300 ล้าน ตร.เร่งล่าตัวคาดยังอยู่ในพิษณุโลก

04 มี.ค. 2564

153 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.20 น.

ตำรวจออกหมายเรียกแล้ว ท้าวแชร์วัยกระเตาะ นักศึกษานิติศาสตร์ ม.ดัง หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง คาดมูลค่าเสียหายแล้ว 300 ล้านบาท


จากกรณีที่มีผู้เสียหายประมาณ 30 คน เดินทางเข้าพบ พลตำรวจเอก ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ ผู้บังคับการฯ ตำรวจภูธรภาค 6 เพื่อแจ้งความและเร่งรัดคดี หลังถูกท้าวแชร์เป็นนักศึกษาสาว อายุ 22 ปี เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังของ จ.พิษณุโลก คณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 เปิดเฟซบุ๊กบ้านออมเงินบ้านแชร์ "Milk Milk" ชักชวนให้เหยื่อมาร่วมลงทุน


ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายฤทธิพร อายุ 33 ปี เล่าว่า ตนรู้จักบ้านออมเงินบ้านแชร์ ผ่านกลุ่มเพื่อนๆ และช่องทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเปิดมาแล้วประมาณ 2 ปี เห็นมีความน่าเชื่อถือ และได้ผลตอบแทนดี ตนจึงนำเงินไปร่วมลงทุน 50,000 บาท ใช้เวลา 15 วัน ได้ผลกำไรกลับคืนมา 60,000 บาท


โดยมีการลงทุนหลายรูปแบบ อาทิ ราย 10 วัน ราย 20 วัน ราย 30 วัน ออม 1,000 รับ 1,150 ออม 10,000 รับ 13,000 ออม 70,000 รับ 91,000 เป็นต้น แต่สุดท้ายไม่ได้ผลกำไรคืนกลับมาตามที่ตกลง กระทั่งเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ท้าวแชร์ได้แจ้งสมาชิกว่า"แชร์ล่ม" ไม่สามารถคืนเงินให้กับสมาชิกได้ ซึ่งมียอดเป็นเงินถึง 7 ล้านบาท ทั้งหมดจึงพากันรวมตัวไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อติดตามตัว และดำเนินคดีกับท้ายแชร์รายนี้


นายฤทธิพร ยังเล่าว่า นอกจากตนแล้ว ยังมีผู้เสียหายจากจังหวัดอื่นๆ อีก คาดมีประมาณ 300 คน รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ที่โดนท้าวแชร์รายเดียวกันก่อเหตุในลักษณะนี้ ซึ่งผู้เสียหายทั้งหมดต้องการดำเนินคดีกับท้าวแชร์ในข้อหา "ร่วมระดมทุนอันเป็นการฉ้อโกง"


ผู้เสียหายอีกราย เล่าว่า ตนรู้จักวงแชร์นี้จากโซเชียล โดยเริ่มต้นลงทุนที่ 10,000 บาท ได้กำไรมา 3,000 บาท จากนั้นลงทุนเรื่อยมาเป็นเวลา 2 เดือน ทั้งแบบ 7 วัน 15 วัน 1 เดือน ซึ่งได้กำไรมาโดยตลอด จึงตัดสินใจเพิ่มยอดเงิน จนมาทราบเรื่องประกาศปิดบ้านแชร์ แล้วไม่สามารถติดต่อได้อีก ส่วนยอดที่เสียไปราว 2 แสนบาท ขณะที่ ผู้เสียหายบางรายเป็นเพียงนักศึกษา แต่ลงทุนไปมากถึง 1 ล้านบาท


ส่วนทางคดี ล่าสุด พันตำรวจเอก ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า คดีนี้เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ. กู้เงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จากการตรวจสอบพบว่า ท้าวแชร์รายนี้ไม่ได้มีอาชีพอะไร ที่จะสามารถนำเงินมาจ่ายคืนให้กับผู้เสียหายได้ ตรงนี้ได้ประสานกับผู้เสียหายแต่ละคนให้รวบรวมหลักฐาน อาทิ ใบเสร็จ สลิปการโอนเงิน และหน้าจอที่แคปในการพูดคุย เพื่อจะให้ร้อยเวรสอบปากคำดูความเสียหายที่เกิดขึ้นว่า เสียหายไปเท่าไร


ขณะที่ชุดสืบสวนก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบท้าวแชร์ พบว่า ยังอยู่ในพิษณุโลกยังไม่ได้หลบหนีไปไหน เบื้องต้นได้สั่งอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับท้าวแชร์รายนี้แล้ว พร้อมกับออกหมายเรียกให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง และถ้ายังไม่มาก็จะออกหมายจับต่อไป



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/qZIhdhRpqDo

ข่าวยอดนิยม