เลือกตั้งและการเมือง
ศุลกากรลุยจัดหาเอกซเรย์ 2.9 พันล้าน สกัดยา-สินค้าผิดกฎหมาย
2 ชั่วโมงที่แล้ว
13 views
อธิบดีกรมศุลกากร เดินหน้าโครงการจัดหาเครื่องเอกซเรย์ตู้สินค้ารุ่นใหม่ งบ 2.9 พันล้าน หวังสกัดสิ่งผิดกฎหมาย ย้ำไม่มีประเทศไหนในโลกเอกซเรย์ตู้สินค้าหรือผู้โดยสารได้ทุกคน-ทุกตู้ เพราะต้องอาศัยระบบบริหารความเสี่ยงคัดกรองเป็นหลัก
วันนี้ (8 ก.ค. 2569) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงโครงการจัดหาเครื่องเอกซเรย์ตู้สินค้าหรือตู้คอนเทนเนอร์รุ่นใหม่ วงเงิน 2,900 ล้านบาท ว่า เป็นการทดแทนเครื่องเอกซเรย์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งใช้งานมานานกว่า 18 ปี และผู้ผลิตยืนยันว่าไม่มีอะไหล่รองรับแล้ว ทางกรมศุลกากรจึงได้รับงบประมาณเมื่อปีที่ผ่านมา และเริ่มกระบวนการจัดหาในปีนี้ โดยยึดแนวทางขององค์การศุลกากรโลก เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับการลักลอบซุกซ่อนยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย
อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า การที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. เข้ามาร่วมให้คำแนะนำตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำ TOR และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ทำให้การจัดซื้อเป็นไปตามกฎหมาย มีความโปร่งใส ได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับงบประมาณ
ส่วนประสิทธิภาพของเครื่องเอกซเรย์รุ่นใหม่ อธิบดีกรมศุลกากร อธิบายว่า เครื่องไม่ได้ระบุได้ทันทีว่าเป็นยาเสพติดชนิดใด แต่สามารถแสดงความผิดปกติของวัตถุที่ซุกซ่อนอยู่ได้ เปรียบเหมือนเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อ อีกทั้งยังช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มความโปร่งใส เพราะภาพจากการเอกซเรย์สามารถเก็บไว้เป็นหลักฐานได้ ทั้งการตรวจสินค้าขาเข้าและขาออก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการมีวงเงินสูงถึง 2,900 ล้านบาท ทำให้กรมศุลกากรดำเนินการด้วยความรอบคอบ แม้เวลาจะผ่านมากว่า 9 เดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงนามในสัญญาจัดซื้อได้ ซึ่งอธิบดีฯ ยอมรับว่ากังวลเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันเวลา แต่หลังได้รับข้อเสนอแนะจาก สตง. ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ก็ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าโครงการได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ
สำหรับโครงการดังกล่าวจะจัดหาเครื่องเอกซเรย์ทั้งหมด 4 เครื่อง วงเงินรวม 2,900 ล้านบาท แบ่งติดตั้งที่ท่าเรือแหลมฉบัง 2 เครื่อง และที่ด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก อีกแห่งละ 1 เครื่อง โดยแต่ละพื้นที่จะใช้เทคโนโลยีแตกต่างกันตามปริมาณงาน ซึ่งท่าเรือแหลมฉบังในฐานะท่าเรือหลักของประเทศ มีตู้สินค้าผ่านเกือบ 10 ล้านตู้ จากทั้งหมดประมาณ 13 ล้านตู้ต่อปี จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยไม่เป็นทางผ่านของยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล
ส่วนการติดตั้งเครื่องที่ด่านแม่สอดนั้น เพราะอาจเป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษหรือไม่ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า พื้นที่ชายแดนยังคงเป็นจุดเฝ้าระวังสำคัญ เช่นเดียวกับด่านแม่สาย ที่เพิ่งตรวจยึดยาบ้ากว่า 600,000 เม็ด และยาไอซ์กว่า 100 กิโลกรัม เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่ดีจึงอาจถูกนำไปใช้ลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัยรองรับ ซึ่งทางกรมศุลกากรตรวจสอบทั้งสินค้าขาเข้าและขาออก แต่ให้ความสำคัญกับขาเข้ามากกว่า ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของศุลกากรทั่วโลก เพราะต้องป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ ขณะที่การตรวจสินค้าขาออกจะใช้ระบบบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก
กรณีพบกัญชาซุกซ่อนในอิฐแดงถูกตรวจยึดที่ประเทศเยอรมนีนั้น อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า ไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่ โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา กรมศุลกากรจับกุมคดีกัญชาได้กว่า 3,300 คดี ของกลางรวมกว่า 37 ตัน ซึ่งในประเทศไทยกัญชาจะใช้เพื่อการแพทย์ได้เท่านั้น แต่การนำไปใช้เพื่อสันทนาการยังผิดกฎหมาย และหลายประเทศในยุโรปยังจัดเป็นยาเสพติด พร้อมระบุว่า ความต้องการกัญชาในยุโรปยังมีสูง โดยเฉพาะ จึงเป็นแรงจูงใจให้ชาวต่างชาติเดินทางมาลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศ กรมศุลกากรจึงเตรียมเพิ่มมาตรการ ทั้งการปรับหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับ และการขึ้นบัญชีดำผู้กระทำผิดไม่ให้เดินทางเข้าประเทศ
สำหรับข้อสงสัยว่าเหตุใดกัญชาที่ซุกซ่อนในอิฐแดงจึงหลุดรอดการตรวจสอบออกนอกประเทศ อธิบดีกรมศุลกากร ชี้แจงว่า ไม่มีประเทศใดสามารถเอกซเรย์สินค้าทุกตู้ได้ ทั้งขาเข้าและขาออก เนื่องจากปริมาณสินค้ามีจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบังที่มีตู้สินค้ากว่า 10 ล้านตู้ต่อปี จึงต้องใช้ระบบบริหารความเสี่ยงในการคัดเลือกตู้สินค้าที่จะตรวจ ซึ่งตู้สินค้าดังกล่าวคาดว่าไม่ได้ผ่านการเอกซเรย์
อธิบดีกรมศุลกากร ย้ำว่า การตรวจสอบของศุลกากรอาศัยทั้งข้อมูลข่าวกรองและการจัดทำโปรไฟล์ความเสี่ยง เช่น ประเทศต้นทาง ปลายทาง ผู้ส่ง ผู้รับ รูปแบบการจองการขนส่ง หรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ เพื่อนำมาวิเคราะห์ก่อนคัดเลือกตรวจ โดยไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดนำไปปรับเปลี่ยนวิธีการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
“ไม่มีประเทศไหนสามารถเอกซเรย์ขาเข้า ขาออกได้ทุกตู้ แล้วก็ผู้โดยสารเข้าออกได้ทุกคน เราต้องใช้การบริหารความเสี่ยง คือการที่เราจะเอกซเรย์ใคร หรือว่าตรวจสอบใคร ต้องมีข้อมูลว่าตู้สินค้านั้นหรือบุคคลนั้นมีความเสี่ยงที่จะนำของผิดกฎหมายเข้าออกประเทศ” อธิบดีกรมศุลกากร กล่าว