เลือกตั้งและการเมือง
ศาลฎีกา เดินหน้าไต่สวนคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล 25 ส.ค.นี้ ยกคำร้อง “เท้ง” หยุดปฏิบัติหน้าที่
2 ชั่วโมงที่แล้ว
41 views
ศาลฎีกา นัดตรวจพยานคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล 4 ส.ค.นี้ ก่อนเปิดไต่สวน 25 ส.ค. วางกรอบ 1 ปี ยกคำร้องสั่ง “ณัฐพงษ์” หยุดปฏิบัติหน้าที่ ปมวิจารณ์ของคมนตรี-ระบอบน้ำเงิน ชี้ผู้ร้องไม่ใช่คู่ความ หลักฐานไม่เพียงพอ
ศาลฎีกานัดพิจารณาครั้งแรก คดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการกระทำฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล จากการร่วมกันเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
โดยวันนี้ (30 มิ.ย.69) ป.ป.ช. มีนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้าร่วมการพิจารณาคดี ส่วนฝ่ายผู้คัดค้าน ส่วนใหญ่ส่งทนายความมาเป็นตัวแทน และมี สส.บางคนที่มาด้วยตนเอง นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล
ศาลออกนั่งพิจารณาคดีในเวลา 09.30 น. โดยศาลมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้าน 44 คน และได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. โดยให้คู่ความทั้งสองฝ่าย ยื่นแนวทางการไต่สวน และพยานหลักฐานที่จะต้องให้ศาลออกหมายเรียก ต้องยื่นก่อนภายใน 7 วัน และกำหนดวันนัดไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์นัดแรก ในวันที่ 25 สิงหาคม พร้อมนัดต่อเนื่องในวันที่ 22 กันยายน และ 27 ตุลาคม เวลา 09.30 น. และวางกรอบพิจารณาเป็นระยะเวลา 1 ปี
นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งไม่รับคำร้องของ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ที่ยื่นคัดค้านให้ศาลพิจารณาสั่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณี ให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นกรณีองคมนตรี ที่เข้าร่วมการประชุมแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร่วม กับ ปภ. และวิพากษ์วิจารณ์ถึงระบอบสีน้ำเงิน โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่ความ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าเป็นการกระทำซ้ำ จึงไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง ขณะที่ทนายความของนายณัฐพงศ์ได้ชี้แจงกับศาลว่า การให้สัมภาษณ์เป็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกกล่าวหา และไม่เป็นการกระทำซ้ำ จึงไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล
ทั้งนี้บรรยากาศภายในห้องพิจารณาพบว่าผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความและเป็นทนายความด้วยตนเอง ส่วนผู้คัดค้านที่ 12 ไม่แต่งตั้งทนายความ จะขอคัดค้าน และไต่สวนเอง
สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช.ได้ส่งคำร้องเมื่อวันที่ 9 เมษายน กล่าวหาอดีต สส. พรรคก้าวไกล 44 คน กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเสนอร่างกฎหมายมาตรา 112 ระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2566 ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้ว่าร่างกฎหมายที่เสนอเป็นการลดทอนสถานะสำคัญในการรับรอง คุ้มครอง และเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งผู้ใดจะละเมิดมิได้ อันเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งถึงข้อบกพร่องของร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว แต่ทั้ง 44 คน ยังยืนยันที่จะเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวต่อไป
ป.ป.ช. ระบุในข้อกล่าวหาว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขต และเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน รวมทั้งฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์
ภายหลังการพิจารณา พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ตนได้ยื่นคำคัดค้าน ซึ่งมีการชี้แจงในหลายประเด็น และชี้ช่องถึงกระบวนการหลักฐานที่อาจได้มาโดยมิชอบ และผิดรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการตีความข้อเท็จจริงที่อาจจะมีการบิดเบือน พร้อมย้ำว่า ก็จะต่อสู้ตามวิถีทางของตัวเอง และนี่คงถือเป็นสิ่งที่ตนได้รับจากการเป็นสภาผู้แทนราษฎรที่ได้เดินทางมาร่วมกับพรรคสีส้ม สุดท้ายก็คงขึ้นอยู่กับความยุติธรรมของศาล
ด้านนายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้ยื่นพยาน 17 ปาก ซึ่งมีทั้งพยานที่ ป.ป.ช.เคยเรียกมาให้ถ้อยคำ รบมถึงอดีต สส.พรรคก้าวไกลด้วย โดยต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาฃจะเรียกพยานกี่ปากและเรียกบุคคลใดบ้างในบัญชีพยานมาเบิกความต่อศาล
แท็กที่เกี่ยวข้อง ศาลฎีกา ,คดี 44 สส.