เลือกตั้งและการเมือง
“อภิสิทธิ์” แท็กทีม “พริษฐ์” รุมซัก กกต.หาความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. รองเลขาฯ แจงคดีมีสำนวนมากละเอียดอ่อน
3 ชั่วโมงที่แล้ว
27 views
“อภิสิทธิ์” แท็กทีม “พริษฐ์” รุมซัก กกต.หาความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ด้านรองเลขาฯ กกต. แจงคดีมีสำนวนมากละเอียดอ่อน พร้อมเผยเอกสารคดีเกือบแสนหน้า ชี้ “แสวง” ไม่เกี่ยวคดีนี้ เพราะมีรองเลขาฯ รับผิดชอบ-แบ่งงานตามภารกิจ ยันคลิปโพยที่เมืองทองอยู่ในสำนวนแล้ว
นายวาโย อัศวะรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาการดำเนินการของ กกต.ในการตรวจสอบคดีการฮั้ว สว. โดยได้เชิญเลขาธิการ กกต., กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอัยการสุงสุด เข้าร่วมชี้แจง โดย กกต.ได้ส่งรองเลขาธิการฯ จำนวน 3 คนเข้าชี้แจง ประกอบด้วย นายครรชิต เจริญอินทร์, ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร
นายครรชิต ได้ย้ำถึงกระบวนการสืบสวนไต่สวนของ กกต.ที่เมื่อมีผู้ร้องคัดค้าน หาก กกต.รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว จะมอบหมายให้คณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ดำเนินการ ภายใน 90 วัน เพื่อสอบสวนผู้ร้องและผู้ถูกร้อง หากมีมูลก็จะแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ผู้ถูกร้องเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จากนั้นเสนอไปยัง กกต.โดยต้องผ่านชั้นความเห็นของเลขาธิการก่อน ซึ่งจะเป็นรองเลขาธิการ กกต. 2 คน ที่รับผิดชอบงานสืบสวน ทำหน้าที่ให้ความเห็น โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก่อนเสนอไปยัง กกต.ผ่านคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง จำนวน 35 คณะที่ กกต. แต่งตั้งไว้ มีระยะเวลาพิจารณาอีก 90 วัน จากนั้น ก็เสนอ ไปยัง กกต. พิจารณา ยืนยันว่า ทุกสำนวน จะผ่านกระบวนการนี้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องเกิดขึ้นที่ต่างจังหวัด กกต. จังหวัด ก็มีอำนาจในการสั่งให้ มีการสืบสวน ไต่สวนด้วยเช่นกัน
ในส่วนความคืบหน้าในการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. นั้น นายชนินทร์ ชี้แจงว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ที่ทำงานร่วมกับ DSI มีองค์ประกอบประมาณ 20 คน เนื่องจากมีสำนวนจำนวนมาก และรายละเอียดเยอะ สำนวนนี้มีความละเอียดอ่อน มีเนื้อหามาก จึงตั้งอีกคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ขึ้นมา โดยเป็นเจ้าหน้าที่ของ กกต.ทั้งหมด เช่นเดียวกันกับ ทั้ง 35 คณะที่ตั้งไว้ก่อนหน้านั้น
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตถึงการตั้งอนุฯ คณะที่ 36 ซึ่งการทำงานสวนทางกับหลักการ เพราะหลักการอนุกรรมการ 35 คณะ ก็เพื่อเวียนการพิจารณาไม่ให้รู้ว่า ใครต้องพิจารณาคดีอะไร แต่อนุคณะที่ 36 เป็นการกำหนดตัวคนพิจารณาไว้แล้ว ซึ่ง ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงว่า อนุทั้ง 35 คณะ มีองค์ประกอบเพียง 5 คน ไม่ละเอียดรอบคอบพอ ยอมรับว่า การตั้งคณะที่ 36 ขึ้นมา มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ส่วนกรอบเวลาพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคณะที่ 26 มีระยะเวลาทำงาน 90 วัน แต่เนื่องจาก สอบสวนไม่เสร็จ ขอขยายเวลา อีก 30 วัน รวมเป็น 120 วัน ประชุมเกือบทุกวันสำหรับเอกสารในคดี เท่าที่จำได้ จำนวนประมาณ 90,000 หน้า เป็นความเห็นอย่างเดียวประมาณ 1,000 หน้า และรายละเอียดเป็นความลับในสำนวน มีการพิจารณาความผิดฐานให้หรือสัญญาว่าจะให้ เรียกรับประโยชน์อื่นใดที่เป็นที่คำนวณเป็นเงินได้ และทำให้การเลือกตั้งไม่สุตจริต เที่ยงธรรม ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายพรรคการเมือง จะอยู่อีกกรณีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกิจการพรรคการเมือง แต่ยังไม่ทราบว่า การพิจารณาไปถึงขั้นตอนใดแล้ว
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้ถามย้ำเหตุใดถึงการให้ความเห็นในสำนวนไม่เกี่ยวข้องกับนายแสวง ในฐานะที่เป็น เลขาธิการ กกต. โดยนายครรชิต ชี้แจงว่า เรื่องนี้ถูกกำหนดไว้ในระเบียบแบ่งส่วนงานของสำนักงาน กกต. ซึ่งเลขาธิการฯ มีเพียงคนเดียว แต่มี 5 กลุ่มภารกิจ เพื่อให้งาน ดำเนินไปได้ต่อเนื่อง จึงได้มีการแบ่งงานให้กับรองเลขาธิการฯ รับผิดชอบในแต่กลุ่มงาน
นายพริษฐ์ ยังพยายามซักถามถึงกระบวนการสอบสวนการฮั้วเลือก สว.ว่า พบหลักฐานแชทไลน์ หรือได้ตรวจสอบโรงแรมที่อ้างว่า มีการนัดรวมตัวกันหรือไม่ และมีหลักฐานการจ่ายค่าเดินทาง และเส้นทางการเงินหรือไม่นั้น ร.ต.อ.ชนินทร์ ระบุว่า หลักฐานมีความหลากหลาย หากตนตอบมากไปกว่านี้ คงจะไม่ได้อยู่ตอบคำถามอีก พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่มีอำนาจตอบรายละเอียดในสำนวน แต่ในหลักการกรณีที่มีหลักฐานอ้างอิงหรือกล่าวถึง คณะกรรมการไต่สวน ก็จะเรียกเข้ามาชี้แจง เพื่อสืบสวน และยืนยันว่า มีช่องทางให้ตรวจสอบ กกต.ทุกช่องทาง
ด้านนายวาโย ตั้งคำถามถึงคลิปภาพ และเสียงให้เก็บโพย ในวันเลือก สว.ว่า เป็นเหตุให้ควรสงสัยว่า มีการฮั้วได้หรือไม่ และตั้งเรื่องก่อนที่จะมีเรื่องร้องเรียนหรือไม่นั้น ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงว่า เรื่องเหล่านี้ ถูกนำไปพิจารณาทั้งหมด ส่วนตนเองก็ถูกคัดค้าน การทำหน้าที่ในข้อหามีอคติ แต่เรื่องก็ตีตกไป ส่วนการตั้งเรื่องพิจารณาคดี ร.ต.อ.ชนินทร์ ย้ำว่า มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาพอดี จึงพิจารณาไปตามกระบวนการ
นายพริษฐ์ ถามย้ำว่า กกต. ยืนยันได้หรือไม่ว่า ทุกเหตุการณ์วันเลือก สว. รวมอยู่ในสำนวน แล้ว เพราะเมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.) อธิบดีดีเอสไอบอกว่า เหตุการณ์ในคลิป ไม่ได้อยู่ในสำนวนของดีเอสไอ และไม่เคยเรียกนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต.มาสอบถามเรื่องนี้ โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ ยืนยันว่า คลิปดังกล่าวอยู่ในสำนวน คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 แต่คณะไหน ไม่ทราบ เพราะเป็นคำร้องเข้ามาตั้งแต่วันแรกๆ
นายพริษฐ์ ยังได้ถามถึงพฤติกรรม และหลักฐานที่อยู่ในคลิป ถูกรวมอยู่ในการพิจารณามูลความผิด ตาม พ.ร.ป. เลือก สว.หรือไม่นั้น ร.ต.อ.ชนินทร์ ขอไม่ชี้แจงในประเด็นนี้ เป็นความลับในสำนวน ไม่มีอำนาจชี้แจง
นายพริษฐ์ ยังได้ถามว่า หลังจากเลือก สว. เสร็จแล้ว กกต.มีประชุม เพื่อพิจารณาความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายชนินทร์ ย้ำว่า เรื่องนี้ อยู่ในสำนวน การเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ระเบียบกำหนดให้เก็บไว้ 2 ปี แต่หากมีคดีความเกิดขึ้น ก็เก็บไปจนกว่า คดีจะจบ ส่วนคลิปภาพ ที่เป็นคดีความ ตอนนี้ยังเอาออกมาเผยแพร่ไม่ได้ และ เก็บไปจนกว่าคดีจะเสร็จ
สำหรับขั้นตอนการพิจารณา ของ กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงว่า ประธาน กกต. ยืนยันไปแล้ว ว่าจะใช้เวลา 12 สัปดาห์ และเมื่อมีมติเป็นอย่างไร ก็จะต้องแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้อง และ เผยแพร่คำวินิจฉัย ผ่านทางเว็บไซต์ของ กกต.
แท็กที่เกี่ยวข้อง อภิสิทธิ์ ,ไอติมพริษฐ์ ,กกต. ,คดีฮั้ว สว.