เลือกตั้งและการเมือง
เดือด! "ศุภชัย" โพสต์ตั้งคำถาม สส. ข่มขู่ กกต. ผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่
3 ชั่วโมงที่แล้ว
9 views
นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความโดยอ้างอิงเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงอำนาจหน้าที่ของ “ผู้ไต่สวน” กับ “ผู้มีอำนาจวินิจฉัย” ตามกฎหมาย โดยตั้งคำถามว่า มี สส. บางคนกล่าวหาข่มขู่ กกต. เป็นการผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ โดยมีข้อความดังนี้
วันนี้มีข่าวประชาสัมพันธ์ กกต.ที่น่าสนใจและควรทำความเข้าใจให้กระจ่าง โดยเฉพาะตามข่าวย่อหน้าที่สองและย่อหน้าที่สาม จะไม่ได้ออกความเห็นพลาดผิดไป
ตามกฎหมาย พนักงานไต่สวนของ กกต. เป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริง หน้าที่หลักคือ
• รับคำร้อง
• รวบรวมพยานหลักฐาน
• สอบปากคำพยาน
• วิเคราะห์ข้อเท็จจริง
• จัดทำสำนวนพร้อมความเห็นเสนอ กกต.
พนักงานไต่สวนไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้ใดผิด ความเห็นของพนักงานไต่สวนเป็นเพียงข้อเสนอ ผู้มีอำนาจวินิจฉัยคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ถามว่า กกต. ผูกพันตามความเห็นของพนักงานไต่สวนหรือไม่
คำตอบคือไม่ผูกพัน กกต. สามารถ
• เห็นชอบกับความเห็น
• ไม่เห็นชอบ
• สั่งไต่สวนเพิ่มเติม
• แต่งตั้งคณะไต่สวนใหม่
• ยุติเรื่อง หากเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ถ้าคดีเป็นคดีอาญา ในความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายฐาน เช่น
• ซื้อเสียง
• ทุจริตเลือกตั้ง
• ให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจผู้สมัครหรือผู้เลือก
หาก กกต. เห็นว่ามีมูล ก็สามารถ
• ส่งฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ หรือ
• ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในบางกรณีต้องประสานกับพนักงานอัยการ
ประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจ มีข้อถกเถียงว่า หากพนักงานไต่สวนของ กกต. เห็นว่าคดีไม่มีมูล แต่ กกต. เห็นต่าง จะสามารถสั่งดำเนินคดีได้หรือไม่
คำตอบคือ ได้ เพราะพนักงานไต่สวนเป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและเสนอความเห็น ส่วน อำนาจชี้ขาดเป็นของคณะกรรมการ กกต. ซึ่งอาจสั่งไต่สวนเพิ่มเติมหรือมีมติแตกต่างจากความเห็นของพนักงานไต่สวนได้ หากเห็นว่าพยานหลักฐานรองรับการวินิจฉัยนั้น
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจบทบาทของ กกต. ในคดีที่เป็นที่สนใจของสาธารณะ เช่น คดีฮั้ว สว. และช่วยแยกให้ชัดเจนระหว่าง “ผู้ไต่สวน” กับ “ผู้มีอำนาจวินิจฉัย” ตามกฎหมาย
คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นกว่าจะได้รับตำแหน่งต้องผ่านด่านแรกซึ่งสำคัญมากคือผู้สมัครจะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการสรรหา กกต. ซึ่งประกอบด้วยบุคคลจากหลายองค์กร ได้แก่
• ประธานศาลฎีกา (ประธาน)
• ประธานสภาผู้แทนราษฎร
• ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
• ประธานศาลปกครองสูงสุด
• ผู้แทนจากองค์กรอิสระตามที่กฎหมายกำหนด
คณะกรรมการสรรหาจะตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และคัดเลือกผู้ที่เห็นว่าสมควรดำรงตำแหน่ง จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา
หลายวันที่ผ่านมามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนกล่าวหาข่มขู่คณะกรรมการการเลือกตั้ง น่าคิดว่าการกล่าวเช่นนั้นเป็นการผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง ศุภชัยใจสมุทร ,กกต. ,คดีฮั้วสว.