เลือกตั้งและการเมือง

“ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช.สอบ “ชัชชาติ” ละเว้นให้ “อากง” วิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่ง ขรก.กทม.หรือไม่

3 ชั่วโมงที่แล้ว

19 views

“ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช.ไต่สวน-วินิจฉัยเอาผิด “ชัชชาติ” ละเว้นให้ “อากง” วิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่งข้าราชการระดับสูงของ กทม.หรือไม่

วันนี้ (8 มิ.ย. 2569) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรณีถูก 2 นักการเมือง 2 พรรคการเมืองกล่าวหาว่า ปล่อยให้ “อากง” วิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่งข้าราชการระดับสูงของ กทม.เข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทย เปิดประเด็น “เต้าไต่ ผัวน้อยผจญภัย” ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ในช่วงเช้าวันที่ 2 มิ.ย.69 ที่ผ่านมาว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการเขตก็ดี ผู้ตรวจราชการ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กทม. มีคนทำงานหลังบ้านให้กับนายชัชชาติ คือ เสี่ย ต. กับเสี่ย ป. มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายข้าราชการได้ และคุมงบประมาณใหญ่ๆ ด้วย มีการเกิดขึ้นของ “ส่วย” ในหน่วยงานสำนักต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งมีการใช้เต้าไต่ ในการแต่งตั้งโยกย้าย-ซื้อขายเก้าอี้กันด้วย กระทั่งนายจิรายุเอาหนังสือที่มีคนเขียนมาร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามท่างเพศ การนั่ง ผอ.เขตไวผิดสังเกต มาเผยแพร่ในโซเชียลเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในขณะนี้

ขณะที่ นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ ได้เปิดแถลงข่าว “เปิดปฏิบัติการทุบ! ระบอบอากง เปิดแผลทุจริต กทม.” โดยตั้งข้อสังเกตว่าใครเป็นผู้บริหารกทม.ที่แท้จริงระหว่างนายชัชชาติ หรือบุคคลที่พรรคเรียกว่า “อากง” ซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้ง พร้อมอ้างว่ายังมีบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งพรรคใช้ชื่อย่อว่า “ป.ร” เป็นกลไกสำคัญในเครือข่ายเพื่อรองรับการเจรจาวิ่งเต้นเรียกรับผลประโยชน์ในการซื้อ-ขายตำแหน่งกันในตัวเลขระดับ 4 ล้านทีเดียว

กรณีตามข้อกล่าวหาของ 2 นักการเมืองดังกล่าว น่าจะมิใช่เพียงการดิสเครดิสกันธรรมดาในช่วงฤดูการหาเสียงเลือกตั้ง หากแต่ข้อมูลที่ทั้งสองได้นำเสนอผ่านสื่อมวลชนนั้น ย่อมชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติ และข้อพิรุธของนายชัชชาติว่า จะมีฐานของข้อเท็จจริงมากเพียงใด โดยเฉพาะเป็นเรื่องที่เข้าข่ายเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตาม ปอ.มาตรา 149 ซึ่งชอบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรง ตามพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 จะใช้อำนาจตามกฎหมายในการเรียกนักการเมืองทั้ง 2 คนพร้อมพยานหลักฐานที่ใช้แถลงข่าวมาสอบเพิ่ม รวมทั้งเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมาสอบ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยว่า การกระทำของนายชัชชาติ อากง และ ป.ร. เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่ต่อไป


คุณอาจสนใจ

Related News