เลือกตั้งและการเมือง

“ชัชชาติ” โต้ระบบอากง ลั่นถ้าทุจริตจริงคงตายไปแล้ว แจงป้ายหาเสียงบน MRT หากพบไม่แฟร์ พร้อมถอนทันที

2 ชั่วโมงที่แล้ว

17 views

“ชัชชาติ” โต้ระบบอากง ลั่นถ้ามีทุจริตจริง ผมตายไปแล้ว แจงป้ายหาเสียงบน MRT ทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน หากพบมีการเลือกปฏิบัติ พร้อมถอนโฆษณาทันที

วันนี้ (6 มิ.ย.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายคริส โปตระนันทน์ แถลงข่าวเปิดแผลทุจริต กทม. ปฏิบัติการทุบ “ระบบอากง” นายชัชชาติ ระบุว่า กรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับระบบอากง และการซื้อขายตำแหน่งในกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าไม่เคยมีระบบดังกล่าวเกิดขึ้นจริง พร้อมระบุว่าจากข้อมูลที่ได้รับฟังยังไม่พบรายละเอียดหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นรูปธรรมรองรับข้อกล่าวหา

นายชัชชาติ กล่าวว่า หากคำว่า “อากง” คาดว่าจะหมายถึงนายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งนายต่อศักดิ์ก็เป็นเพียงหนึ่งในทีมที่ปรึกษาที่เข้ามาช่วยงานเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจพิเศษหรือเป็นเครือข่ายอำนาจแต่อย่างใด

พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่อ้างว่ามีการประชุมลับหรือยึดโทรศัพท์มือถือ โดยระบุว่าไม่เคยเกิดขึ้นจริง และนายต่อศักดิ์เป็นบุคคลที่สนใจเทคโนโลยีและการใช้ AI ในการทำงานด้วยซ้ำ ตนถึงกับเรียกว่า “อากงAI” เพราะในการประชุมต้องใช้ AI ในการตอบคำถามทุกคนต้องมีมือถือ จึงถือว่าเป็นอากงรุ่นใหม่ ทันสมัย ถือว่าเป็นเรื่องตลกมากที่ต้องเก็บมือถือกัน อย่างนายต่อศักดิ์ก็เป็นคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทันสมัย อาจใช้ AI มากกว่าตนเสียอีก ส่วนเรื่องเงินสินบน 4 กิโลกรัม ก็ยืนยันว่าไม่มีการโอนให้ใคร

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าผู้อำนวยการเขตบางรายต้องจ่ายเงินหรือไปพบกลุ่มบุคคลที่เซฟเฮาส์ย่านสุทธิสารเพื่อแลกกับการแต่งตั้งตำแหน่งนั้น นายชัชชาติ ยืนยันว่า หากมีการเรียกรับเงินจริงย่อมต้องมีผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาให้ข้อมูล พร้อมระบุว่าได้สอบถามนายจักรพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในระบบราชการกรุงเทพมหานครมาอย่างยาวนาน และได้รับการยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวว่า การซื้อขายตำแหน่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาการทุจริตในระบบราชการ โดยเชื่อว่าหากนำผู้ที่ได้ตำแหน่งจากการจ่ายเงินเข้ามาบริหารงาน ก็จะเกิดการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อทดแทนเงินที่จ่ายไป และส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร อีกทั้งยังยืนยันว่า ผลงานของกรุงเทพมหานครตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเกิดจากการคัดเลือกบุคลากรที่มีความสามารถและมีคุณภาพเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยหากมีการทุจริตจริงย่อมถูกตรวจสอบจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่มาจากหลายพรรคการเมือง ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการพาดพิงถึงนาย ปร. ซึ่งเคยเข้ามาช่วยงานด้านข้อมูลในช่วงที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะ ไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ การตัดสินใจทั้งหมดเป็นอำนาจของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร พร้อมย้ำว่าไม่พบพฤติการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ได้เข้ามาช่วยงานแล้ว เนื่องจากตนพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและอยู่ในสถานะประชาชน

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ตนในฐานะหัวหน้าทีมงานและผู้บริหารสูงสุดในขณะนั้นไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ หากเกิดปัญหาขึ้นก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง จึงไม่มีเหตุผลที่จะเพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนหรือข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น

ส่วนกรณีจะดำเนินคดีกลับผู้ที่ออกมากล่าวหาหรือไม่นั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ขณะนี้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณารายละเอียดก่อน หากพบว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือมีข้อมูลอันเป็นเท็จก็จะดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากเป็นการตรวจสอบโดยสุจริตก็พร้อมรับฟังและชี้แจง เนื่องจากตลอด 4 ปีที่ผ่านมาได้เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบการทำงานมาโดยตลอด

นายชัชชาติ ยังได้ชี้แจงกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการติดป้ายหาเสียงบนรถไฟฟ้า MRT และพื้นที่โฆษณาบางแห่ง ภายหลังมีการตั้งคำถามว่าผู้สมัครรายอื่นอาจไม่ได้รับโอกาสในการใช้พื้นที่ดังกล่าว โดยระบุว่าได้กำชับทีมงานให้ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงต้องรายงานค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วนและโปร่งใส

นายชัชชาติ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำกับทีมงานเป็นพิเศษว่า กิจกรรมใดที่อาจเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครจะต้องหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่ามีการใช้ความได้เปรียบจากตำแหน่งหรือความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ พร้อมยกตัวอย่างว่าไม่ได้มีการดำเนินการติดสื่อโฆษณาบนระบบรถไฟฟ้า BTS แต่อย่างใด ส่วนรายละเอียดการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ได้มอบหมายให้ทีมงานเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะที่ นายชัชชาติ ยืนยันว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าผู้สมัครรายอื่นถูกปฏิเสธการใช้พื้นที่โฆษณา แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเลือกปฏิบัติจริง ก็ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และพร้อมจะถอนสื่อโฆษณาของตนออกจากพื้นที่นั้นทันที เพราะเห็นว่าการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครทุกคนเข้าถึงพื้นที่อย่างเท่าเทียมเป็นเรื่องที่ควรได้รับการยึดถือ พร้อมระบุว่าจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

คุณอาจสนใจ

Related News