เลือกตั้งและการเมือง

“กล้าธรรม” เสนอเจียดเงิน 2 แสนล้านบาทก้อนหลัง มาซอยใช้วิจัย-นวัตกรรมใหม่จากพลังงานไฮโดรเจน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

14 views

สภาฯ ถกตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามเงินกู้ 4 แสนล้านบาท “กล้าธรรม” เสนอเจียดเงิน 2 แสนล้านบาทก้อนหลังมาซอยใช้วิจัย-นวัตกรรมใหม่จากพลังงานไฮโดรเจน หวั่นคนใกล้ชิด รมต.ไปเปิดบริษัทโซลาร์เซลล์-หลอดไฟฟ้า ทำฉีกกลไกตลาด

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ของนายปรเมษฐ์ จินา สส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม โดยมีญัตติทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับได้แก่ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายปรเมษฐ์ เสนอญัตติว่า เราเสนอตั้งญัตติขึ้นมาเพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาลและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน เนื่องจาก พ.ร.ก.ฉบับนี้เกิดขึ้นโดยลักษณะพิเศษ จึงต้องใช้ลักษณะพิเศษในการตรวจสอบ ที่ผ่านมาเราจะเห็นการเล่นแร่แปรธาตุและการโยกงบประมาณทำให้มีการตรวจสอบได้น้อย เช่น การโยกงบประมาณไปใช้ในกองทุนต่างๆ ซึ่งการที่ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น แต่มีการใช้เงินกู้ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยในส่วนของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทนั้น เห็นด้วยเพราะถือเป็นผลกระทบในภาพกว้าง เราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ แต่อยากทักท้วงว่าการที่ไปกู้เงินใครมานั้นไม่เหมือนการใช้เงินตัวเองหรือเงินงบประมาณ เพราะคำว่าเงินกู้ต้องรับผิดชอบในเรื่องของคำว่าดอกเบี้ยที่ตามมา

นายปรเมษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การกู้เงินตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง กำหนดไว้ว่าเราสามารถกู้เงิน เป็นหนี้สาธารณะได้ไม่เกินร้อยละ 70 ของจีดีพี แต่จากที่ตนรวบรวมข้อมูลต่างๆ และดูข้อมูลล่วงหน้าไปจนถึงปี 2570 นั้นก็พบว่าเราสามารถหาเงินที่จะมาแก้วิกฤตได้เพียง 0.12% หากอนาคตเกิดวิกฤตโควิดสายพันธ์ใหม่หรือไวรัสฮันตาในประเทศไทย ฉะนั้น เราควรคำนึงถึงในส่วนนั้นไว้ด้วย

นายปรเมษฐ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ในส่วนของอีก 2 แสนล้านบาทหลังนั้นที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานนั้น ที่ไม่ได้มีการกำหนดแผนงานที่ชัดเจน เช่น จะมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์กี่โครงการ นำไปใช้กับครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้กี่ครัวเรือน จังหวัดใดบ้างกี่จังหวัด ใช้พลังงานน้ำอย่างไรบ้าง หรือพลังงานลมเช่นกัน หรือแม้กระทั่งสถานประกอบการ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้เขาเข้าโครงการและนำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินทุนหมุนเวียนแทนที่จะให้แบบเปล่า แต่ให้เป็นการกู้ที่ไม่มีดอกเบี้ยเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล ซึ่งในส่วนนี้ตนอยากเห็นความชัดเจนจากรัฐบาล

“เมื่อลองไปดูงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพลังงานจากไฮโดรเจนพบว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญเพราะเมื่อไฮโดรเจนมีการระเหยก็จะได้น้ำ ฉะนั้น จึงอยากให้เจียดเงินจากในส่วนของ 2 แสนล้านบาทหลังไปสนับสนุนในส่วนนี้ โดยแบ่งเป็นอีกส่วนเพื่อทำงานวิจัยหรือคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผลิตพลังงานจากไฮโดรเจน อยากให้รัฐบาลมองให้รอบด้านเพื่อให้รัฐบาลมีความปลอดภัยในการใช้งบประมาณ และทำให้ชาวบ้านที่กังวลในส่วนของ 2 แสนล้านบาทหลัง ตอนนี้ผมมีความกังวลว่าคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐมนตรีและรัฐบาลอาจจะไปเตรียมความพร้อมไปเปิดบริษัทแผงโซลาร์เซลล์ การทำหลอดไฟฟ้า จึงอยากให้ทำไปตามกลไกตลาด ไม่อยากให้ไปฉีกกลไกตลาดทำให้คนที่หากินโดยสุจริต เสียภาษีแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องมาเพลี่ยงพล้ำกับนายทุน ทั้งนี้ หากจะส่งเรื่องไปยังกมธ.อื่น เขาอาจจะลงลึกได้ไม่มากเพราะมีงานประจำที่ต้องทำอยู่แล้ว จึงอยากให้ตั้งกมธ.วิสามัญฯ เพื่อที่ 2 แสนล้านบาทนั้นจะส่งถึงประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติโดยตรง” นายปรเมษฐ์ กล่าว


คุณอาจสนใจ

Related News