เลือกตั้งและการเมือง
4 พรรคจับมือเสนอญัตติด่วน! ยกระดับความปลอดภัยทางรางเขตเมือง “นิกร” ซัดรัฐทำผิดต้องเยียวยาใหม่
2 ชั่วโมงที่แล้ว
34 views
4 พรรคจับมือเสนอญัตติด่วน! ยกระดับความปลอดภัยทางรางเขตเมือง “นิกร” ซัดรัฐทำผิดต้องเยียวยาใหม่ ไม่ใช่ทำแบบวัวผูกหลัก ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น ด้าน “เสกสิทธิ์” ไล่บี้ ความเสี่ยงฝังกลางเมือง เห็นกับตาคนฝ่าด่าน แต่ตำรวจทำอะไรไม่ได้ “มนพร” หนุนใช้ AI คุมไฟจราจร ไม่อยากให้เป็นไฟไหม้ฟาง ส่วน “สกลธี” แฉ รัฐบาล “อภิสิทธิ์” เคยเสนอแผนทำสะพาน-ทางลอด แต่พอหมดยุคก็โยกงบไปทำอย่างอื่น
วันที่ 20 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม หลังจบวาระเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ได้มีตัวแทนจากพรรคการเมือง 4 พรรค ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย, พรรคประชาชน, พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เสนอยุติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถขนส่งทางรางในเขตเมืองและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ จากกรณีที่รถไฟชนรถโดยสารสาธารณะที่แยกอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา
นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เสนอหลักการเป็นคนแรก กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร้ายแรงมากจนติดตามเรื่องนี้มา 20 ปีไม่เคยเกิดขึ้น ไม่สามารถยอมรับได้ ต้องมีการแก้ไขเชิงระบบขึ้นโดยเร็ว เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางรางที่เชื่อมกับถนนในเขตเมืองให้ได้ มันสุกได้ที่ ฝีมันก็แตก แต่ประเด็นคือระบบไม่เป็นระบบ นอกจากนี้ตัวเลขการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบยังน้อยเกินไป
นายนิกร กล่าวต่อว่า จากการศึกษาในคณะกรรมการที่ตั้งโดยสภาชุดที่ 25 พบว่าตลอดทั้งปีการเสียชีวิตจากการที่รถไฟชนมีแค่ 45 รายต่อปี ส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในชนบทเท่านั้น ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปี 2562 ไม่มีเหตุที่เกิดขึ้นใน กทม. เลย กทม. เป็นเมืองที่มีลักษณะพิเศษ ไม่มีผังเมือง เราเคยศึกษาว่ารถไฟทำให้รถติดมาก แต่รถไฟอยู่ในเมืองนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เขาอยู่มาก่อน เมืองเกิดตามหลัง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แก้ปัญหาโดยที่รวมสายไว้ที่สถานีหัวลำโพงให้มีจำนวนน้อยที่สุด ซึ่งหนึ่งในปัญหาคือการปฏิบัติงานของพนักงานไม่มีระบบ ขณะนั้น รฟท.เสนอให้คัดกรองพนักงานก่อนปฎิบัติหน้าที่ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าไม่ได้ทำตามแผน นอกจากนี้ กล้อง CCTV ในจุดเสี่ยงก็ไม่มี GPS ก็ไม่มี เราเคยศึกษา มีข้อสังเกต แล้วมันก็หายไป ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เท่ากับระบบไม่เป็นระบบ
นายนิกร เสนอให้พิจารณาการเยียวยาใหม่ เนื่องจากเป็นความผิดพลาดโดยรัฐแบบแท้ๆ รัฐกระทำต่อประชาชน ผู้สูญเสียที่นั่งบนรถเมล์เป็นผู้เปราะบาง มีรายได้น้อย ดังนั้น ระบบต่างหากที่มีปัญหา
“เขาเป็นผู้ยากลำบากส่วนใหญ่มีรายได้น้อยผลกระทบที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบ เขาเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว เราต้องแก้ปัญหา ไม่ใช่เหมือนกับเราเป็นวัวที่ผูกไว้กับหลัก เดินไปได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น เราต้องปรับปรุงใหม่ ความผิดของรัฐควรจะมีการจูนใหม่” นายนิกรกล่าว
ขณะที่นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของผู้สูญเสียทุกคน ขอให้มีการเยียวยาอย่างเหมาะสม หากพบว่ามีหน่วยงานใดที่มีความบกพร่องจนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสีย ขอให้มีการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังอย่างถึงที่สุด ตนไม่อยากตีกรอบเป็นความประมาทส่วนบุคคล จริงๆเรื่องนี้เราอาจจะต้องพิจารณาให้ลึกลงไปมากกว่านั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความประมาทของคนขับรถไฟ รถประจำทาง หรือผู้ควบคุมตู้ให้สัญญาณ ปัญหานี้มีเรื่องที่ซ่อนอยู่หลายปัญหา ที่ถูกปล่อยประละเลยอย่างยาวนาน เราต้องเปลี่ยนขอบมโนทัศน์ที่มองความผิดพลาดส่วนบุคคลไปมองปัญหาเชิงระบบและเชิงโครงสร้าง
“การจอดรถคร่อมทางรถไฟ การเร่งเครื่องรถขณะรถไฟมา ไม่มีสัญญาณเตือนรถไฟดังขึ้น บางครั้ง ผมเห็นกับตา ตำรวจยืนอยู่บริเวณแยกทางรถไฟ แต่ก็มีรถจักรยานยนต์จงใจวิ่งผ่านในขณะที่มีสัญญาณดังขึ้น แล้วตำรวจก็ยืนมองตาปริบๆ ไม่ทำอะไร กรณีแบบนี้ หากเกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียว นี่อาจจะเป็นเรื่องความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่นี่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือสิ่งที่สะท้อนปัญหาของวัฒนธรรมวินัยจราจรและปัญหาเชิงระบบของการกวดขัน การตรวจจับ และการลงโทษทั้งระบบ” นายเสกสิทธิ์กล่าว
นายเสกสิทธิ์ กล่าวว่า มีปัญหาเรื่องการบูรณาการระหว่างส่วนของรถไฟและการจราจร แยกราชปรารภ ดินแดง เกิดให้เห็นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยเฉพาะนอกจากนี้ เรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผังเมือง จุดตัดทางรถไฟกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศราว 2,600 จุด ในกรุงเทพมีทั้งหมด 18 จุด เป็นความเสี่ยงที่ถูกฝังไว้ในเมือง
ด้านนางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย คนเข้าใจว่าอุบัติเหตุ หลายคนอาจจะโกรธแค้น อยากคนผิดให้ได้ แต่เราต้องยืนอยู่ในความเป็นจริงก่อน ว่าเราจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นและจบลงเพียงแค่คนขับประมาท หรือรถไฟไม่ควรวิ่งผ่านเมืองหรือรถเมล์ ขสมก.ไม่ควรไปจอดทับทางรถไฟ เรื่องนี้สะท้อนความล้มเหลวของระบบคมนาคมไทยที่ไร้วินัย
นางมนพร กล่าวต่อว่า ระบบคมนาคมที่ดีต้องถูกออกแบบด้วยการป้องกันความผิดพลาดของมนุษย์ พื้นที่ที่เกิดเหตุคือพื้นที่เสี่ยงที่อาจจะมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุดใน กทม. เนื่องจากระยะของสี่แยกมีแค่ 130 เมตร พอรถติดสะสมเยอะๆ รถก็จะล้นมาที่ทางรถไฟ ระบบจราจรทำให้ต้องบีบให้คนเสี่ยงตายอยู่บนรางรถไฟ นอกจากนี้ ไม่มีกล้องจับปรับ ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายยังเด็ดขาด เส้นทแยงเหลืองเป็นแค่สีทาถนน เจ้าหน้าที่เมินเฉยต่อหน้าที่ รถไฟวิ่งแค่ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ด้วยน้ำหนักที่มาก ต่อให้ดึงเบรกฉุกเฉิน ระยะทางแค่นี้ก็หยุดไม่ทัน เราไม่สามารถฝากชีวิตคนไว้กับสายตาคนขับเพียงอย่างเดียว ต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง
นางมนพร ระบุว่า การย้ายรถไฟไปวิ่งตอนกลางคืน อาจจะเพิ่มความเสี่ยงให้กับรถบรรทุกแทน ดังนั้น ต้องลดความเสี่ยงทั้งระบบ โดยใช้กล้อง AI ตรวจจับรถที่ค้างบนราง ไฟจราจรต้องบังคับเกี่ยวทุกครั้งเมื่อรถไฟมาถึง ศึกษาแนวทางทางลอดทางเข้าบริเวณจุดตัดที่มีความเสี่ยงสูง
“ดิฉันไม่อยากให้เกิดเป็นแบบไฟไหม้ฟาง อยากให้เปิดเผยผลสอบสวนเชิงระบบ ไม่ใช่แค่เปิดเผยคนผิด ตรวจสอบรัศมี 200-300 เมตร ไม่ใช่ดูแค่ไม้กั้น ต้องสั่งจุดตัดทั้ง 27 แห่งทั่ว กทม. จัดลำดับติดตั้งกล้องวงจรปิด ต้องมีเจ้าภาพชัดเจน มีงบประมาณที่ตรวจสอบและสร้างความโปร่งใส” นางมนพรกล่าว
ส่วนนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องยิ่งได้ยินว่าการพิสูจน์อัตลักษณ์ต้องใช้เวลา 3-4 วัน ตนไม่อยากจะนึกถึงสิ่งที่ครอบครัวของเขาจะได้รับกลับไป จำสภาพร่างญาติๆ แทบไม่ได้
นายสกลธี ระบุว่า ต้องขอบคุณรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในขณะนั้น ได้มีการเสนออนุมัติแผนแม่บท การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของ รฟท. ปี 2551 - 2554 เพื่อแก้ไขปัญหาจุดตัด โดยเป็นการสร้างทางยกระดับหรืออุโมงค์ รวมถึงติดสัญญาณอัตโนมัติ เป็นการริเริ่มด้วยและมอบอำนาจในการก่อสร้างจุดเหล่านี้ให้กับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท แทนที่จะเป็น รฟท. ที่ศักยภาพคนและงบประมาณทำไม่ได้ แต่ทำไมปัญหามันเกิดขึ้นอีก พอไปดูเนื้อใน เราก็ทำหลายอย่างเพียงแต่ หมดยุคสมัยรัฐบาลนั้น กลับโอนงบไปทำอย่างอื่น เช่น เอาไปซ่อมทางบ้าง ซื้อหัวรถจักรบ้าง และในพื้นที่กทม. ผังเมืองมีความหนาแน่น การสร้างสะพาน ทางลอดเป็นไปยาก ทำให้งบประมาณมาไม่ถึง นอกจากนี้ บางส่วนยังได้โอนไปทำงบรถไฟสายสีเหลือง บางซื่อ-ตลิ่งชัน และสายตะวันออกเป็นสายที่ประชาชนใช้น้อย การจัดลำดับการแก้ปัญหาก็น้อยลงไป
นายสกลธี กล่าวว่า เรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับวิศวกรรมจราจร แยกมักกะสันมีความพิเศษ การจราจรจุดนี้เป็นมหาวินาศที่ผ่านไฟแดงแรก แต่ไปติดไฟหลังอีก ตอนตนสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่แล้ว หนึ่งนโยบายของตนคือการปรับวิธีการใช้ไฟแดงแบบตั้งเวลาเป็นสัญญาณไฟอัจฉริยะ ปีที่ผ่านมา ซึ่งไฟอัจฉริยะ ตนเคยทำตั้งแต่สมัยเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ทำ เพราะใช้งบประมาณไม่เยอะ 3-5 ล้านบาท
ส่วนปัญหาสุดท้าย คือปัญหาเชิงกฎหมายอำนาจ กทม. เป็นคนเซ็ตไฟจราจร แต่การใช้งานเป็นของตำรวจ กรณีไม้กั้นทางรถไฟก็เหมือนกัน จึงเป็นจุดอ่อนที่เราทราบกันดี พรรคประชาธิปัตย์เราขอเสนอให้รวบรวมอำนาจมาอยู่ที่กรุงเทพมหานครแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้ชัดเจน โดยเสนอเป็นกฎหมาย
ภายหลังเสนอรายการครบแล้ว ได้เปิดโอกาสให้ สส. อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยมีผู้ลงชื่อจำนวน 28 คน
แท็กที่เกี่ยวข้อง เสนอญัตติ ,ประชุมสภา ,ปลอดภัยทางราง ,นิกร