เลือกตั้งและการเมือง

“หมอวรงค์” แตะงบ TH-AI Passport กลางสภา เจอ สส.ภท.ประท้วง ไม่เกี่ยวงบปี 70

3 ชั่วโมงที่แล้ว

24 views

“หมอวรงค์” สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี แตะงบ TH‑AI Passport กลางสภา เจอ สส.ภูมิใจไทย ประท้วงวุ่น ไม่เกี่ยวงบปี 70 เอาไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือกระทู้เหมาะกว่า ด้าน “โสภณ” ประธานสภา เบรก ขอให้อยู่ในประเด็นแบบผู้อภิปรายที่ผ่านมา

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายงบประมาณ 70 เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ในการปราบปรามทุจริต ว่า รัฐบาลวางเป้าหมายไว้ว่าประเทศไทย ปลอดการทุจริตประพฤติมิชอบ จึงคิดว่าเป้าหมายสูงส่งมากและต้องขอชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่กล้าวางเป้าหมายสูงขนาดนี้ โดยมีดัชนีชี้วัด คือดัชนีการรับรู้การทุจริตของชาติอันดับไม่เกิน 43 แต่ขณะนี้ดัชนีชี้วัดคอร์รัปชั่นของประเทศไทยอยู่ที่ 116 ในขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าคะแนนไม่น้อยกว่า 57 คะแนน ทั้งๆ ที่ขณะนี้เราได้คะแนน 33 คะแนน ซึ่งตนให้กำลังใจนายกฯอย่างจริงจังเพราะเชื่อว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นคือปัญหาสำคัญของชาติที่ต้องช่วยกันไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ตนสนับสนุนเจตจำนงของนายกฯอย่างเต็มที่ แต่เพื่อให้การผลักดัน CPI ของประเทศ ไปสู่จุดที่ดีขึ้น

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ตนก็ต้องมีข้อสงสัย และรัฐบาลก็ต้องชี้แจงเพื่อให้หายข้อสงสัย ตนจำได้ว่าโครงการ TH‑AI Passport ยังเป็นประเด็นที่สังคมและตนสงสัย ซึ่งเมื่อสองวันที่ผ่านมาสอสอฝ่ายรัฐบาลอภิปรายโครงการนี้พูดชัดเจนว่าเชื่อว่าโครงการนี้ไม่มีการทุจริตไม่มีการล็อกสเปกและได้มีการปรึกษาหารือกับนักโฆษณา เขาพูดชัดเจนว่าการโฆษณาผ่านจอร้านสะดวกซื้อใครๆก็ทำได้ และเดี๋ยวนี้มีการจ่ายเป็นรายเดือน 1 ล้านคน ประมาณ 25 ล้านบาทไม่ใช่ 1.6 พันล้านบาท อย่างที่ทุกคนเข้าใจ ตนขอเสนอมุมเห็นต่างซึ่งเป็นข้อสงสัยของตนเองและถ้ารัฐบาลคิดว่าตนเข้าใจไม่ถูกต้องยินดีรับฟังเพราะคิดว่าเราช่วยกันที่จะทำให้ประเทศเราปลอดคอร์รัปชั่น

ทำให้มีสส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่าสิ่งที่ นพ.วรงค์อภิปราย ไม่เกี่ยวข้องกับงบ70 เพราะ TH‑AI Passport เป็นเงินกองทุน จึงเป็นการอภิปรายผิดวาระ เพราะยังมีวาระอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้เช่นกันตั้งกระทู้ถามหรือหารือ

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วินิจฉัยว่า ถึงแม้ว่า TH‑AI Passport เงินกองทุน ก็เป็นการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ซึ่งมีหลายคนก็พูดประเด็นนี้มาแล้ว ที่ประชุมก็อนุญาตให้อภิปราย ถ้า นพ.วรงค์ พูดเหมือนผู้อภิปรายที่ผ่านมา ตนจะอนุญาตให้พูด แต่จะเอาเอกสารมาแสดงก็จะเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นขอให้อยู่ในประเด็นแบบผู้อภิปรายที่ผ่านมา

นพ.วรงค์ จึงอภิปรายต่อเกี่ยวกับโครงการ TH‑AI Passport พร้อมเปิดชื่อ ป.ผู้บริหารบริษัท ที่เป็นหุ้นส่วนสำคัญของบริษัทที่ไปประมูล TH‑AI Passport และยังมีนาย พ.ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทไปเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญอีกคน และไปประมูลโครงการ TH‑AI Passport ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเอื้อประโยชน์กันหรือไม่และมีการล็อกสเปคหรือไม่

สส.พรรคภูมิใจไทย จึงประท้วงอีก ว่าอภิปรายนอกประเด็น นายโสภณจึงไม่อนุญาตให้พูดถึงบุคคลภายนอก แต่ให้อภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณ แต่ นพ.วรงค์ ยังอภิปรายถึงข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในโครงการ TH‑AI Passport แต่ยังคงถูกสส.พรรคภูมิใจไทยประท้วง ขณะที่ สส.พรรคประชาชน โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ลุกขึ้นมาประท้วง สส.พรรคภูมิใจไทยว่าเป็นการประท้วงซ้ำซาก เพราะเงื่อนไขจอไม่ได้อยู่ใน TH‑AI Passport โครงการเดียว แต่อยู่ใน ทีโออาร์ เช่นในกระทรวงอุดมศึกษาฯ ซึ่งอยู่ในเล่มงบประมาณ

นายโสภณ จึงให้พูดในประเด็นอย่าประท้วง และในหน้าสื่อก็มีมากกว่านี้ และเชื่อว่ารัฐมนตรีชี้แจงได้ ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ยืนยันว่า กำลังหาช่วยหาทางออกให้รัฐบาล สนับสนุนให้รัฐบาลแจกเอไอ ฟรีให้กับพี่น้องประชาชนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่อยากให้โครงการเกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้และการเปิดประมูลแข่งขันที่เป็นธรรม

นพ.วรงค์ ยังอภิปรายถึงการเสนอของบประมาณให้กับกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยในปีงบประมาณ 2570 ขอจัดสรร 294 ล้านบาท เพื่อจ่ายบำนาญและสวัสดิการให้ สส. และ สว. โดยในปี2569 ใช้งบประมาณจำนวน 420 ล้านบาท ทั้งนี้มีรายงานคาดการณ์ ปี69 จะใช้เงินสูงถึง 941 ล้านบาท ขณะที่มีการสมทบจากสมาชิกรัฐสภา เพียงปีละ 29.4ล้านบาท ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงถึง เกือบ 30 เท่า ซึ่งตนมองว่าเอาเปรียบประชาชนและในปีงบประมาณ 2570 ตนเชื่อว่าจะเกิดปัญหากองทุนติดลบ โดยปี2570 ตั้งงบไว้ 294 ล้านบาท เท่ากับจะติดลบกว่า 645ล้านบาท

“การแก้ปัญหาอาจต้องของบกลาง แม้รัฐบาลตั้งงบกลางไว้ 9 แสนล้านบาท แต่เพื่อช่วยเหลือประชาชนเมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉิน มีภัยพิบัติ ซึ่งงบกลางไม่ได้ตั้งไว้เพื่อช่วยเหลือนักการเมือง ด้วยหลักคิดและเหตุผลของการตั้งกองทุน แต่จากระบบบัญชีไปต่อลำบาก ผมขอเรียกร้องให้เสียสละ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นที่พึ่ง ไม่ใช่เบียดเบียนภาษีประชาชน”นพ.วรงค์ อภิปราย

นพ.วรงค์ อภิปรายต่อว่า ในปีงบประมาณ 2570 หน่วยงานรัฐสภา โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เสนอจัดสรร 5,087 ล้านบาท ซึ่งรวมเป็นเงินเดือน สส. เงินเดือนผู้ช่วย สส. ทั้ง8 คน ทั้งนี้มีข้อเรียกร้องจากนักวิชาการให้รู้จักพอดีต่อการใช้เงินภาษีของประชาชนและประหยัดเพื่อให้เกิดการยอมรับ โดยจากการตรวจสอบของตนพบว่ามีสส.บางคนตั้งผู้ช่วยสส.ไม่เกิน 3 คน แต่ตนขอฝากให้พิจารณาด้วยว่าเวทีของผู้ทรงเกียติ เป็นผู้แทนประชาชน ต้องเป็นเวทีปกป้องประโยชน์ของประชาชนไม่ใช่ประโยชน์ของนักการเมือง

คุณอาจสนใจ

Related News