เลือกตั้งและการเมือง

“ศุภณัฐ” บี้ “รัฐบาล” ถนนยุบกลางกรุงฯ ผ่านมา 8 เดือนยังไม่คืบ ส่อเอื้อผู้รับเหมา

4 ชั่วโมงที่แล้ว

24 views

“ศุภณัฐ” สส.พรรคประชาชน บี้ “นายกฯ” การจัดการปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานหรือไม่ เหตุถนนสามเสนยุบกลางกรุงเทพฯ ผ่านมาแล้ว 8 เดือนยังไม่คืบ ซัดรัฐบาลส่อเอื้อ “ผู้รับเหมา” ด้าน “สิริพงศ์” แจง ก.คมนาคม ยังไม่ได้รับรายงานแต่จะติดตามให้ ย้ำยึดหลักปิดชื่อถือพฤติกรรม ผิดคือผิด

ที่ประชุมรัฐสภาวันนี้ (28 พ.ค. 69) นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องแนวทางการจัดการปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ว่า จากกรณีเครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ผ่านไป 4 เดือนมีการแถลงข้อเท็จจริงว่ามีความล้มเหลวเชิงระบบ ทั้งที่บริษัทก่อสร้างและบริษัทที่ปรึกษาทำผิดสัญญาชัดเจน และมีเหตุชัดเจนสามารถยกเลิกสัญญากับบริษัทอิตาเลียนไทยได้ และนายกฯก็เคยมีการสั่งให้ยกเลิกสัญญา แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นการยกเลิกสัญญาใดๆทั้งสิ้น

จึงขอถามว่า ทางรัฐบาลจะดำเนินการ สั่งหน่วยงานในกำกับให้บอกยกเลิกสัญญากับบริษัทอิตาเลียนไทยและเสนอชื่อบริษัทอิตาเลียนไทยขึ้นแบล็คลิสต์เป็นผู้ทิ้งงานเพื่อให้ไม่สามารถที่จะกลับเข้ามาประมูลโครงการของภาครัฐได้อีกหรือไม่ และถ้าจะสั่งยกเลิกจะดำเนินการให้เสร็จเมื่อไหร่ สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานหรือไม่ ถ้าวันนี้ไม่ยกเลิกสัญญา หมายความว่าสิ่งที่นายกฯสั่งก่อนหน้านี้จะกลายเป็นตัวตลกของสังคมได้

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงแทนนายกฯว่า หลังจากที่มีกรณีเหตุเครนถล่มในช่วงที่ผ่านมาทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ได้มีความนิ่งนอนใจ จากคำสั่งการของนายกฯเป็นแนวทางในการปฏิบัติการจะปฏิบัติอย่างไรให้ครบถ้วนก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทางรฟท.ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน ล่าสุด มีการส่งหนังสือไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อที่จะขอทราบแนวทางอำนาจหน้าที่เพื่อความรอบคอบซึ่งมีหนังสือตอบกลับมาจาก ออส.เมื่อวันที่ 21 พ.ค.69 โดยทาง อสส. มีความเห็นเกี่ยวกับระเบียบต่างๆ ว่าการใช้ดุลพินิจของ รฟท.ในการบอกเลิกสัญญา ทางปกครองควรคำนึงถึงผลดีผลเสีย ประโยชน์สาธารณะรวมทั้งหลักความได้สัดส่วนและหลักพอสมควรแก่เหตุตลอดจนผลกระทบของการบอกเลิกสัญญาประกอบด้วย ซึ่งความตั้งใจของรฟท. คือต้อง บอกเลิกสัญญาและต้องขึ้นแบล็คลิสต์รายนี้

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะตามมาหากบอกเลิกสัญญาคือซับหน้างานผู้รับจ้างได้มีการ เนินการไปก่อนหน้านี้และยังไม่ได้มีการส่งมอบงานซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องของการฟ้องร้องต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นบริหารสัญญามา 99.5 % เหลืออยู่ 22 ช่วง ใช้ระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ก็จะแล้วเสร็จตามสัญญา แต่หากมีการยกเลิกสัญญาในช่วงนี้คาดว่ากระบวนการทั้งสิ้นจากห้าเดือนจะขยับออกไปเป็น 2 ปี ทั้งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

“สิ่งที่ผมพูดไม่ได้หมายความว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่ดำเนินการยกเลิกสัญญา แต่เป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมชี้ให้เห็นว่าเราคำนึงถึง ในทุกมิติแน่นอนว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนย่อมมาอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมนี้ขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น แต่เกิดขึ้นมาจากความละหลวมในการดำเนินการมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง กระทรวงคมนาคมออกมาแถลงการณ์เราไม่ได้ปฏิเสธความผิดพลาดที่เกิดจากความบกพร่องของการดำเนินการและสิ่งนี้ก็จำเป็นที่จะต้องนำมาสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ในการควบคุมงานก่อสร้างเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน”

นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า การที่ รมช.คมนาคม บอกว่า ไม่ใช่ว่ากระทรวงฯ จะไม่ยกเลิกสัญญา แต่สรุปว่าไม่ยกเลิกอยู่ดี และไปอ้างในส่วนของ อสส. ซึ่งต้องฝากรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นตัวแทนนายกฯ ว่าวันหลังถ้านายกฯ จะสั่งอะไรขอให้ปรึกษา อสส.ก่อนดีกว่าหรือไม่ ไม่ใช่สั่งเอาภาพ สั่งสร้างภาพ และสุดท้ายทำไม่ได้ ถ้าจะสั่งก็สั่งโดยไม่ต้องออกข่าว ทำให้ประชาชนเข้าใจและคาดหวังกับนายกฯว่านายกฯจะสั่งยกเลิกและเอาจริงเอาจังแต่สุดท้ายทำไม่ได้ ดังนั้นขอแนะนำว่าหากติดขัดเรื่องทรัพย์สินก็ให้เขาทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยยกเลิกสัญญาก็ได้และมีเหตุของตึก สตง.อยู่แล้ว ก็สามารถใช้เหตุนี้ในการยกเลิกสัญญาบริษัทอิตาเลียนไทยและขึ้นแบล็คลิสต์ได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการ รวมถึงสมุดพกที่กรมบัญชีกลางทำ ก็สามารถบอกเลิกสัญญาได้ แต่จนถึงวันนี้สมุดพกยังใช้ไม่ได้ ทั้งที่นายกฯบอกว่าจะทำให้เสร็จเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จึงอยากถามว่าสมุดพกจะดำเนินการเสร็จเมื่อไหร่และปัจจุบันดำเนินการไปถึงไหนแล้ว

นายสิริพงศ์ ยืนยันว่าไม่มีเจตจำนงใดของกระทรวงคมนาคมที่จะไม่ยกเลิกสัญญาบริษัทอิตาเลียนไทย แต่ต้องพิจารณาในทุกมิติให้ครบถ้วน แนวทางที่นายกฯให้เราต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อกฎหมาย ส่วนในเรื่องสมุดพกได้มีการติดตามสอบถามกรมบัญชีกลาง แต่ต้องยอมรับตามตรงว่าตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่เพราะตนไม่ใช่คนออกสมุดพก เพราะคนที่ออกสมุดพกคือกรมบัญชีกลาง ทั้งนี้กรมบัญชีกลางให้คำตอบมาว่าเขาให้ความสำคัญกับทีโออาร์เป็นอันดับแรก และสมุดพกเป็นการหักแต้มหลังจากเกิดเหตุแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการบริหารสัญญาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยที่เข้มข้นเพื่อเป็นการป้องปรามเหตุให้ได้ก่อน และยืนยันว่าในเรื่องของสมุดพกจะมีการดำเนินการเช่นเดียวกัน แต่ตนไม่สามารถตอบได้ว่ากรมบัญชีกลางจะดำเนินการให้ได้เมื่อใด

นายศุภณัฐ ถามอีกว่า มาตรฐานการทำงานและการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลต่อผู้รับเหมาขึ้นอยู่กับว่าผู้รับเหมานั้นเป็นใคร ทำไมผลสอบตึก สตง.ถล่ม เครนถล่ม ใช้เวลา 3-4 เดือนแถลงผลได้ ส่วนถนนยุบที่ถนนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่มีบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ช.การช่าง เป็นผู้รับเหมา โดยผลการตรวจสอบพบว่า กรณีตึก สตง. ใช้เวลาสอบแถลงภายใน 3 เดือน พบว่าผู้รับเหมา คนออกแบบ และที่ปรึกษา ผิด กรณีเครนถล่มทับรถไฟ ใช้เวลาตรวจสอบ 4 เดือน และแถลงผลสอบผู้รับเหมา และที่ปรึกษาผิด ส่วนถนนยุบ เมื่อเดือน ก.ย. 68 ผ่านมาแล้ว 8 เดือนยังไม่มีผลสอบสวน ทั้งที่คณะกรรมการตรวจสอบกระทรวงคมนาคมเป็นผู้แต่งตั้งขึ้นเป็นเพราะว่าผู้รับเหมาเป็นบริษัทชิโนไทยหรือไม่และจะแถลงผลสอบสวนเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามการตั้งคณะกรรมการสอบถนนยุบ พบว่ามีคนนอก ประมาณ 20% ซึ่งต่างจาก คณะกรรมการสอบตึก สตง.ที่มีคนนอก 40%

นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า การสอบสวนแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับปัจจัยหนึ่งในการสอบสวนความรวดเร็วในแต่ละเรื่องที่มีความแตกต่างกันหน่วยงานที่ตรวจสอบในแต่ละเคสก็จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งกรณีผลสอบสวนถนนยุบทางกระทรวงคมนาคมก็ยังไม่ได้รับรายงานตนก็จะไปติดตามให้ ไม่ทราบว่าข้อมูลวงในนายศุภณัฐได้มาได้อย่างไรเพราะตนอยู่กระทรวงคมนาคมยังไม่ทราบเลย ท่านก็มีสิทธิ์ตั้งข้อกล่าวหา แต่อยากให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงด้วย และแนวทางของนายกฯ ที่ให้มากับทุกกระทรวง โดยใช้วิธีการปิดชื่อดูเพียงพฤติกรรมไม่ได้สนใจว่าจะเป็นบริษัทไหนแซงกินไข่ดำเนินการอย่างไรผิดก็คือผิดถูกก็คือถูกแต่การจะอ้างเหตุของการกระทำหนึ่งหรือเหตุการณ์หนึ่งแล้วมาดำเนินการกับอีกเครื่องนึงอาจจะไม่มีความครบถ้วนทางด้านกฎหมายเพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้เราทำได้

“ยกตัวอย่างเช่นตอนที่พวกเราลงสมัคร สส. พฤติกรรมบางพฤติกรรมที่ยังไม่ได้ถูกชี้มูลหรือยังไม่ได้ถูกตัดสินแต่ต้นเป็นพฤติกรรมที่อาจจะออกเทาเทาเราก็ยังรับรองให้เค้าลงสมัครได้เลยเพราะกฎหมายไม่ได้ระบุว่าเขาเป็นคนผิด หรือการกระทำอย่างหนึ่งอาจจะไม่ใช่เป็นเหตุผลในการดำเนินการอีกอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตามทางกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบกฎหมายอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาที่สุด”

ทั้งนี้นายศุภณัฐ ฝากทิ้งท้ายว่า รายงานดังกล่าวอยู่ในกระบวนการที่เสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือเสนอไปแล้ว จากข้อมูลที่ตนได้รับ คณะกรรมการลงความเห็นแล้ว แต่ถูกดองอยู่ ส่วนข่าวหลุดที่ออกมา คือ หลุดทั้งหมด โทษทุกอย่าง ยกเว้นผู้รับเหมา ขอฝาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าให้สร้างบรรทัดฐานที่ดี ปิดชื่อ ถือพฤติกรรมทำจริงหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ,ถนนยุบ

คุณอาจสนใจ

Related News