เลือกตั้งและการเมือง

“อภิสิทธิ์” ถาม “เอกนิติ” ที่ทำอยู่มุ่งเป้าตรงไหน ลุยยื่นศาลตีความ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

34 views

“อภิสิทธิ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผย “ฝ่ายค้าน” เตรียมยื่นประธานสภาฯ เที่ยงนี้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยันกู้ครั้งนี้ต่างจาก 3 ครั้งที่ผ่านมา ถาม “เอกนิติ” รมว.คลัง ที่ทำอยู่มุ่งเป้าตรงไหน คนได้สิทธิ์คือคนมือไว-เน็ตแรง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า วันนี้เวลา 12.00 น. ฝ่ายค้านจะสามารถยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ โดยเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา มีตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ไปพูดคุยกับพรรคประชาชน ถึงการเขียนคำร้องแล้ว โดยมีการพูดถึงว่า การที่ตราพระราชกำหนดครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องทำไปเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นหลัก คือ 1. โครงการอย่างน้อย 200,000 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานทั้งหมด แทบจะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในขณะนี้เลย ขณะเดียวกันในแง่ของภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งตนเห็นในปัจจุบันที่มีการชี้แจง ในทำนองว่า รัฐบาลอื่นก็เคยกู้เงิน ดังนั้นเราต้องพูดตามข้อเท็จจริง และเงื่อนไขของกฎหมาย คำว่า “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” จะวัดจากอะไร ต้องดูตามมาตรฐานของสากล

“การกู้เงินในอดีตที่ผ่านมา 3 ครั้ง ที่เราจำกันได้ ครั้งที่ 1 วิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งวิกฤตครั้งนั้นเห็นได้ชัดว่า ทุนสำรองของประเทศ แทบจะหมดไปแล้ว และเศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง ครั้งที่ 2 ในยุคที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้นการท่องเที่ยว การส่งออกติดลบ มีการคาดการณ์กันว่า จะเกิดการตกงานกันครั้งใหญ่ เศรษฐกิจหดตัว ซึ่งรัฐได้พยายามใช้เงื่อนไข ที่มีอยู่ในกฎหมายทั้งหมด เช่น การทำกฎหมายงบประมาณเพิ่มเติม และอะไรหมดแล้ว แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถที่จะมีเงิน มาดำเนินการในการสร้างความมั่นใจ ในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ ก็จำเป็นต้องทำ และครั้งที่ 3 กรณีโควิด-19 ซึ่งมีการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด ดังนั้นมาเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน ผมดูตัวเลข ณ สิ้นเดือนมีนาคม ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยแถลงล่าสุด ปีต่อปี ส่งออกเป็นบวก ลงทุนเป็นบวก การบริโภคเป็นบวก และเศรษฐกิจในภาพรวมก็ยังเป็นบวก รวมถึงประเด็นการจัดเก็บรายได้ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ก็ยังเป็นไปตามเป้าหมายอยู่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นตรงนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามตนขอตั้งข้อสังเกต และยืนยันเหมือนเดิมว่า จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์คือ ไม่ใช่เราบอกว่า เศรษฐกิจดี เรารู้ว่า เศรษฐกิจไม่ดี และเรารู้ว่า เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่ผลกระทบนั้น มาทางด้านที่เราเรียกว่า ต้นทุนคือ น้ำมันแพง จึงทำให้ต้นทุนการผลิตอื่น ๆ แพง พร้อมยกตัวอย่างว่า รัฐบาลคิดว่า จะใช้เงิน 200,000 ล้านบาท เป็นเวลา 4 เดือน ในขณะที่เราบอกว่า ถ้าคุณลดภาษีสรรพสามิต 4 เดือน คุณใช้เงินแค่ 60,000 ล้านบาท น้ำมันถูกลงทันที 7 บาท และตอนนี้แทบจะกลับไปเหลือ 30 บาทแล้ว อะไรคือ การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดกว่ากัน โดยไม่ต้องละเมิดเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การปฏิเสธของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ผ่านมา บอกว่า ลดภาษีสรรพสามิต เป็นการช่วยเหลือแบบไม่มุ่งเป้า คำว่า “ไม่มุ่งเป้า” ของนายเอกนิติ ก็ขยายความว่า เช่น มีคนรวยที่ขับรถได้ประโยชน์ เพราะเขาใช้ดีเซล ซึ่งตนก็บอกว่า จริง ๆ แล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำ ถ้าเป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า เช่น การเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตรงนี้เราไม่ได้ขัดข้อง และความจริงในวงเงินที่ทำ ก็สามารถที่จะบริหารจากงบประมาณปกติได้ แต่คำถามคือ การให้เงินคน 30,000,000 คน

โดยคนที่ได้คือ คนที่มีโทรศัพท์ดีกว่า สัญญาณอินเตอร์เน็ตดีกว่า มือไวกว่า อย่างนี้เป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าอย่างไร นี่คือ สิ่งที่เราทักท้วง และเราไม่เคยปฏิเสธว่า เศรษฐกิจไม่มีปัญหา แต่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความหมายเฉพาะของมัน และไม่ได้เป็นตามเงื่อนไข และเราก็มองว่า การช่วยเหลือประชาชน ที่ไม่ก่อหนี้มากมายมหาศาลแบบนี้ และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบมีวิธีอื่นอีกเยอะ

เมื่อถามว่า ในร่างคำร้องมีพรรคกล้าทำร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้ลงชื่อด้วย แต่เชื่อว่า เมื่อเรายื่นไปแล้ว ศาลฯ จะรับไว้พิจารณา และหากศาลฯ รับไว้พิจารณา ก็ต้องหยุดการพิจารณาของสภา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามเชื่อว่า น่าจะทันในวันที่ 14 พฤษภาคม จะพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว

คุณอาจสนใจ

Related News