เลือกตั้งและการเมือง
"อภิสิทธิ์" ควง "อนุชา" หาเสียง เชื่อจะเรียกแฟนคลับ ปชป.กลับมาได้ หลังโพลสำรวจคนกรุงเลือกผู้สมัครอิสระ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
12 views
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค เช่น นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค , นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค , ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค , นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคฯ เขตสวนหลวง นายณัชกรณ์ เชิดชูกิจกุล และเขตประเวศ นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจสกุล ที่ตลาดเอี่ยมสมบัติ
นายอนุชา กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ค้าผู้ขายอยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำตลาดจะต้องถูกสุขลักษณะ ให้ผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยสะดวกสบาย พื้นที่ไม่มีน้ำขังเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี รวมถึงการแก้ไขปัญหาคนจรจัด เนื่องจากสร้างความรำคาญให้กับพ่อค้าแม่ค้าและผู้ซื้อ รวมถึงได้มีการสะท้อนถึงปัญหาการบริการห้องสุขาอยากให้มีการเปิด 24 ชั่วโมง แต่บางครั้งอาจจะเป็นแหล่งมั่วสุม จึงอยากจะให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสายตรวจ เข้ามาดูแลความปลอดภัย
ขณะที่การแก้ไขปัญหาคนจรจัด เป็นปัญหาอย่างมาก โดยเฉพาะตอนนี้พบที่บริเวณถนนสุขุมวิท ที่มีคนจรจัดการแก้ปัญหาจะต้องเข้ามาดูว่าคนเหล่านี้มีภูมิลำเนาอยู่ที่ไหนอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาทีละขั้นตอน และต้องมีการพูดคุยว่าจะกลับภูมิลำเนาของตัวเองหรือไม่รวมถึงเสริมสวัสดิการให้เวลากลับบ้านเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ต้องยอมรับว่าแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เหมือนกัน
นายอนุชา ยังกล่าวถึงการจัดการปัญหาขยะ ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่รวมในพื้นที่ระดับชาติ โดยการเก็บขยะจะมีทั้งการฝังกลบ ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ ที่จะนำไปกำจัดขยะ พักไม่ต้องการที่จะไปสร้างปัญหาต่อให้กับประชาชน หากนำขยะไปทิ้งต่างจังหวัด เนื่องจากขยะเกือบครึ่งใน กทม. ถูกนำฝังกลบในพื้นที่ด้านนอก หรือต่างจังหวัด ตนเองจึงมีนโยบายที่จะพูดคุยกับรัฐบาลหรือประสานงานกับรัฐบาลกลาง เพื่อจะหาวิธีลดขยะให้ได้มากที่สุด
ส่วนโรงงานขยะที่มีในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นในย่านอ่อนนุช หนองแขม และสายไหม ก็ต้องปรับให้เป็นระบบปิด 100% ไม่ให้มีกลิ่น ไม่ให้มีน้ำเสีย เป็นระบบที่ได้มาตรฐาน เริ่มตั้งแต่การขนถ่าย ไปจนถึงการบริหารจัดการแยกขยะ
นอกจากนี้ รถขยะก็ต้องเป็นระบบปิด ไม่ให้ขยะหล่นหรือน้ำเสียหล่นรายทาง โดยต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย นำขยะไปผลิตเป็นไฟฟ้า ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญในระดับต้น ๆ โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตประชาชนที่อยู่ใกล้ ๆ โรงงานขยะเป็นอันดับแรก แม้งบประมาณ กทม. มีจำกัด แต่คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ กทม. ก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็จะมาจัดลำดับบริหารจัดการงบประมาณ ให้คนกรุงเทพที่เป็นระบบโดยเฉพาะการจัดเก็บขยะที่เป็นระบบ ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการสร้างโรงขยะเพิ่ม เชื่อว่าปัญหาต่าง ๆ จากคลี่คลายลง
นอกจากนี้ ยังเตรียมพิจารณาผลักดันนโยบายการเพิ่มรถขยะ รวมถึงรูปแบบการขนส่งให้สั้นที่สุด รวมถึงเพิ่มจำนวนบุคลากรในการจัดเก็บขยะ เพิ่มความถี่ในการจัดจัดเก็บขยะ อีกทั้ง รณรงค์เรื่องของการคัดแยกขยะ เพื่อแต่ละชุมชนจะเป็นเมืองที่สะอาดมากขึ้น
ขณะที่การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร เรื่องนี้ตนเองให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ในฐานะที่ตนเองเป็นวิศวกร ดังนั้น จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการ นำน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และให้ไหลลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการท่วมขัง พร้อมกันนี้ ต้องบริหารจัดการในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ จะมาลอกคูคลองในแต่ละปีคงไม่ได้ ที่ผ่านมา กทม. มีปัญหาเรื่องงบประมาณ หากจะแก้ปัญหาให้เกิดความยั่งยืนต้องวางแผนเป็นระบบ ต้องนำระบบวิศวกรรมมาใช้ ซึ่งปัจจุบันปี 2026 แล้วแต่ระบบที่ใช้กันตอนนี้ ใช้มาตั้งแต่สมัยโรมัน ขณะนี้เปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ดังนั้นต้องพยายามจัดการถ่ายเทน้ำมากที่สุด ให้ความสำคัญกับอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ทำให้เป็นระบบมากที่สุด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ประชาชนอาจจะไม่ได้เห็น แต่ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบว่าสามารถแก้ปัญหาได้ทุกระบบ และชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบถึงการใช้งบประมาณว่าสามารถตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงการเพียงลอกท่อขุดคลองอย่างเดียว
ส่วนผลนิด้าโพล ที่ระบุว่า จะเลือกผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคการเมือง นายอนุชา กล่าวว่า ผลสำรวจเปลี่ยนไปได้ทุกสัปดาห์ ซึ่งพรรคเดินหน้าด้วยองคาพยพที่ไม่ใช่มีเฉพาะ สส. โดยมีการช่วยกันรณรงค์ปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหาของ กทม. เท่านั้น แต่พรรคยังมีเครือข่ายในพื้นที่ทุกระดับ ตั้งแต่ในอดีตที่มี สข. และเป็นผู้มีประสบการณ์ก็ยังคงเกาะติดพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นความคุ้นเคยที่ไม่ได้หายไปไหน แม้จะไม่มีตำแหน่งเป็นทางการใน กทม. แต่ความรู้สึกผูกพันไม่ได้หายไปไหน ระยะเวลาที่เหลืออีก 20 กว่าวัน พรรคจะมีโอกาสทำให้คนที่เคยรัก เคยชอบ ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ และพร้อมจะเป็นตัวแทนของชาว กทม.