เลือกตั้งและการเมือง

ฉก.นย.จันทบุรี ชักธงชาติผืนใหม่ใหญ่กว่าเดิม เสริมมาตรการเข้มพื้นที่รูปตัว U

3 ชั่วโมงที่แล้ว

21 views

ฉก.นย.จันทบุรี ชักธงชาติผืนใหม่ใหญ่กว่าเดิมขึ้นสู่ยอดเสา เสริมมาตรการเข้มพื้นที่ “รูปตัว U” หลังเหตุธงหาย ย้ำอธิปไตยไทยยังมั่นคง

วันที่ 21 เมษายน 2569 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ “รูปตัว U” บ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยดำเนินการชักธงชาติไทยผืนใหม่ขนาดใหญ่กว่าเดิมขึ้นสู่ยอดเสา เพื่อแสดงสัญลักษณ์อธิปไตยอย่างชัดเจน ภายหลังเกิดเหตุธงชาติถูกลักลอบถอดออกจากพื้นที่ดังกล่าว

การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่ตรวจพบว่าธงชาติไทยบริเวณจุดยุทธศาสตร์ได้หายไปจากยอดเสาธง หลังชุดลาดตระเวนเข้าตรวจสอบพื้นที่ ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาและเร่งแก้ไขสถานการณ์โดยทันที

พร้อมกันนี้ ฉก.นย.จันทบุรี ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด ประกอบด้วย การวางลวดหนามหีบเพลง 3 ชั้นในจุดเสี่ยง การเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน การตั้งจุดเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อป้องกันการลักลอบรุกล้ำ

หน่วยงานยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย และทุกมาตรการที่ดำเนินการเป็นไปตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับพื้นที่ “รูปตัว U” บ้านผักกาด ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เคยมีปัญหาข้อพิพาทด้านภูมิประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 เคยเกิดกรณีการเปลี่ยนทิศทางน้ำจากฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะพื้นที่ฝั่งไทยจนเสี่ยงสูญเสียผืนดินบางส่วน

ต่อมาในช่วงปี 2568 หน่วยงานความมั่นคงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดเส้นทางเข้าพื้นที่ทุรกันดารระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร เพื่อนำดินเข้าถมและปรับสภาพพื้นที่ ก่อนมีการก่อสร้างเสาธงชาติและชักธงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อยืนยันอธิปไตยของไทย

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ธงชาติหายล่าสุดได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามท้าทายเชิงสัญลักษณ์ และตอกย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และยืนยันการปกป้องอธิปไตยของประเทศในทุกมิติ


คุณอาจสนใจ