เลือกตั้งและการเมือง
“กรณ์” จี้รัฐบาลให้คำตอบ “น้ำมันหายไปไหน?” บี้คุมตลาดน้ำมันให้เข้มงวดอย่าให้อุตสาหกรรมแย่งปชช.
4 ชั่วโมงที่แล้ว
19 views
“กรณ์” จี้รัฐบาลให้คำตอบ “น้ำมันหายไปไหน?” บี้คุมตลาดน้ำมันให้เข้มงวดอย่าให้อุตสาหกรรมแย่งตลาดน้ำมัน ปชช. พร้อมปลุก พณ.กำกับราคาน้ำมัน-แก๊ส-ปุ๋ย-ยาให้ชัดเจน เตือนค่าไฟขึ้นเป็นคิวต่อไป
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ แถลงถึงปัญหาการเข้าถึงน้ำมันของประชาชนว่า ยังเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตรวจสอบปั้มน้ำมันต่างจังหวัด และภาคใต้ที่เดือดร้อนมากเป็นกรณีพิเศษ พบว่า สถานการณ์ยงไม่คลี่คลาย ปริมาณน้ำมันที่คลังน้ำมันส่งให้ปั้ม ยังต่ำกว่าปกติค่อนข้างมาก ทำให้ประชาชนประชาชนยังเดือดร้อนในการเติมน้ำมันให้เพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งที่รัฐบาลยืนยันปริมาณน้ำมันดิบเพียงพอ และให้โรงกลั่น กลั่นในปริมาณสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันปริมาณ 104 เปอร์เซ็นต์แล้ว รวมถึงยังลดปริมาณส่งออกน้ำมัน จากกว่า 200,000 ลิตรต่อวัน เหลือราว 50,000 ลิตรต่อวัน ดังนั้น จากปัจจัยต่าง ๆ รัฐบาลจะต้องชี้แจงว่า น้ำมันหายไปไหน และยังมีข้อเท็จจริงที่ว่า ปั๊มน้ำมันรายงานทุกปั้มว่า คลังน้ำมันส่งน้ำมันให้น้อยกว่าปกติ และน้อยกว่าความต้องการปกติของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ จึงขอให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งในอดีตก็มีการตรวจสอบ แต่เหตุใดวันนี้รัฐบาลจึงยังไม่มีคำตอบให้กับประชาชน
ส่วนผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพประชาชนนั้น นายกรณ์ ระบุว่า จากปัญหาน้ำมันที่เป็นต้นทุนในการทำธุรกิจ ทั้งการผลิต และการขนส่ง รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน จะต้องควบคุมไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าจำเป็น หรือกรณีที่จำเป็นต้องปรับเพราะต้นทุนสูงนั้น ตนเข้าใจ แต่รัฐบาลต้องตระนักว่า มีสินค้าใดที่รอคิวปรับราคาสินค้า เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที อย่างปัจจุบันประชาชนกังวลในราคาปุ๋ยเคมี และสินค้าประเภทเม็ดพลาสติก รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม ที่จะมีการปรับราคาขึ้น ดังนั้น กรมการค้าภายในจะต้องให้ความชัดเจน พร้อมยังตั้งข้อสังเกตการควบคุมราคาสินค้าที่ผ่านมาของกรมการค้าภายใน ทั้งผงซักฟอก กระดาษชำระ แชมพู สบู่ ซึ่งประชาชนก็เกิดคำถามว่า สินค้าเหล่านี้ เป็นสินค้าที่ประชาชนเดือดร้อนที่สุดแล้วจริงหรือ เพราะตนประชาชน กังวลในราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ปิโตรเลียมเหลว ยารักษาโรค และปุ๋ยมากกว่า แต่กลับไม่มีนโยบายที่ชัดเจน เพื่อคุ้มครองประชาชน
ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการขอขึ้นราคาสินค้าจำเป็นนั้น นายกรณ์ เห็นว่า เป็นหน้าที่ของหน่วยราชการ ประเมินความสมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับต้นทุน ซึ่งตนก็ยอมรับว่า สินค้าที่มีน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตราคาก็จะสูงขึ้น แต่ก็จะต้องควบคุมไม่ให้มีการปรับเกินความเป็นจริง
ส่วนที่มีรายงานการส่งน้ำมันถึงปั๊มลดลงครึ่งหนึ่งนั้น นายกรณ์ ยืนยันว่า สามารถตรวจสอบได้ และประชาชนก็ยังไม่เข้าใจว่า เหตุใดจึงเป็นประเด็นถกเถียง ทั้งที่รัฐบาลสามารถตรวจสอบได้ง่ายมาก และสื่อสารให้ประชาชนทราบ เพราะปัจจุบันเป็นภาระกับทั้งผู้ประกอบการ ก็ไม่สามารถอธิบายให้ประชาชนทราบได้ ถึงสาเหตุที่น้ำมันหมด หรือระบุว่า ประชาชนกักตุน ทั้งที่ประชาชนก็ถูกจำกัดการเติมแต่ละครั้งอยู่แล้ว และเจ้าของปั๊มน้ำมัน ก็ย้ำว่า ปริมาณน้ำมันจากโรงกลั่นส่งปั๊มน้ำมัน ลดลงครึ่งหนึ่ง จึงเกิดคำถามว่า น้ำมันอยู่ที่ไหน และตนยังไม่เห็นการชี้แจงของกระทรวงพลังงานว่า สาเหตุใดจึงเกิดเหตุเช่นนี้ ทั้งที่ น้ำมันไม่ได้หายไปไหน เพราะมีกำลังการผลิตเต็มที่ ประเทศไทยมีน้ำมันดิบและกลั่นเต็มที่ รวมถึงลดปริมาณการส่งออกลง แต่ตนก็ไม่ทราบว่า น้ำมันไปอยู่ที่ใด ดังนั้น รัฐบาลจึงควรตรวจสอบ เพื่อลดความกังวลประชาชน และตนเชื่อมั่นว่า ทุกฝ่ายพร้อมให้
นายกรณ์ ยังกล่าวถึงการกำกับราคาน้ำมันว่า ประเทศไทย มีตลาดราคาน้ำมัน 3 ราคา คือ ราคาหน้าปั๊ม ที่ได้รับการชดเชย, ราคาที่ขายผ่านพ่อค้าคนกลาง หรือ จ๊อบเบอร์ ที่ไม่ได้รับการชดเชย รวมถึงน้ำมันเขียวที่ขายให้กับประมง ที่ไม่ได้รับการชดเชยแต่ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งนโยบายรัฐบาลที่กำหนดราคา 3 ราคานี้ จะต้องบริหารจัดการให้กลุ่มผู้ที่ควรซื้อในราคาใด อยู่ในราคานั้น แต่หากรัฐบาลปล่อยให้มี 3 ราคา และหละหลวมในกำกับการซื้อขาย ก็จะทำให้เกิดการซื้อขายข้ามตลาด เพราะธรรมชาติทุกคนต้องการราคาต่ำที่สุด เช่น ภาคอุตสาหกรรม ไปซื้อราคาหน้าปั๊ม แทนการซื้อผ่านจ๊อบเบอร์ ทำให้ซื้อได้ในราคาถูก แต่เมื่อสถานการณ์ปกติราคาหน้าปั๊มที่ภาคอุตสาหกรรมซื้อได้ถูก เพราะได้รับการชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ซึ่งการชดเชยดังกล่าว ประชาชนจะเป็นผู้แบกรับภาระ แทนภาคอุตสาหกรม ดังนั้น รัฐบาลจะต้องบริหารจัดการให้เข้มงวดไม่ให้ข้ามตลาด และปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความชัดเจน ความโปร่งใส และความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการ ที่ขณะนี้ขาดทุกอย่าง
ส่วนจะมีไอ้โม่งหรือไอ้เม้มหรือไม่นั้น นายกรณ์ ก็เห็นว่า มีการพบทั้งที่อ่างทอง และแม่สอด และยังไม่ทราบว่า มีที่ใดอีก แต่การตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใสนั้น สามารถทำได้ เพื่อลดความกังวล ซึ่งตนมั่นใจ ทุกฝ่ายพร้อมให้ความร่วมมือ และยังเป็นที่น่าสังเกตว่า วิกฤตพลังงานเป็นวิกฤตโลก แต่ความวุ่นวาย เหมือนเกิดเฉพาะที่ประเทศไทย จึงสะท้อนว่า เป็นปัญหาการบริหารจัดการและนโยบาย และยังไม่ใช่ความขาดแคลน พร้อมยังเตือนว่า หลังจากนี้ จะเกิดผลกระทบเรื่องค่าไฟตามมา
นายกรณ์ ยังเปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎร อภิปรายวิกฤตพลังงาน ที่มีผลกระทบต่อปรชาชน และสินค้าอุปโภค-บริโภค ในวันพุธ (25 มี.ค. 2569) นี้
ขณะที่ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ ยังได้เสนอแพล็ตฟอร์ม “จับตา” ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นเครื่องมือรายงานความเดือดร้อนของประชาชนจากประชาชนว่า อยู่ในจุดใดบ้าง ผ่านข้อมูลที่ได้ และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการออกนโยบายแบบพุ่งเป้า ไม่หว่านแห ซึ่งจะเปลืองงบประมาณ แต่จะสามารถออกนโยบายช่วยเหลือแบบเจาะจง และครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง และ SMEs ได้ โดยเชิญชวนประชาชนให้ประชาชน แอด LINE Official ของพรรคประชาธิปัตย์ และรายงานราคาสินค้าที่ใช้ประจำวัน ที่ปกติหรือผิดปกติ โดยระบุตำแหน่งพื้นที่และจังหวัดผ่าน GPS ระบุประเภทสินค้า ชื่อสินค้า และราคาที่พบปัจจุบัน และราคาที่เคยซื้อ พร้อมบอกว่า ความรู้สึกต่อราคาว่า ปกติ แพงขึ้น หรือแพงมาก พร้อมแนบรูปประกอบ จึงเชิญชวนประชาชนร่วมรายงานข้อมูล เพื่อให้ภาครัฐสามารถรวบรวมระดับพื้นที่ และนำไปวิเคราะห์ทั้งประเภทสินค้า ระดับความรุนแรงของราคา และพื้นที่ เพื่อออกนโยบายต่อไปได้ โดยพรรคประชาธิปัตย์ ยินดีหากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะมาแชร์ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์กับประชาชน
นางการดี ทราบดีกว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้มีการรวบรวมข้อมูล และตรวจสอบราคาแล้วเดือนละครั้ง แต่แพล็ตฟอร์มนี้ ถือเป็นเครื่องมือเสริม และใช้เป็นสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่นๆ ได้ ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น เพื่อจับสัญญาณชีพทางเศรษฐกิจ และชี้เป้าวิกฤตจริงได้ พร้อมเห็นว่า รัฐบาลควรเตรียมฉากทัศน์ต่างๆ ได้พร้อม เพราะสงครามมีความไม่แน่นอน และได้เปลี่ยนรูปแบบจาก Tech-War เป็นสงครามพลังงานแล้ว แม้จะไม่ได้อยู่ในสมรภูมิรบ แต่ก็เกิดความรุนแรงมากกว่าสงครามในอดีต
แท็กที่เกี่ยวข้อง กรณ์ จาติกวณิช ,ตลาดน้ำมัน ,อุตสาหกรรม ,น้ำมันหาย