เลือกตั้งและการเมือง

รมว.ยุติธรรม ขีดเส้นเที่ยงนี้ต้องรู้ชัด น้ำมัน 57 ล้านลิตรหายไปไหน เตรียมตรวจคลังน้ำมัน หลังพบพิรุธอีก

2 ชั่วโมงที่แล้ว

38 views

เมื่อเวลา 09.09 น. พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ทั้งบริเวณศาลหน้ากระทรวง และด้านหลังกระทรวง หลังจากเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มตัวเป็นวันแรกในรัฐบาลอนุทิน 2 จากนั้นได้มอบแนวทางการทำงานให้กับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม

พลตำรวจโทรุทธพล เปิดเผยว่า วันนี้ตนเข้ามาที่กระทรวงยุติธรรมเป็นรอบ 2 ซึ่งก็มีผู้บริหารแต่ละกรมฯ มาร่วมแสดงความยินดี ส่วนในเรื่องของนโยบาย อาจจะต้องมีการประชุมกันอีกครั้งเพื่อมอบนโยบาย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตนได้มีการศึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะมาถ่ายทอดให้กับข้าราชการกระทรวงยุติธรรม สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ตนคิดว่าจะต้องดำเนินการ คือ โครงการในพระราชดำริ นอกนั้นก็จะเป็นเรื่องภารกิจสำคัญการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลและการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องดูนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก แต่เบื้องต้น ยังไม่ได้มองถึงการแก้ไขทบทวนกฎหมายฉบับใดเป็นหลัก และนอกจากนี้ทางรัฐบาลก็ยังไม่ได้มีการกำชับเรื่องอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงกรณีที่กระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะทำงานแบบ Work From Home ซึ่งเราก็มีการวางระบบไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว

ส่วนความคืบหน้าคดีการกักตุนน้ำมัน โดยเฉพาะความชัดเจนกรณีของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่พบน้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตร หายไปนั้น พลตำรวจโทรุทธพล ระบุว่า ข้อมูลน้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตร ยืนยันได้ว่าเป็นข้อมูลที่เทียบจากเรือว่ามีการถ่ายโอนไป โดยจะต้องมีการพิสูจน์ทราบว่า มีการถ่ายโอนไปที่เรือลำไหนยังไง และหลังจากที่ตนเองไปมอบนโยบายที่ดีเอสไอ ก็ให้ดีเอสไอรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจน คาดว่าวันนี้ก่อนเที่ยง จะได้ข้อมูลว่า จำนวนเรือทั้งหมดที่มีปริมาณน้ำมันลดน้อย เมื่อถึงปลายทางมีจำนวนทั้งหมดกี่ลำ กี่เที่ยว และเป็นปริมาณเท่าไร หรือน้ำมันยังอยู่ในน่านน้ำประเทศไทยหรือไม่ แต่เบื้องต้นจากการตรวจพบครั้งที่แล้ว พบว่าหายไปทั้งหมด 57ล้านลิตร จาก 96 เที่ยว

“อธิบดีดีเอสไอก็ทำงานทุกวันไม่ได้หยุด ผมไม่ได้รีบ แต่ผมบอกว่าเที่ยงนี้” พลตำรวจโทรุทธพล กล่าว

ส่วนน้ำมันจะหายไปที่ส่วนไหนของทะเลนั้น เป็นข้อมูลของทางศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. หลังจากที่เราได้ส่งข้อมูลรายชื่อเรือไปว่าเป็นเรือลำไหน ทาง ศรชล.ก็ได้ตรวจสอบและส่งข้อมูลมาแล้ว เพราะศรชล.สามารถตรวจสอบการเดินทางของเรือได้ 90 วัน ส่วนเป็นบริษัทสัญชาติไทยหรือเป็นบริษัทเดียวกันหรือไม่ ขอให้รอข้อมูลจากทางดีเอสไอสรุปอีกครั้ง และเท่าที่ตรวจสอบเป็นเรือหลายบริษัทรวมกัน ส่วนเรือเหล่านี้จะอยู่บริเวณฝั่ง หรือลอยลำอยู่กลางทะเล ก็ขอตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งแล้วแต่ภารกิจของเขา แต่เราจะดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นแค่กรณีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเท่านั้น ส่วนที่ จ.ชุมพร และจ.สงขลา ก็จะตรวจสอบไปอย่างต่อเนื่องด้วย ส่วนจะถึง 70 ล้านลิตรหรือไม่ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

พลตำรวจโทรุทธพล ยังบอกอีกว่า ทั้งนี้ก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากจะมีการอ้างว่าจอดเสีย หรืออะไรก็ตาม แต่น้ำมันหายไปทีละหลายแสนลิตร ก็คงจะต้องมามีอะไรยืนยันส่วนนี้ได้

ส่วนกรณีบริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ชี้แจ้งว่าไม่ได้กักตุนน้ำมัน ซึ่งน้ำมัน 2 ล้านลิตร มีไว้ในสต็อก เพื่อทำธุรกิอยู่แล้ว พลตำรวจโทรุทธพล ย้ำว่า เราให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ก็คงต้องเอาพยานหลักมายืนยัน และเชื่อว่าดีเอสไอจะให้ความเป็นธรรมอยู่แล้วถ้ามีหลักฐานมายืนยันชัดเจน

พลตำรวจโทรุทธพล ระบุด้วยว่า จากการที่ตนเองได้ไปตรวจสอบโรงกลั่น 6 แห่ง ก็ยังไม่พบข้อพิรุธ เพราะมีความจำเป็นต้องระบายน้ำมันออกจากโรงกลั่นอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถกักเก็บได้ และน้ำมันที่ตรวจพบว่าหายไป 57 ล้านลิตร คือกรณีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เดียว และหลังจากนี้จะมีปฏิบัติการตรวจค้นในจุดอื่นๆตามมาอีก เพราะหากพบว่าจุดไหนที่มีความผิดปกติที่มีลักษณะการกักตุนก็จะเข้าไปตรวจสอบ แต่ก็ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย หากมีพยานหลักฐานมายืนยันก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาตามพยานหลักฐาน

ส่วนกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติในการกักตุนน้ำมันส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคใต้นั้น จะมีความเชื่อมโยงกับทางการเมืองหรือไม่ พลตำรวจโทรุทธพล อธิบายว่า ภาคอื่นๆก็มีการจับกุมไปแล้ว ทั้ง อ่างทอง แม่สอด นครสวรรค์ และระบบการขนส่งโดยท่อส่งน้ำมันไปภาคเหนือ ซึ่งที่กำลังพูดกัน 57ล้านลิตร เป็นแค่ส่วนเดียว ซึ่งเร็วๆนี้ก็จะมีปฏิบัติการเพิ่มเติมแน่นอน หากพบพิรุธก็เข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าบริษัทนั้นๆ จะกระทำความผิดหรือไม่จะต้องเข้าไปตรวจสอบก่อน

พลตำรวจโทรุทธพล บอกด้วยว่า ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพิจารณารับคดีการกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ โดยคณะกรรมการคณะพิเศษ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานี แต่จะรวบรวมทุกคดีมาเป็นคดีพิเศษทั้งหมด ส่วนความผิด จะเป็นฐานความผิดตาม พ.ร.บ.สินค้าและบริการ เพราะพฤติกรรมแต่ละส่วนไม่เหมือนกันทั้งนี้ก็คงจะมี พ.ร.บ.อื่นที่เข้าประกอบการดำเนินการเอาผิดด้วน

ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น คงต้องขอดูรายละเอียดก่อน เพราะข้อมูลมาจากหลายหน่วยงาน จึงต้องขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน

คุณอาจสนใจ

Related News