เลือกตั้งและการเมือง

“หมอวรงค์” แฉกลางสภา! น้ำมันหายเป็นร้อยล้านลิตร ซัดรัฐบริหารพลาดหรือปล้นชาติ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

44 views

“หมอวรงค์” แฉกลางสภา! น้ำมันหายเป็นร้อยล้านลิตร ซัดรัฐบริหารพลาดหรือปล้นชาติ บอกไม่ต้องหา “ไอ้โม่ง” ที่ไหน ให้ไปดูแถวคลังจ่าย-โรงกลั่น เตือนระวังจะอยู่ไม่นาน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายนโยบายของรัฐบาล ว่า ในคำแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและพลังงาน และพูดชัดเจนว่าจะบริหารจัดการสถานการณ์ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องนำนโยบายเหล่านี้ลองศึกษาบทเรียนในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ย้ำว่าปัญหาน้ำมันที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ไม่เพียงแต่น้ำมันแพง แต่อีกประเด็นที่เป็นเรื่องสำคัญ คือเรื่องน้ำมันขาดแคลนซึ่งถือว่าอันตรายมาก นั่นหมายถึงหากบริหารจัดการผิดพลาดคือการปล้นน้ำมันของชาติ

สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้มีการเพิ่มราคาน้ำมัน 8 ครั้ง และมีการเพิ่มทั้งหมด 20.60 บาท ซึ่งสังเกตได้ว่ามีการปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ล่าสุดเมื่อมีการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วงที่ผ่านมา ใช้เวลาประมาณ 2 วัน ในการปรับลดราคาน้ำมัน ซึ่งก็ถือว่าไม่มีความเป็นธรรมกับประชาชน และการที่จะจัดการปัญหาน้ำมันขาดแคลน การตั้งข้อสงสัยว่ามีการโกงน้ำมันเกิดขึ้นหรือไม่ ก็ต้องรู้จักห่วงโซ่อุปทานของระบบน้ำมันของประเทศก่อน ซึ่งสังเกตในห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จะเริ่มจากการนำเข้าน้ำมันดิบไปสู่โรงกลั่นน้ำมัน เพื่อนำไปสู่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ หรือผู้ค้า ม.7 และกระจายไปสู่ลูกค้าปลายทาง สังเกตุหรือไม่ว่าการส่งไปยังผู้ค้ารายใหญ่มีเส้นทางสามเส้นทาง คือ เรือ รถ และท่อ หลังจากนั้นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ โดยปกติ คือ ปตท. , บางจาก , Shell , พีที หรือแม้แต่ คาลเท็กซ์ ซัสโก้ ล้วนเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่และอาจมีบริษัทอื่นบ้าง หลังจากนั้นก็จะไปส่งไปยังลูกค้าปลายทาง

การบริหารจัดการในช่วงเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลทำให้น้ำมันมีปัญหาขาดแคลน รัฐบาลตั้งสมมุติฐานว่าประชาชนตื่นตระหนกและแย่งกันเติมน้ำมัน ทำให้น้ำมันไม่พอ แต่ในช่วงนั้นตนตั้งสมมุติฐานว่าน้ำมันจากคลังจ่ายมาที่ปั๊มน้อย ประชาชนจึงไม่มีน้ำมันเติม จึงต้องมีการเอารถไปเข้าแถว ทำให้รัฐบาลเชื่อว่าประชาชนตื่นตระหนก กล่าวหาว่าประชาชนกักตุนน้ำมัน จึงออกมาตรการแก้ไขมา 3 ข้อ คือ

1. ให้รถน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมง

2. ยกเลิกมาตรการในการสำรองน้ำมันให้กลับมาเหลือ 1% เหมือนเดิมและให้มีการนำน้ำมันสำรองมาใช้

3. ตรวจตรังจ่ายน้ำมันขนาดใหญ่แปดแดงไม่พบความผิดปกติ

นพ.วรงค์ ระบุว่า เพราะมีการตั้งสมมุติฐานผิด ตนไม่อยากเชื่อว่าคนที่ขึ้นจากผู้บริหารบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ คนที่มีครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารน้ำมัน ถึงไม่เข้าใจปัญหานี้ จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ ปทุมธานี พิษณุโลก อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ รวมทั้งโทรศัพท์ไปหาหลายพื้นที่ โดยสรุปตรงกันว่าการที่น้ำมันขาดแคลน เพราะน้ำมันไม่ได้ส่งจากคลังจ่ายหรือผู้ค้ารายใหญ่ไปยังปั๊มน้ำมัน โดยมีการส่งน้ำมันลดลงครึ่งหนึ่งจากการส่งปกติ ตนย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากคลังจ่ายไม่มีการจ่ายน้ำมันไปให้รถขนน้ำมัน ซึ่งเมื่อรถน้ำมันได้น้ำมันมาน้อย ปั๊มก็ไม่มีน้ำมันบริการประชาชน แต่อย่างน้อยต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่มาแถลงเมื่อวันที่ 3 เดือนเมษายน ว่าปริมาณน้ำมันปกติแล้ว ก่อนหน้านี้ในภาพรวมใช้ 67 ล้านลิตร แต่ทำไมตอนนี้ใช้สูงถึง 80 กว่าล้านลิตร และภาวะเศรษฐกิจต่างๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ทำไมน้ำมันเพิ่มขึ้น ตนจึงบอกว่านายกรัฐมนตรีสันนิษฐานถูกแล้วแต่ช้าไป เพราะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนไปแล้ว

ตนเองเห็นคนของสภาพัฒน์ออกมาบอกว่าวันนี้ประชาชนประหยัดน้ำมัน ซึ่งตนต้องการบอกว่าไม่ใช่ แต่กระบวนการทุจริตในการคดโกงน้ำมันของชาติหยุดทำงานแล้ว โดยตนได้ตั้งสมมุติฐานขึ้นมา 2 ข้อ เพื่อหาปริมาณน้ำมันดีเซลที่หายไป

เมื่อเอารายงานรายวันมาคำนวณเฉลี่ยน้ำมันดีเซลจะเกินไปเฉลี่ยวันละ 14.085 ล้านลิตร คิดจากวันที่ 16-31 มี.ค. คาดการณ์ว่าน้ำมันส่วนเกินจะสูงถึง 225.378 ล้านลิตร และ รวมน้ำมันดีเซลที่ส่งไปตามปั๊มเฉลี่ยไม่ถึงครึ่งของปกติ ( 51.3 ล้านลิตร เท่ากับ 25.650 ล้านลิตร ) น้ำมันดีเซลที่ขาดส่วนนี้คิดจาก 16-31 มี.ค. คาดการณ์ว่ามีปริมาณ 410.400 ล้านลิตร จึงคาดการณ์ว่าน้ำมันดีเซลจะหายไป 635.778 ล้านลิตร และยังมีอีกสมมุติฐานนึง คือปริมาณน้ำมันเฉลี่ยของเดือนมีนามีนาคม ใช้ดีเซลเฉลี่ยต่อวันมี.ค. 78.213 ล้านลิตร ใช้ดีเซลล์เฉลี่ยต่อวันเดือนม.ค. 67.979 ล้านลิตร ดีเซลส่วนเกินต่อวันในเดือนมีนาคม 10.234 ล้านลิตร สรุปดีเซลส่วนเกินทั้งเดือน มี.ค. 317.254 ล้านลิตร น้ำมันที่ไปปั๊มน้อยกว่าปกติ 16-31 มี.ค. 410.400 ล้านลิตร ดังนั้นจำนวนดีเซลที่คาดว่าจะหายไปในช่วง 16-31 มี.ค. 727.654 ล้านลิตร ดังนั้นคาดว่าในช่วง 16-31 มีนาคม น้ำมันดีเซลหาย 635.778 และ 727.654 ล้านลิตร ซึ่งตนถือว่าเป็นการโกงและมีการทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการน้ำมัน เป็นไปได้ที่คนดูแล้วระบบน้ำมันของประเทศจะไม่รู้เรื่องทั้งหมดนี้ ซึ่งเป็นการสร้างความทุกข์ยากให้ประชาชน

“แค่เริ่มต้นเราก็สงสัยแล้วว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ไอ้โม่งท่านไม่ต้องไปหาที่ไหน ไม่ว่าจะอยู่แถวโรงกลั่น หรือแถวคลังจ่าย คลังจ่ายมีใครบ้างล่ะ ผมพูดไปแล้วที่ 6 รายใหญ่ๆ ไม่ต้องไปหาที่อื่น” นพ.วรงค์กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายในนโยบายข้อที่ 23 ของนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามการทุจริต ท่านพูดชัดเจนว่า พูดแล้วทำตนจำได้ว่าท่านเคยพูดชัดเจนว่าผู้ช่วย สส. 8 คนมากเกินไป แต่ทำไมถึงไม่ทำ เพราะตนยังทำเลย ลดจาก 8 เหลือ 3 คน ตนอยากเชิญนายกรัฐมนตรีหากจะปราบปรามการทุจริต ก็ต้องงดหรือลดการเอื้อประโยคให้กับพรรคพวกก่อน ตนเชื่อว่าจะประหยัดงบประมาณในภาพรวมทั้งหมดอย่างน้อยปีนึง 700-800 ล้านบาท และท้ายที่สุดจริงๆ วันนี้น้ำมันแพง ข้าวยากหมากแพง ทุกอย่างแพง สร้างความอึดอัดใจให้กับประชาชน วันนี้ประชาชนโกรธเคือง ยิ่งถ้ามาฟังปัญหาน้ำมันที่มีการทุจริตหรือน้ำมันเก๊เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลนี้จะแถลงนโยบาย สิ่งหนึ่งที่จะผ่อนหนักให้เป็นเบาสำหรับนายกรัฐมนตรี คือ ให้ยกเลิกบำนาญ สส. และ สว. ตนเชื่อว่าเงินก้อนนี้จะมาช่วยจุนเจือประชาชนได้

ตนอยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าตนหวังดี อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนตนตรงไปตรงมา ท่านทำดีตนก็ชม หลายฝ่ายยังงงว่าตนไปชมรัฐบาล เพราะท่านทำดี แต่อันไหนที่ทำไม่ดี อย่างเช่น เรื่องน้ำมัน ตนก็บอกอย่างตรงไปตรงมาว่ามีการโกงเกิดขึ้น ต้องดำเนินการ ดังนั้นอะไรที่ตนแนะนำ ให้ฟังตน เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะอยู่ได้ 4 ปี แต่อะไรที่ตนแนะนำแล้วไม่ไว้วางใจ กังวลใจ ไม่ใส่ใจ หรือไม่แยแส ตนคิดว่ารัฐบาลท่านอาจอยู่ได้ไม่นาน



แท็กที่เกี่ยวข้อง  หมอวรงค์ ,น้ำมันหาย

คุณอาจสนใจ

Related News