เลือกตั้งและการเมือง
กกต.เผยข้อสังเกต 51 พรรค นโยบายไม่ตรงปก ชี้ “ทางเลือกใหม่” ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง
3 ก.พ. 2569
351 views
กกต.เผยข้อสังเกต 51 พรรคการเมือง นโยบายไม่ตรงปก-เสี่ยงกระทบการคลัง ชี้ “พรรคทางเลือกใหม่” ของ “มงคลกิตติ์” ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง
วันนี้ (3 ก.พ. 2569) คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ได้พิจารณาเอกสารข้อมูลนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง จำนวน 51 พรรคการเมือง ที่ใช้ประกาศโฆษณาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอ ภายใต้กรอบอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบการจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองให้มีรายการครบถ้วนและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยเห็นว่า เอกสารที่พรรคการเมืองส่งมามีรายการครบถ้วนและถูกต้องตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน และประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 กกต.จึงเห็นสมควรเผยแพร่ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตประกอบนโยบายดังกล่าว ดังต่อไปนี้
1. การระบุชื่อนโยบายของพรรคการเมืองตามแบบฟอร์มที่กําหนด
พรรคการเมืองควรแจ้งชื่อนโยบายในตารางการกําหนดนโยบายให้ตรงกับที่พรรคการเมืองประกาศโฆษณาในเวทีสาธารณะ และหรือช่องทางต่าง ๆ ซึ่งบางนโยบายมีความไม่ชัดเจนและคลุมเครือจากการประกาศโฆษณา
2. วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดําเนินการ
วงเงินงบประมาณและแหล่งที่มาของเงินที่ต้องใช้ในการดําเนินนโยบายเป็นประเด็นพื้นฐานที่สําคัญที่สุด เพราะหากนโยบายไม่มีแหล่งเงินที่ชัดเจนและเพียงพอก็อาจไม่สามารถนําไปปฏิบัติได้จริง จากข้อมูลนโยบายของพรรคการเมืองพบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของเงินให้ชัดเจน หรือระบุเพียงแค่ว่าจะใช้งบประมาณแผ่นดิน และไม่มีคําอธิบายว่าจะดําเนินการอย่างไร ซึ่งการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองควรนําหลักการงบประมาณและการเงินการคลังของรัฐมาพิจารณาและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความเป็นไปได้และความยั่งยืนทางการคลัง และสอดคล้องตามหลักการของกฎหมาย
3. ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดําเนินนโยบาย
บางนโยบายที่พรรคการเมืองเสนอมา แม้จะสร้างประโยชน์ในระยะสั้นแต่อาจส่งผลเสียในระยะยาวได้ อาทิการพักหนี้หรือการปลดหนี้โดยไม่มีเงื่อนไข อาจลดทอนแรงจูงใจในการรักษาวินัยการเงินของลูกหนี้ (moral hazard) ซึ่งจะกระทบต่อการแก้หนี้ที่ต้องดําเนินการอย่างตรงจุด ครบวงจร เท่าที่จําเป็น และควรทําควบคู่ไปกับมาตรการที่เสริมสร้างทักษะในการยกระดับรายได้เพื่อสร้างพฤติกรรมเชิงบวกแก่ลูกหนี้ รวมทั้งมีมาตรการที่เหมาะสมกับลูกหนี้แต่ละกลุ่ม นอกจากนี้ การดําเนินนโยบายต่าง ๆ ควรเป็นนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้จริง มีความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงทุกนโยบายควรกําหนดให้มีการวิเคราะห์ประโยชน์และความคุ้มค่าจากการดําเนินโครงการ (Cost–Benefit Analysis) ทั้งรายจ่ายจากงบประมาณและจากภาษี และควรอยู่ภายใต้แนวทางของกรอบแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อเป็นการรักษาวินัยทางการคลัง และไม่ดําเนินนโยบายที่จะก่อให้เกิดภาระทางการคลังเกินสมควร
4. ผลกระทบและความเสี่ยงในการดําเนินนโยบาย
นโยบายพรรคการเมืองที่นําเสนอส่วนใหญ่ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณ และมีลักษณะเป็นรายจ่ายประจํามากกว่ารายจ่ายลงทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดําเนินแผนงานหรือโครงการของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ และจากข้อมูลในแผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2570–2573 พบว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69.36 ในปี 2570 และร้อยละ 69.78 ในปี 2571 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใหม่ไม่สามารถขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อนํามาเป็นแหล่งเงินสําหรับดําเนินนโยบายที่หาเสียงไว้ได้มากนัก หลายพรรคการเมืองซึ่งมีนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินในลักษณะดังกล่าว จึงอาจไม่สามารถดําเนินการได้ตามนโยบายได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากจะทําให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เกินกว่าร้อยละ 70 ตามที่กําหนดไว้ในกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งจะทําให้รัฐบาลไม่มีพื้นที่ทางการคลังคงเหลือสําหรับรับมือกับความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง และจะทําให้มีความสุ่มเสี่ยงต่อการถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย อันจะนําไปสู่ผลกระทบต่าง ๆ เช่น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศลดลง ต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐเพิ่มสูงขึ้น การไหลออกของเงินทุน และค่าเงินบาทอาจอ่อนตัวลง เป็นต้น
5. ข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตอื่นๆ
การกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองควรตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายให้ชัดเจน และพิจารณาผลกระทบอย่างรอบคอบ รวมทั้งต้องดําเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถตั้งงบประมาณได้
ทั้งนี้ กรณีพรรคทางเลือกใหม่ ส่งนโยบายเพิ่มเติม จำนวน 32 นโยบาย ต่อ กกต.เป็นการไม่ปฏิบัติตามประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 ที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่า 20 วัน และเห็นว่าการนำเสนอนโยบายของพรรคทางเลือกใหม่ต่อสาธารณชนในสถานที่ต่าง ๆ บางนโยบายอาจจะนำไปสู่การฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 มาตรา 73 มาตรา 74 มาตรา 132 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 22 ได้
แท็กที่เกี่ยวข้อง พรรคการเมือง ,กกต. ,นโยบายไม่ตรงปก ,ทางเลือกใหม่