การเมือง

กมธ. ชี้ GT200 ไม่จำเป็นต้องผ่าต่อ ใช้ผลตรวจ 64 อนุมานเครื่องไม่มีประสิทธิภาพทั้งหมด

โดย paranee_s

9 มิ.ย. 2565

57 views

นายไชยา พรหมา ประธานกรรมาธิการ การจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตาม ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณจ้างตรวจเครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธและวัถตุระเบิด (GT200) ของกองทัพบก ที่ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อมาชี้แจง เช่น ผู้แทนจากกองทัพบก อัยการสูงสุด ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)


โดยกองทัพบกได้ให้เหตุผลว่า เรื่องดังกล่าว ดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ที่มีคำสั่งให้ตรวจสอบเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดำเนินคดี โดยในคำสั่งศาลให้ส่งเครื่อง 757 เครื่องไปให้กับ สวทช. เป็นผู้ตรวจสอบทั้งหมด


ซึ่งทางกรรมาธิการได้สอบว่า เหตุใดจึงต้องตรวจทั้งหมด ทั้งที่ สวทช. ได้ส่งผลตรวจ GT200 ครั้งแรกในปี 2564 จำนวน 320 เครื่อง พบว่า ไม่มีประสิทธิภาพคือใช้ไม่ได้จริงไปยังกองทัพบก โดยกรรมาธิการมองว่าผลตรวจครั้งนี้สามารถอนุมานได้ว่า ใช้ไม่ได้ทั้งหมด


ทั้งนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดได้ยืนยันกับกรรมาธิการว่าจำเป็นต้องตรวจต่อทั้งหมด เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดยังไม่มีคำพิพากษา เพราะยังมีส่วนของบุคคลและผู้ค้ำประกัน อีกทั้งทางกองทัพบกก็ยืนยันว่า ในส่วนของเครื่องที่เหลือในปี 2565 ได้ยกเลิกสัญญาการตรวจ


ขณะนี้กองทัพบกได้ทำหนังสือไปยังอัยการสูงสุด เพื่อถามเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ต้องตรวจซ้ำหรือไม่ แต่กรรมาธิการให้ความเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำแล้ว เพราะสามารถใช้ผลตรวจปี 2564 มาอนุมานได้ และกรรมาธิการได้ขอข้อมูลจาก สวทช. เพื่้อขอทราบผลตรวจในปี 2553 ที่ได้รายงานกับ ครม. ว่าผลเป็นอย่างไร พร้อมยืนยันว่า กรรมาธิการจะดำเนินการต่อ เนื่องจากมีข้อมูลเชิงลึกว่า แม้จะมีความเสียหายทางแพ่ง แต่ยังกังวลว่าผู้ที่ถูกร้องจะมีขีดความสามารถในการชดใช้ให้รัฐมากน้อยแค่ไหน


รวมถึงการตั้งคณะกรรมการสอบของกองทัพบกในส่วนผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะกรรมาธิการมองว่าเป็นการซื้อเวลา ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีอำนาจและดำรงตำแหน่งในกองทัพบกในการอนุมัติช่วงขณะนั้นหรือไม่ และหากไม่จำเป็นต้องตรวจต่อ งบประมาณที่เหลือสามารถคืนเงินเข้าระบบตามเดิมได้


ขณะที่นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่เปิดประเด็นและอภิปรายในสภาฯ บอกว่าวันนี้ถือเป็นชัยชนะของสภาฯ ที่ได้มาฟังข้อมูลการชี้แจงจากกองทัพบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการชี้แจงก่อนหน้านี้ไม่ตรงกับข้อมูลในวันนี้เลย


จึงตั้งข้อสังเกตว่า อัยการสูงสุดมีการขอให้ตรวจเครื่องทั้งหมด 757 เครื่องจริง และการที่ถอนอุทธรณ์ของจำเลย อัยการสูงสุดได้แจ้งผลไปกับกองทัพบกแล้ว แต่ยังไม่ระงับยับยั้งการตรวจส่วนที่เหลือ ซึ่งเมื่อถามทางอัยการสูงสุดแจ้งกับกรรมาธิการว่า เป็นการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการ ไม่มีลายลักษณ์อักษร และ สวทช. ไม่ได้มีการแนะนำกองทัพ เพื่อให้ประหยัดงบในการตรวจเลย


คุณอาจสนใจ

Related News