การเมือง

“บิ๊กจิ๋ว” ฉลอง 90 ปี ลั่น “ไม่ห่วงได้ไงจ๊ะ ประเทศหนี้สินท่วมหัว”

โดย onjira_n

15 พ.ค. 2565

335 views

15 พ.ค. 2565 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ของประเทศไทย เปิดบ้านย่านรามอินทรา จัดงานวันเกิดครบรอบ 90 ปี บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความชื่นมื่น โดยมีเจ้าหน้าที่ตรวจ ATK ให้กับทุกคนที่ร่วมงาน ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งแขกที่มาร่วมงานที่สำคัญวันนี้ ประกอบไปด้วยผู้บริหารจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ,พล.ต.มรล.วัยวัฒน์ จักรพันธุ์ ประธานที่ชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนา,



ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทวงการคลัง อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และมีช่อดอกไม้จากกองทัพบก จากนั้นเวลา 10.00 น. ได้มีพระ 9 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์



โดย พล.อ.ชวลิต ได้เรียกกลุ่มผู้สื่อข่าวไปพูดคุย ระบุว่าวันนี้ครบรอบ 90 ปี ถือว่าสุขภาพยังแข็งแรงมาก มีการพูดติดตลกด้วยว่าเมื่อก่อนเตะปี๊บ ตอนนี้เตะถังน้ำมัน ผู้สื่อข่าวแซวกลับว่าตอนนี้น้ำมันแพงนะครับ พล.อ.ชวลิตหัวเราะกลับ



พล.อ.ชวลิต ระบุต่อว่า สถานการณ์บ้านเมืองทุกวันนี้มีปัญหา เพราะ นักการเมืองไม่เคยระลึกถึงสิ่งที่ควรคิดถึง จำไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการปกครองระบบไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเผด็จการ ประชาธิปไตย หรือสังคม ล้วนคิดไม่เหมือนนักการเมืองไทยที่คิดแต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแบบฝักแบ่งฝ่าย และเรื่องการเงิน ขณะที่อื่น นักการเมืองคิดถึงแต่เรื่องเดียว คือประชาชน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเมืองแบบไหน นักการเมืองที่ดีต้องคิดถึงประชาชน



“ประชาชนคือหัวใจของการเมือง นักการเมืองที่คิดถึงประชาชนก็มีบ้างเหมือนกัน แต่อาจจะมีสิ่งอื่นเข้ามาแทรกซ้อน บางคนก็คิดแต่จะเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ บางคนบอก 20 40 60 วุ่นวายกันอยู่อย่างนี้ บางคนก็คิดถึงแต่เรื่องทำอย่างไรถึงจะมีเงินทองเยอะๆ บางคนก็คิดแต่เรื่อง ตั้งพรรคการเมือง รวมพรรคการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมบอกหลายทีแล้วว่าการเมืองต้องคิดถึงแต่ประชาชนเป็นหลัก ซึ่งนักการเมืองไทยยังไม่เคยคิดจริงจังกับเรื่องนี้”



เมื่อถามว่ายังสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่หรือไม่ พล.อ.ชวลิต ระบุว่าไม่ได้สนับสนุนใครหรือรังเกียจใครเลย แต่ให้ความสำคัญกับความคิดของแต่ละคน ย้ำว่านักการเมืองต้องคิดถึงแต่ประชาชน



ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันค่อนข้างรุนแรงมีการพูดถึงนายกฯสำรอง พล.อ.ชวลิต มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าดูจะไปไม่รอดก็ต้องหาหนทางรอด ก็ต้องขอกำลังสำรองกันไป แต่ถ้าการเมืองไม่ได้คิดถึงประชาชน “สำรองให้ตาย ยังไงก็ไม่รอด” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พล.อ. ประวิตร ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ตอบว่า ตนไม่ได้มองว่าใครเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แต่มองว่าในอดีตเพื่อใครทำเพื่อประชาชนมากที่สุด คนนั้นคือคนที่ประชาชนต้องการ ส่วนรัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ มองว่าไม่สำคัญ เป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้ารัฐบาลจะคงอยู่ตลอดไปได้ ก็ต้องคิดถึงประชาชนเป็นหลักเท่านั้น



เมื่อถามว่าในฐานะที่เคยเป็นประธานพรรคเพื่อไทย มองทิศทางของพรรคเพื่อไทยอย่างไร พล.อ.ชวลิต ปฏิเสธทันทีว่า ไม่เคยเป็น ส่วนพรรคเพื่อไทยจะสามารถแลนด์สไลด์ได้หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สำคัญที่ใครคิดถึงประชาชนมากกว่ากัน และอย่าคิดอย่างเดียว ต้องทำด้วย



สำหรับเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่เหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ก็ต้องต่อสู้กันไป ดูเอาว่าประชาชนจะเลือกใคร ใครคิดถึงประชาชนหรือคิดถึงแต่ตัวเอง แต่ตนมองว่าส่วนใหญ่ น่าจะคิดถึงแต่ตัวเอง



ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกจะสำเร็จหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ตอบว่าไม่สนใจ ใครจะรบหรือไม่รบไม่ใช่เรื่องของเรา เรื่องของเราคือการรักษาประเทศชาติ ส่วนบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นอย่างไรนั้น ตนไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย สิ่งสำคัญอยู่ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนคนไทยมากแค่ไหน เมื่อถามว่ามีข้อแนะนำให้พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พล.อ.ชวลิต ระบุว่าตนจะไม่แนะนำใคร



“ผมคิดอย่างเดียวคือคิดถึงแต่ประชาชน เป็นห่วงประชาชนที่สุด มากกว่าเป็นห่วงลูกเมีย หรือเป็นห่วงตัวเองด้วยซ้ำไป”



ผู้สื่อข่าวถามถึงผลวิจัยที่มองว่าประเทศไทยอาจเกิดสงครามการเมือง พล.อ.ชวลิต บอกว่าสนใจแค่ประชาชน ส่วนระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยถือว่าน่าเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ตอบว่า “ไม่เป็นห่วงได้อย่างไร ประเทศไทยเวลานี้ย่ำแย่เต็มทีแล้ว หนี้สินก็เยอะ ประชาชนก็ยากจน ไม่มีอะไรจะกิน หนี้สินรัฐบาลก็เป็นล้านล้าน ไม่เป็นห่วงได้ไงจ๊ะ”



สำหรับกรณีที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ว ผบ.ทบ. ระบุว่าจะไม่ทำรัฐประหารนั้น ทำให้เกิดความอุ่นใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ตอบว่า “ไม่เคยอุ่นใจเรื่องอะไรทั้งสิ้น จะอุ่นใจก็ต่อเมื่อเขาทำทุกอย่างเพื่อประชาชน จะไปสนใจทำไมว่าใครจะปฏิวัติ สนใจประชาชนเอาไว้ก็พอ หากการรัฐประหารทำเพื่อประชาชน ก็น่าสนับสนุน แต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็ตามใจเขา เขาอยู่ได้ก็ไม่นานเดี๋ยวก็หัวหดไปเอง”



พล.อ.ชวลิต กล่าวทิ้งท้ายว่ามีหลายพรรคการเมืองมาขอให้ตนเป็นที่ปรึกษา ถึง 7 พรรค ล้วนแต่เป็นคนที่รักกันจึงปฏิเสธไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พล.อ.ชวลิต ตอบว่า ไม่รู้ว่าพรรคไหนเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เมื่อถามว่ามีพรรคไหนบ้าง พล.อ.ชวลิต ตอบแกมติดตลกว่าพรรครบก็มี





คุณอาจสนใจ