เลือกตั้งและการเมือง

“แสวง” ร่ายยาว ชะตาความสุจริตเที่ยงธรรมอยู่ที่ประชาชน กกต.เป็นแค่เจ้าภาพ อยากเลือกตั้งสุจริตต้องช่วยกัน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

20 views

“แสวง บุญมี” เลขาฯ กกต. ร่ายยาว ชะตาความสุจริตเที่ยงธรรมอยู่ที่ “ประชาชน” ลั่น ท่านไปโทษใครไม่ได้ อยากเลือกตั้งสุจริตต้องช่วยกัน ยืนยันทำหน้าที่ป้องปราม ย้ำ กกต. เป็นแค่เจ้าภาพจัดงาน-ไม่ได้รวมคะแนนเอง

8 มิ.ย. 2569 ที่ รร.เซ็นทาราไลฟ์ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวเปิดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ในหัวข้อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ซึ่งเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ว่ารูปแบบใดก็ถือว่า เป็นรากฐานสำคัญของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง และมีกำหนดวันเลือกตั้งทั้ง 2 รูปแบบในวันที่ 28 มิถุนายน 2569

โดยนายแสวง กล่าวว่า อย่างที่เคยได้พูดไว้ว่าการเลือกตั้งใด ไม่ว่าจะเป็นประชาชน กกต. รวมทั้งพรรคการเมืองคงอยากจะได้ผลการเลือกตั้งที่ดีและเป็นที่ยอมรับ การเลือกตั้งที่ดีคือมีความสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม ซึ่งทั้ง 4 คำนี้ ถอดมาจาก ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับในด้านการเมืองของสหประชาชาติ จะได้การผลการเลือกตั้งที่ดีได้อย่างไร คงอยู่เฉย ๆ คงไม่เกิดขึ้น ซึ่งการเลือกตั้งมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนที่อยู่นอกหน่วย คือผู้สมัครรับเลือกตั้งกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ส่วนนี้ กกต.อาจจะดูแลได้แบบถ้วนถี่ยาก เพราะเป็นพื้นที่ที่กว้างมาก มีขนาดใหญ่มาก ที่จะให้ประชาชนมีข้อมูลแล้วก็ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยอิสระ ที่ไม่อยู่ภายใต้การอำนาจหรืออามิสสินจ้างใด ๆ ในการที่จะออกไปเลือกตั้ง

“ท่านไปโทษใครไม่ได้หรอกครับ ถ้าท่านอยากได้การเลือกตั้งสุจริต ท่านต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เราก็พยายาม กกต. เองก็พยายามที่จะไปป้องกัน ป้องปราม ปราบปราม ซึ่งเราก็มีทุกครั้ง ก็ยังเกิดขึ้นในทุกครั้ง มีการพูดถึงเรื่องแบบนี้อยู่ทุกครั้งว่ามีการกระทำอันที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย มีการทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง” นายแสวง กล่าว



นายแสวง ระบุว่า ถ้า กกต.ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้สมัครรับเลือกตั้งและก็ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ก็ยากที่จะเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะเป็นเรื่องนี้คือรากฐานและคุณค่าของตัวเลือกการเลือกตั้ง ไม่ใช่กระบวนการ ต้องเกิดจากสิ่งที่พรรคการเมืองกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทำร่วมกัน ซึ่งต้องทำโดยถูกกฎหมาย ในการที่จะนำเสนอนโยบายหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหา

นายแสวง กล่าวอีกว่า ส่วนที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนที่ 2 คือเรื่องความสุจริตเที่ยงธรรมในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ในหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ในส่วนนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือคนกับระบบ เรื่องระบบนี้ ตนยืนยันอีกครั้งว่าระบบการเลือกตั้งประเทศไทยดีที่สุด แต่การมีระบบที่ดี คือความโปร่งใส เราออกแบบให้คนรู้ ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรู้ หรือสื่อรู้ เห็นและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ตนยืนยัน แต่สิ่งพวกนี้จะไม่เกิดขึ้น จะไม่สำเร็จได้เลย ถ้าขาดซึ่งการมีส่วนร่วมของประชาชน

เราออกแบบการเลือกตั้งให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องที่เป็นหลักการทั่วไป การมีส่วนร่วมของประชาชน เฉพาะในวันเลือกตั้งมีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) 9 และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) 2 คน ก็เป็นอาสาสมัครมาทำงาน กกต. มีหน้าที่อบรมสร้างความรู้ให้มีขั้นต่ำพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ และมอบสื่อให้ กปน. แต่ละคนทำงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งก็ปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆ ว่า กปน. ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ เช่น ในการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา ระหว่างการลงคะแนน การนับคะแนน ขีดบัตรผิด การขานคะแนน ซึ่งก็ยังเกิดอยู่ เพราะในแต่ละครั้ง กปน.เปลี่ยนหน้ากันเข้ามา เราก็อบรมเหมือนเดิม คู่มือเหมือนเดิม แต่ว่าสิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งเกิดความโปร่งใส คือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเองครับ ไม่ใช่ กปน.

“กปน. อบรมดีแค่ไหน แต่ถ้าคนอื่นยังสงสัย การเลือกตั้งด้วยคนมีความสงสัย มันจะมีสมมติฐานหลายอย่างมีการโกงหรือไม่ ช่วยคนนั้นหรือไม่ เป็นกลางหรือไม่ แต่ว่าเรื่องแบบนี้จะหายไปโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน เราให้ประชาชนเข้าไปสังเกตการเลือกตั้ง ผู้สมัครส่งผู้แทนเป็นผู้สังเกตการณ์ทุกหน่วยเลือกตั้ง” นายแสวง กล่าว

นายแสวง ย้ำว่า ประชาชนต้องไปช่วยกันดูแล ไปดูว่า กปน. ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ถ้าประชาชนได้ไปสังเกตการณ์ ท่านสามารถทักท้วงหรือร้องในขณะนั้นได้เลย กปน. เขาก็จะวินิจฉัยว่าถูกมันผิดอย่างไร เขาก็จะบันทึกเหตุการณ์ไว้ว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่พอใจ ท่านก็เอามาร้องที่ กกต. เราก็จะวินิจฉัยให้โดยเร็ว

“ข้าราชการ พนักงานของ กกต. ทั่วประเทศมีอยู่ 2,500 คน ส่วนภูมิภาคไม่ถึง 1,000 คน หน่วยเลือกตั้ง 600,000 หน่วย ใครจะไปดูแลครบ เราจึงต้องออกแบบให้ประชาชนไปดูแล ท่านเห็นท่านต้องท้วง ไม่แก้ไข ถ้าทำอย่างนี้ทุกหน่วย ที่บอกว่าการเลือกตั้งก็จะโปร่งใส เหมือนกับช่วยกันดู กปน. เขาก็คงตั้งใจในการที่จะทำหน้าที่ แต่อย่างความเคยชินหรือความผิดหลงลืมได้ แต่ว่าเมื่อมีคนท้วง เขาก็ต้องตระหนัก ต้องระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่” นายแสวง กล่าว

นายแสวง กล่าวว่า ผลเลือกตั้งออกมาอย่างไร สะท้อนว่าประชาชนทำร่วมกันทั้งในหน่วยและนอกหน่วย เรามีหน้าที่ตรวจสอบ เราป้องกันอยู่แล้ว ป้องกันไม่ให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือ หรือการทำ กระทำผิดของ กปน. แต่โดยคุณค่าของตัวระบบจริงๆ ก็คือประชาชนต้องร่วมกัน ร่วมกันช่วยกันดูแล ข้างนอกอย่าซื้อเสียง วันเลือกตั้งช่วยกันไปสอดส่อง



นายแสวง ระบุว่า กฎหมายออกแบบมาอย่างนี้ การเลือกตั้งจึงไม่ใช่ของ กกต. แต่ กกต. เป็นเจ้าภาพ เป็นเจ้าภาพในการที่จะให้ประชาชนมาพบกัน ให้ประชาชนได้มาลงคะแนน คะแนนเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น ประชาชนต้องช่วยกันดูแลกระบวนการเลือกตั้ง ดูแลคะแนนของการเลือกตั้ง ทำออกมาอย่างใด กกต. ก็ประกาศอย่างนั้น เหมือนการรวมคะแนน กกต. ไม่ได้รวมคะแนน ไม่ว่าการเลือกตั้ง สส. หรือ หรือเลือกตั้งระดับชาติ คนที่รวมคะแนนก็คือประชาชน คือกรรมการเขต



“กกต. ไม่ทราบนะครับ คนที่รวมคะแนนเวลาเลือกตั้งก็คือเหมือน สส. คนที่รวมคะแนนคือเขต จังหวัด เขตส่งคะแนนให้จังหวัด จังหวัดตรวจสอบ กว่าจะมาถึง กกต. กกต. ก็ทราบคะแนนเหมือนกับสื่อครับ เราไม่ได้ไปรวมคะแนนเอง มันถึงต้องการ การให้ประชาชนได้ดูแลร่วมกัน ระบบการเลือกตั้งที่ดีหรือโปร่งใส ไม่มีหลักประกันว่าการผลการเลือกตั้งจะออกมาโปร่งใส สิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสคือ หน้าที่ของคนไทยทุกคน กกต. ถูกตำหนิไม่เป็นไร เรามีหน้าที่เราเป็นเจ้าภาพ เจ้าภาพอย่างไรก็ถูกตำหนิอยู่แล้ว แต่สิ่งที่การตำหนิ แล้วเห็นผลจริงๆ ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน คนไทยทุกคนต้องรับผิดชอบ” นายแสวง กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  แสวงบุญมี ,กกต

คุณอาจสนใจ

Related News