อาชญากรรม

รมว.ยุติธรรมเผย ปปส.ยึดทรัพย์สิน "ตู้ห่าว" 3,000 ล้าน พร้อมเตรียมขยายผลเพิ่มเติม

โดย nattakarn_l

9 ธ.ค. 2565

141 views

           นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  แถลงยึดทรัพย์สินในคดีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ใช้อำนาจตามกฎหมายยึดทรัพย์ขยายผลมาจากการจับคดีสถานบันเทิงจินหลิง ที่มีนายชัยณัฐร์กรณ์   หรือ ตู้ห่าว เป็นเจ้าของ

          โดยช่วงเช้าวันนี้ ชุดพาลีปราบยาเสพติด ออกปฏิบัติการอายัดทรัพย์สิน หลังได้รับข้อมูลจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่นำมาส่งมอบให้กับกระทรวงยุติธรรม

         ต่อมา ผู้อำนวยการศูนย์ยาเสพติด ป.ป.ส. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ออกอายัดทรัพย์สินของบริษัท โรงแรมดิวาลักซ์ รีสอร์ทแอนด์สปา สมุทรปราการ,  โฉนดที่ดินจำนวน 5 แปลง รวมกว่า 39 ไร่  นอกจากนี้ยังรวมทรัพย์สินมูลค่าทั้งหมดที่เอายัดไว้ ประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมทั้ง รถยนต์หรูจำนวน 5 คัน

         จากข้อมูลพบว่า บริษัทนี้ก่อตั้งปี 2555 มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท มีกรรมการ 3 คนคือ นางพัชรินทร์ ,  นางรัตนา และนายตู้ห่าว  ร่วมเป็นกรรมการบริษัท  ต่อมาในปี 2559 ถึงปี 2561 บริษัทได้ลงทุนก่อสร้างโรงแรมดิวาลักซ์ฯ

        นอกจากนี้ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ป.ป.ส. ยังได้ขยายผลอายัดทรัพย์สินเครือข่ายของนายตู้ห่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมกว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบไปด้วยอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์หลายรายการ ซึ่งยังมีเอกสารรายละเอียดบางส่วนที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ

           ส่วนยอดการอายัดทรัพย์สินของตำรวจที่ระบุว่า ทรัพย์สินของนายตู้ห่าวมีประมาณ 5,000 ล้านบาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลแต่มีการประสานกันโดยตลอด  และยืนยันว่า  การอายัดทรัพย์สินทั้งหมดนี้ เจ้าของทรัพย์สินสามารถนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงที่มาของทรัพย์ได้  โดยระหว่างการอายัด เจ้าของทรัพย์ยังสามารถเปิดให้บริการได้จนกว่ากระบวนการอายัดทรัพย์จะแล้วเสร็จ โดยเป็นไปตามคำสั่งของศาล  ซึ่งคดีของนายตู้ห่าว ถูกดำเนินคดีฐานสมคบยาเสพติด ถือเป็นองค์ประกอบการฟอกเงิน   หากนายตู้ห่าว สู้คดีอาญาชนะ แต่ในส่วนของการอายัดทรัพย์สิน นายตู้หาว ยังจำเป็นต้องชี้แจงที่มาของทรัพย์ให้ได้ การอายัดจึงหมดไป

              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยอมรับว่า ทรัพย์สินของนายตู้ห่าว ยังมีอีกมาก  ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่ออายัดทรัพย์ต่อไป

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังยอมรับว่า คดียาเสพติดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นอำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แต่หากเป็นคดีที่เกิดขึ้นภายนอกราชอาณาจักร เป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด   ส่วนกรณีตำรวจยังไม่แจ้งข้อกล่าวหามูลฐานความผิดการฟอกเงินกับนายตู้ห่าวนั้น  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า การอายัดทรัพย์ขนาดนี้ใช้อำนาจกฎหมายของ ป.ป.ส. ซึ่งถือว่า ยาเสพติดเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดการฟอกเงิน ดังนั้นการแจ้งข้อกล่าวหา ฟอกเงินหรือไม่ เป็นอำนาจการสอบสวนคดีอาญาที่ตำรวจรับผิดชอบอยู่แล้ว

          ขณะที่นายชูวิทย์ ซึ่งมาฟังการแถลงข่าววันนี้ ตั้งข้อสังเกตการไม่แจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงินของพนักงานสอบสวน  จึงจำเป็นต้องนำข้อมูลหลักฐานไปยื่นให้อัยการสูงสุดพิจารณา และในอนาคต อาจนำรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ  พิจารณารับกรณีนี้เป็นคดีพิเศษต่อไป  เนื่องจากส่วนตัวเริ่มไม่มั่นใจการทำงานของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เนื่องจากไม่ยอมตั้งข้อกล่าวหาความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินกับนายตู้ห่าว แจ้งเพียงข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้น  นอกจากนี้นายชูวิทย์ยังเชิญชวนให้นายจ้าวเหว่ย เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยบ้าง หลังจากนายจ้าวเหว่ย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนหน้านี้ ว่าไม่รู้จักคนชื่อ ชูวิทย์ และเชิญให้ นายชูวิทย์ มาเที่ยวที่อาณาจักรคิงส์โรมัน

คุณอาจสนใจ