ต่างประเทศ

สื่อนอกตีข่าว ทำไมเลือกตั้งในไทยเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่เคยเกิดขึ้นจริง หลังไร้เสถียรภาพทางการเมืองนาน 20 ปี

3 ชั่วโมงที่แล้ว

30 views

สำนักข่าวต่างประเทศ อย่าง Bloomberg และ Japan Times เผยแพร่บทวิเคราะห์ “ทำไมไทยลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเพื่อการเปลี่ยนแปลง ไม่เคยเกิดขึ้นจริง” ชี้ชัดประเทศไทยกำลังถึงทางตัน หลังไร้เสถียรภาพทางการเมืองมานานกว่า 20 ปี จากที่เคยถูกคาดหมายว่าจะเดินรอยตามเกาหลีใต้และสิงคโปร์ กลับกลายเป็นประเทศที่โตช้าที่สุดในภูมิภาค

บทความดังกล่าวพาดหัวว่า “Why struggling Thailand keeps voting for change that never comes” หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า “ทำไมประเทศไทยที่กำลังดิ้นรนจึงยังคงลงคะแนนเสียงให้กับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง”

ส่วนในเนื้อหาระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีขนาดใหญ่กว่าช่วงก่อนโควิดเพียง 5% หรือเติบโตเฉลี่ยเพียง 1% ต่อปี ในขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนามและอินเดียกลับเติบโตไปแล้วถึง 40% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ความล้มเหลวนี้ส่งผลให้ไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง หนี้สาธารณะพุ่งสูงเกือบ 66% ของ GDP และหนี้ครัวเรือนที่ฉุดรั้งกำลังซื้อ จนรายงานจากสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) เตือนว่าไทยอาจไปไม่ถึงเป้าหมายประเทศรายได้สูงจนกว่าจะถึงปี 2593 ซึ่งล่าช้ากว่าแผนเดิมถึง 13 ปี

สื่อต่างประเทศมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือการปะทะกันของ 2 แนวคิดทางการเมืองที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แนวคิดแรกคือสายปฏิรูปโครงสร้างที่นำโดยพรรคประชาชนของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ชูนโยบายการแข่งขันที่เป็นธรรม (Fair Game) มุ่งรื้อถอนโครงสร้างเศรษฐกิจแบบผูกขาด และจำกัดอำนาจกลุ่มทุนผูกขาดที่ขัดขวางนวัตกรรม โดยมองว่าหากไม่ปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง ไทยจะไม่มีวันหยุดยั้งความตกต่ำได้

แนวคิดที่สองคือสายประชานิยม (พรรคเพื่อไทย และภูมิใจไทย) ที่ยังคงเน้นกลยุทธ์แบบเดิมที่ใช้มาตลอดสองทศวรรษ คือการแจกเงินสดและกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการแจกเงินล้านให้ผู้โชคดี 9 รายทุกวัน การเติมรายได้ให้ผู้มีรายได้น้อย หรือโครงการกระตุ้นการบริโภคที่รัฐช่วยจ่าย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่ยั่งยืน

บทวิเคราะห์จากสื่อต่างประเทศยังอ้างถึงรายงานจากองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หรือ OECD ว่า บริษัทชั้นนำเพียง 5% ในไทย ครองรายได้รวมกว่า 85% ของทั้งระบบเศรษฐกิจ

โดยกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่เชื่อมโยงกับมหาเศรษฐีชื่อดัง มีอิทธิพลเหนือภาคพลังงาน, ค้าปลีก และโทรคมนาคม ซึ่งสิ่งนี้ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคที่สกัดกั้นโอกาสของคนรุ่นใหม่และ SME

กาเร็ธ เลเธอร์ นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics ย้ำว่า ตราบใดที่ไทยยังไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองและรัฐบาลที่สนับสนุนการปฏิรูปอย่างจริงจัง การจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรังนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้

บทสรุปจากสื่อโลกมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่คือการวางเดิมพันว่าคนไทยจะเลือกเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเพื่อกอบกู้สถานะ "เสือเศรษฐกิจ" หรือจะวนเวียนอยู่กับนโยบายประชานิยมในวังวนเดิมที่กำลังทำให้ประเทศล้าหลังไปทุกที

แท็กที่เกี่ยวข้อง  เลือกตั้ง ,ข่าวต่างประเทศ

คุณอาจสนใจ

Related News