คลิปเต็มรายการ
ขับข้ามเลนชนประสานงา! ตำรวจชี้ประมาทร่วม อ้างขับแช่ขวา ไม่ยอมหักหลบ ล่าสุดเปลี่ยนตัวร้อยเวรแล้ว
5 ชั่วโมงที่แล้ว
40 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (22 มิ.ย.2569) พูดคุยกรณีลูกสาวคาใจ พ่อถูกรถคู่กรณีเมาและขับปีนเกาะกลางข้ามมาชน ทำภรรยาใหม่ของพ่อดับ แต่ตำรวจชี้เป็นประมาทร่วม อ้างพ่อขับแช่เลนขวา ไม่ยอมหักหลีกหรือเบรกรถก่อนเกิดเหตุ 3 วินาที เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง บนถนนเส้นท่าตะโก-นครสวรรค์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์
ลูกสาวและหลานผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า วันนั้นพ่อได้ขับรถเข้าไปทำธุระในเมืองกับแฟนสาวของพ่อ ตอนเกิดเหตุเป็นช่วงขากลับมาที่บ้าน ปรากฏว่า เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็ถูกรถคู่กรณีขับเสียหลักชนเกาะกลาง แล้วเข้ามาพุ่งชนรถยนต์ของพ่อที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ทั้งที่พ่อก็ขับรถมาตามปกติ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พ่อได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกขาหัก ต้องทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูหลายเดือน อีกทั้งยังทำให้แฟนของพ่อเสียชีวิต ส่วนคู่กรณีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยจากการตรวจเลือด พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 290 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
หลังเกิดเหตุเห็นภาพวงจรปิด พบว่าฝั่งคู่กรณีเป็นคนขับรถเสียหลักข้ามมาพุ่งชนรถของพ่อตัวเอง แต่ปรากฏว่าคดีผ่านไป 4 เดือน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะโก กลับสรุปสำนวน เป็นการประมาทร่วมทั้งสองฝ่าย โดยอ้างว่า พ่อขับรถมาในลักษณะของการแช่ขวา ไม่มีการระมัดระวัง ไม่มีการสังเกต รวมทั้งก่อนเกิดเหตุ 3 วินาที ไม่พบการแตะเบรกหรือหลบหลีกไม่ให้เกิดภัยแต่อย่างใด จึงสรุปแจ้งข้อหาว่าพ่อของตนเองขับรถโดยประมาทจากการแช่ขวา
ลูกสาว บอกว่า ทางครอบครัวรู้สึกคาใจเป็นอย่างมาก ว่าทำไมตำรวจถึงบอกว่าฝั่งพ่อเธอประมาทร่วม เพราะครอบครัวรู้สึกว่าไม่รับความเป็นธรรม มองว่าการทำงานของตำรวจไม่โปร่งใส หนำซ้ำยังมาทราบภายหลังว่า ญาติของคู่กรณีเป็นข้าราชการคนใหญ่คนโตในพื้นที่ท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ โดยตั้งแต่หลังเกิดเหตุ มีเพียงแค่มาเยี่ยมอาการของพ่อแค่ครั้งเดียว พอเรียกค่าเสียหายไปก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการชดใช้เยียวยาแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังคาใจในกระบวนการของตำรวจ เนื่องจากในสำนวนมีการระบุด้วยว่า พ่อประมาท 3 วินาที ไม่ขับหลบหรือขับหลีก
ประเด็นที่สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวเพิ่มเติมคือ เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องการเยียวยา ลูกสาวของคู่กรณีตอบกลับมาว่า ไม่อยากคุย และยังตั้งคำถามกลับมาว่า ฝ่ายพ่อที่เป็นคนขับซึ่งบาดเจ็บ ได้เยียวยาอะไรให้แม่บ้าง ในฐานะที่เป็นคนพาแม่ไปเสียชีวิต ทั้งที่ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน
ต่อมาได้มีการพูดคุยที่บ้าน โดยญาติฝ่ายคู่กรณีและร้อยเวรได้เสนอให้สรุปว่าเป็นคดีประมาทร่วม เพื่อจะได้นำเงินจาก พ.ร.บ. มาแบ่งกันสองฝ่าย โดยร้อยเวรระบุว่าหากได้เงิน พ.ร.บ. 500,000 บาท ก็ให้นำมาแบ่งกัน และจะขอให้คู่กรณีจ่ายค่าซ่อมรถ 150,000 บาท กับค่าบาดเจ็บของพ่ออีก 50,000 บาท เพื่อให้คดีจบไป แต่ครอบครัวผู้เสียหายไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ เพราะตรวจสอบพบว่า รถของคู่กรณีไม่มี พ.ร.บ. แต่มีความพยายามที่จะใช้ พ.ร.บ. ของฝ่ายผู้เสียหายเองมาจ่ายเยียวยาให้กับทุกฝ่าย โดยอ้างความเป็นประมาทร่วม ซึ่งฝ่ายผู้เสียหายมองว่าไม่ถูกต้องและไม่ยุติธรรม
นอกจากนี้ ลูกสาวยังเล่าว่า ขณะที่พ่อยังนอนเจ็บอยู่ มีคนไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล และได้พยายามสอบถามคุณพ่อ ทำท่าทำทางในทำนองว่า ขณะคุณพ่อขับรถได้มองไปข้างหรือไม่ เห็นหรือไม่ว่ามีรถยางแตกเซมาหา ทั้งนี้ ตอนแรกมีการระบุว่าอีกฝ่ายยางแตก แล้วเซมา แต่เมื่อพิสูจน์แล้วพบว่า รถคู่กรณีเสียหลักชนกับเกาะกลางก่อน จึงยางแตก แล้วค่อยเหินข้ามเกาะกลางมาชน
ล่าสุด พ.ต.อ.สุณัฐพล นิรมิตศุภเชษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ โฟนอินระบุว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการที่พนักงานสอบสวนได้เสนอให้สรุปว่าเป็นคดีประมาทร่วม เพราะไม่ใช่สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ แต่สาเหตุที่แท้จริง คือรถอีกฝั่งขับเหินข้ามเลนมาชนรถผู้บาดเจ็บ ณ ตอนนี้ได้มีคำสั่งเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว และเขียนสำนวนใหม่ ทั้งนี้ จากการสอบถามร้อยเวรคนเดิม ให้เหตุผลว่า ที่ระบุว่าเป็นประมาทร่วมเพราะฝั่งผู้เสียหายไม่ขับเลนซ้าย และขับรถ 80-100 กม./ชม. ในเขตชุมชน ขับแช่เลนขวาและไม่หักหลบรถที่กำลังเกิดอุบัติอุบัติเหตุ โดยยืนยันว่าเป็นการตัดสินโดยสุจริตใจ
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,รายการโหนกระแส