คลิปเต็มรายการ

ดีเจหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูก กต.ตร.เมากร่าง ตบหัวเพราะไม่เปิดเพลง HBD ให้

17 มิ.ย. 2569

53 views

รายการโหนกระแสวันนี้ (17 มิ.ย.2569) พูดคุยกรณีดีเจถูก กต.ตร.ตบหัวในสถานบันเทิง หลังขอเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้เด็กเอ็นฯ แล้วยังไม่เปิดให้ โดยดีเจเล่าว่า เหตุเกิดคืนวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนเริ่มเล่นในเวลาตี 1 ครึ่ง เล่นไปได้ประมาณ 5-10 นาที มีบุคคลที่ไม่รู้จักและไม่เคยสนทนากันมาก่อน เดินเข้ามาในบูธดีเจ และกล่าวในทำนองข่มขู่ว่า "กูบอกให้มึงเปิด HBD มึงไม่เข้าใจเหรอ มึงรู้ไหมกูเป็นใคร" แล้วตบศีรษะอีกหลายครั้ง และยังถอดหมวกดีเจไปโยนทิ้ง


จากนั้นการ์ดของร้านได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ โดยล็อกแขนผู้ก่อเหตุออกมาด้านนอก ก่อนที่ผู้ดูแลร้านจะเดินเข้ามายกมือไหว้ขอโทษชายคนดังกล่าว ซึ่งชายคู่กรณีได้มีการรับไหว้ จากนั้นได้พูดคุยกันเพื่อพยายามทำความเข้าใจ แต่ผู้ก่อเหตุกลับโวยวายเสียงดัง ให้ไปเรียกเจ้าของร้านมา พร้อมบอกว่า "มึงรู้ไหมกูเป็นใคร" ผ่านไปสักพักจึงมีคนรู้จักเข้ามาพาตัวคนดังกล่าวออกจากร้านไป


หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีกับคู่กรณีในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย แต่แอบกังวลใจเล็กน้อย หลังพบว่าบริเวณประตูทางเข้าโรงพัก มีภาพคู่กรณี พร้อมชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และระบุตำแหน่งว่าเป็น กต.ตร.สภ.เมืองขอนแก่น เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม


ต่อมา ผู้ก่อเหตุติดต่อตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ว่าจะเข้าไปให้ปากคำและรับทราบในช่วงบ่าย แต่สุดท้ายยังไม่มาพบ โดยแจ้งตำรวจว่า ต้องไปพบแพทย์


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวโทรไปพูดคุยกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งแทนตัวเองว่า เฮีย ม. เปิดใจผ่านทางโทรศัพท์ว่า ต้นสายปลายเหตุเกิดจากตนเองคิดว่าผู้เสียหายเป็นดีเจที่รู้จัก เพราะตนชอบเที่ยว รู้จักดีเจในขอนแก่นทุกคน วันนั้นตนเมาหนัก และต้องการแฮปปี้เบิร์ธเดย์คนในโต๊ะ จึงบอกเอ็มซีที่รู้จักกัน ให้พูดอวยพรและเปิดเพลงให้หน่อย โดยพยายามบอกให้เปิดหลายรอบ จนเอ็มซีบอกว่า บอกดีเจแล้ว เขาไม่เปิดให้ จะให้ทำไง ตนเองโมโหที่เปิดช้า จึงเดินไปตบตามคลิป เพราะคิดว่าเป็นดีเจในพื้นที่


พอรู้ว่าไม่ใช่ก็ขอโทษ และยินดีรับผิดชอบ แต่ถ้าจะเอา 50,000 ตนมีแค่ 10,000 บาท รับไปแล้วก็จบเรื่อง แต่คู่กรณีไม่คุยด้วย จะให้คุยกับตำรวจอย่างเดียว แล้วกลับไปแจ้งความ ตนเชื่อว่า เขาแจ้งความเพราะอยากดัง ไม่ใช่เพราะอยากดำเนินคดี ซึ่งตอนนี้ก็ดังสมใจแล้ว


ตนรู้ตัวว่าผิดก็สำนึกผิด และต้องการจะรับผิดชอบ แต่คู่กรณีไม่คุยด้วย จริงๆ ที่ตบก็ไม่ไช่ว่ารุนแรง หรือเป็นการทำร้าย ตนแค่แบมือแล้วเอาไปแปะที่ศีรษะแค่นั้นเอง ส่วนที่บอกว่า มึงรู้จักกูไหม ตอนนั้นคิดว่าดีเจเป็นคนในพื้นที่ จะต้องรู้จักตนเองแน่นอน จึงพูดแบบนั้น


ยืนยันไม่ได้พูดกร่าง และไม่ได้ใช้ตำแหน่ง กต.ตร.มากร่างด้วย และตำแหน่ง กต.ตร.นั้น ตนเองออกมานานแล้ว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ตอนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแต่มีภาพติดอยู่ ยังไม่ได้เอาออกเท่านั้น


ตอนนี้อยากมีพื้นที่ในสังคมบ้าง ตนไม่ได้ไปฆ่าใครตาย บอกตามตรงว่า ล้มละลายจนเป็นแพนิค และเป็นโรคซึมเศร้า พยายามไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกดิ่ง เพราะเคยฆ่าตัวตายมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ จึงต้องไปเที่ยวทุกคืน ตอนนี้ตนถูกกดดันจากสื่อ ถ้าตนเองฆ่าตัวตายไป ใครจะรับผิดชอบ แล้วเรื่องนี้ตนเองก็โทษสื่อโดยตรงเลยว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวเองต้องฆ่าตัวตาย


ล่าสุด พ.ต.อ.ยศวัจน์ เปิดเผยความคืบหน้าว่า เช้าวันนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีออกหมายเรียกเฮีย ม.ตามขั้นตอนแล้ว หลังจากเมื่อวานนี้นัดหมายว่าจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวน แต่จนถึงช่วงค่ำก็ยังไร้วี่แวว ทั้งนี้ จากการโทรศัพท์สอบถาม เจ้าตัวให้เหตุผลว่า หลังเกิดเหตุมีภาวะเครียด เมื่อวานนี้จึงเดินทางไปพบแพทย์ และล่าสุดแจ้งว่าได้เดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเสร็จธุระแล้วจะรีบเดินทางกลับมาพบพนักงานสอบสวนในทันที


ส่วนกรณีที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ไม่ได้ใช้ตำแหน่ง กต.ตร. มาแสดงอำนาจหรือกร่าง และระบุว่าตำแหน่ง กต.ตร. ของตนนั้นได้ออกมานานแล้ว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแต่ยังมีภาพติดอยู่ที่โรงพักและยังไม่ได้เอาออก โดยอ้างว่าออกมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 เนื่องจากล้มละลายจนเป็นซึมเศร้า ไม่อยากให้ตัวเองดิ่ง จึงต้องไปเที่ยวทุกคืนนั้น


ก่อนหน้านี้เจ้าตัวยังไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการเป็นลายลักษณ์อักษร และทาง กต.ตร. สภ.เมืองขอนแก่น ก็ยังไม่ได้แจ้งมายังโรงพักว่าเจ้าตัวลาออก จึงยังคงมีการติดรูปไว้ ซึ่งตามทางปฏิบัติยังคงถือว่ามีตำแหน่งเป็น กต.ตร. สภ.เมืองขอนแก่นอยู่


ด้านดีเจเผยในรายการว่า ตนรู้สึกตกใจ เสียใจ และยอมรับว่าโกรธกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ตอนนั้นไม่ได้ตอบโต้เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้ให้ทีมงานหรือใครติดต่อมา เพียงแต่ฝากร้อยเวรมาบอกว่าขอโทษ เมา และเสนอจ่ายเงิน 1 หมื่น ซึ่งตนมองว่าใครเป็นคนทำ ก็ควรต้องมาขอโทษเอง ตนทำงานเป็นดีเจมา 17 ปี มีประสบการณ์ มีคนรู้จัก เหตุการณ์นี้ทำให้ตนรู้สึกอับอาย เสียหาย จึงได้เรียกเงินไป 3 แสนบาท ซึ่งตนมองว่าไม่ได้สูงไปสำหรับสิ่งที่ตนถูกกระทำ อยากให้เขามาขอโทษต่อหน้า และมาพูดคุยเจรจากัน อยากเห็นความจริงใจ


สิ่งที่ตนสะเทือนใจและกังวลที่สุดคือ ตนมีครอบครัว มีลูก ลูกตนโตพอที่จะรับรู้และรู้เรื่องแล้ว วันนึงลูกตนต้องเห็นแน่นอน แล้วตนจะต้องมานั่งอธิบายถึงสิ้งที่เกิดขึ้น ว่าทำไมพ่อไปทำงานแล้วถึงถูกทำร้าย ทำไมพ่อถูกกระทำแบบนี้ มันยากที่เราจะต้องอธิบายกับเด็กคนนึง แต่หากตนไม่โพสต์คลิปนี้ ไม่โพสต์เรื่องนี้ ตนก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วเรื่องก็จะเงียบไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  โหนกระแส ,รายการโหนกระแส

คุณอาจสนใจ

Related News