21 ต.ค. 2569
กรมทรัพยากรธรณี ยันเป็นรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของอุดรธานี อายุกว่า 120 ล้านปี
กรมทรัพยากรธรณี ลุยตรวจสอบบ้านผือ ยันเป็น “รอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อ” กลุ่มเทอโรพอด แห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี อายุกว่า 120 ล้านปี พบชัด 6 รอยตีน
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี มอบหมายให้กองคุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ และสํานักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 นําทีมโดยนางสาวพรรณิภา แซ่เทียน นักธรณีวิทยาชํานาญการพิเศษ และว่าที่ร้อยตรี กฤษณะ สุดชา นักธรณีวิทยาปฏิบัติการ พร้อมด้วย นายนพวงค์ พฤกษชาติ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธารี นายสมบัติ สุภศร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ นายวุฒิพงษ์ แสนประกอบ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการ นายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) และนางสาวกุลวดี สมัครไทย หัวหน้าอุทยานประวิติศาสตร์ภูพระบาท กรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสิ่งที่ควรเชื่อว่าเป็นซากดื่มดําบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์ตามที่เป็นข่าวจากกลุ่มเฟซบุ๊ก “#นี่คือตัวอะไร” และค้นพบโดยนายพิชัย ประเทศเสนา บริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
ผลการตรวจสอบพบซากดึกดำบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด (Theropod) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินด้วยขาหลัง 2 ข้าง จำนวน 1 แนวทางเดิน ประกอบด้วยรอยตีน 6 รอย บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน อายุยุคครีเทเชียสตอนต้น (ประมาณ 120 ล้านปีก่อน) รอยตีนมีลักษณะเด่นเป็นนิ้วเท้า 3 นิ้ว ปลายแหลม ขนาดรอยตีนยาว 29 เซนติเมตร กว้าง 26 เซนติเมตร การวิเคราะห์ขนาดลำตัวประเมินว่าไดโนเสาร์เจ้าของรอยตีนมีความสูงจากบริเวณสะโพกประมาณ 1.42 เมตร และมีความยาวลำตัวประมาณ 6.30 เมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ไดโนเสาร์เทอโรพอดที่เคยค้นพบในประเทศไทยจากยุคเดียวกัน
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีได้เสนอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมศิลปากร ดำเนินการกำหนดเขตคุ้มครองรอบพื้นที่ค้นพบ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการรบกวนของนักท่องเที่ยว รวมทั้งวางแนวทางป้องกันการกัดเซาะของน้ำ และพิจารณาพัฒนาเป็นแหล่งศึกษา วิจัย และแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศในอนาคตต่อไป
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมศิลปากร ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 เพื่อป้องกันความเสียหายจากการรบกวนของนักท่องเที่ยว รวมทั้งวางแนวทางป้องกันการกัดเซาะของน้ำ และพิจารณาพัฒนาเป็นแหล่งศึกษา วิจัย และแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศในอนาคตต่อไป
20 ต.ค. 2569
306 views
EP อื่นๆ
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569