13 ส.ค. 2569
“ลูกตาเฮียง” เปิดใจปมที่ดิน ยันพ่อมีเจตนาสร้างวัดแต่ไม่ได้ยกที่ให้ ไว้ใจ “ป้าดา” ดำเนินการต่อ
“ลูกสาวตาเฮียง” ยืนยัน พ่อมีเจตนาสร้างวัดให้จริง ส่วนเรื่องโฉนดเอามาโชว์ชาวบ้านแต่ไม่ได้ยกที่ให้ เผยรุ่นลูกยอมแพ้แล้ว ไว้ใจ “ป้าดา” ส่งต่อให้รุ่นหลานดำเนินการต่อ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปบ้านของนางบัวเรียน หรือแม่ตุ๋ย ลูกสาวคนที่ 3 ของนายเฮียง และนางนาง หรือนางน้อย และเป็นคนที่ยื่นฟ้องร่วมกับแม่โดยก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะได้เข้าไปพูดคุยนั้น ลูกเขยของนายเฮียง ได้ขอความร่วมมือกับผู้สื่อข่าวไม่ให้บันทึกภาพนิ่งภาพวิดีโอบันทึกเสียงคลิปสัมภาษณ์ใดใดทั้งสิ้นแต่สามารถให้เป็นข้อมูลได้
จากการพูดคุยผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางบัวเรียน ถึงที่มาที่ไปในการมอบที่ดินสร้างวัดจนกลายเป็นข้อพิพาทจนถึงปัจจุบันนี้ โดยนางบัวเรียนลูกสาวคนที่ 3 ของนายเฮียง และนางนาง เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า พ่อเป็นผู้ใหญ่บ้านและขายที่ดิน ที่ดินตรงที่เป็นข้อพิพาทนั้นเนื้อที่ทั้งหมดจริงๆ ของพ่อมีทั้งหมด 42 ไร่ แบ่งให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น 10 ไร่ ในส่วนที่ดินวัดนั้น 21 ไร่เศษพื้นที่หัวไร่ปลายนาอีกห้าถึงหกไร่
ซึ่งบริเวณนี้เป็นป่าหมดมีแม่ชีมาสร้างกุฏิตรงบริเวณพื้นที่ห้าไร่และก็มีพระมาทำเตาฟืน พ่อจึงสงสารซื้อกุฏิมาตั้งหนึ่งหลังก่อนจะเกิดความเลื่อมใสศรัทธามาเรื่อยๆ จนมีเจตนารมณ์จะสร้างวัดในพื้นที่ตรงนี้ แต่ไม่ได้เป็นการยกที่ดินให้ใครคนใดคนหนึ่ง จนกระทั่งพ่อสามารถดำเนินการเปลี่ยนเอกสารครอบครองสิทธิ์ ส.ค.1 เป็นโฉนดได้ และในวันที่ร่วมทอดถวายผ้าป่านั้นพ่อก็ได้นำเงินผ้าป่าไปถวาย อดีตเจ้าอาวาสซึ่งสมัยนั้นเรียกว่าเจ้าสำนัก พร้อมกับนำโฉนดที่ดินไปโชว์ เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้ว่าพ่อเฮียงมีเจตนารมณ์จะสร้างวัด โดยใช้ที่ที่ดินผืนในโฉนดที่นำมาโชว์นี้แต่ไม่ได้ให้
แต่ปรากฏว่าทางวัดได้นำไปติดฝาผนังเอาไว้เพื่อเหมือนกับประกาศให้ชาวบ้านได้รู้ว่าที่แห่งนี้จะมีการสร้างวัดขึ้น จนกระทั่งมีขบวนการที่อยากได้ที่ดินผืนนี้เข้ามาอยู่เบื้องหลัง พยายามจะฮุบเอาที่ให้หมด จนกลายเป็นข้อพิพาทกันถึงปัจจุบันนี้จนตนเองในฐานะรุ่นลูกยอมแพ้ไปแล้วเพราะไม่มีเงินมีทองสู้ต่อ เราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาจนจน และต่อมาก็มีน้องดา ซึ่งเป็นหลานสาวตนเองเป็นหลานทางแม่น้อย หรือนางนางแม่ของตนเอง ซึ่งน้องดาไปอยู่ที่กรุงเทพและแต่งงานมีสามีอยู่ที่กรุงเทพเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จึงมีความรู้ในเรื่องนี้อาสาเข้ามาดำเนินการต่อซึ่งตนเองก็ไม่มีกำลังจะสู้ต่อแล้วยอมแพ้แล้วจึงมอบทั้งหมดให้น้องดาเป็นผู้ดำเนินการเพียงผู้เดียว เพราะมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างดีญาติพี่น้องทุกคนจึงไว้ใจให้น้องดาซึ่งเป็นหลานดำเนินการต่อเป็นรุ่นต่อไป
แม่ตุ๋ย บอกอีกว่า ภายหลังคุณพ่อเสียชีวิตทุกคนก็เข้าใจว่าทุกอย่างถือเป็นโมฆะ เพราะไม่ได้มีการสร้างวัดไม่ได้มีการสร้างจึงเป็นข้อพิพาทขึ้นเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล เดิมทีครอบครัวคุยกันเอาไว้ว่า พ่อเสียชีวิตไปแล้ว ที่ดินตรงนี้อยากแบ่งกันในบรรดาพี่น้องเก้าคน ส่วนพื้นที่วัดก็เป็นพื้นที่ 6 ไร่ ตรงที่มีข้อพิพาทกันทั้งวัด เทศบาล และที่ดิน เพราะแต่ละคนก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย และจะได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพ่อด้วย ซึ่งตนเองพยายามสู้เรื่องนี้มาแต่สุดท้ายก็ต้องขอยอมแพ้เพราะสู้ไม่ไหวไม่มีเงินเงินทองไปสู้กับขบวนการที่อยากได้ที่ดินผืนนี้ ตอนนี้ทุกอย่างน้องดาเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดและรายละเอียดต่างๆ ให้น้องดาเป็นคนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแทน
ยืนยันว่าที่ดินตรงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายเฮียง ซึ่งก็เหมือนที่น้องดาพูดถ้าสามารถสร้างวัดได้จริงทำไมชื่อในโฉนดยังเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเฮียงพ่อตนเองอยู่ ถ้าชื่อในโฉนดเป็นชื่อวัดก็คงจะไม่เกิดข้อพิพาท แต่เมื่อนายเฮียงเสียชีวิตไปแล้วการสร้างวัดก็ต้องเป็นโมฆะเป็นปกติอยู่แล้ว และยังไม่ได้มีการสร้างอะไร อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องให้น้องดาเป็นคนดำเนินการแทนเพราะมีความรู้เรื่องนี้ดี
13 ส.ค. 2569
745 views
EP อื่นๆ
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569