รวบแล้ว ชายซิ่งกระบะชนเด็กชายชาวโรฮิงญาชายวัย 11 ปีเสียชีวิตแล้วหนี พบเมาหนัก ตรวจแอลกอฮอล์ 176

ตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ติดตามจับกุมผู้ขับขี่รถกระบะสีเทาก่อเหตุชนเด็กชายชาวเมียนมา อายุ 11 ปี เสียชีวิต บริเวณหน้าหมู่บ้านเพชรมณี ถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ 7 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ ก่อนขับรถออกจากที่เกิดเหตุ


เจ้าหน้าที่ตามจับผู้ต้องหาได้ที่หอพักใกล้วัดป่าแดด ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร พบอยู่ในสภาพมึนเมา ผลตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 176 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เบื้องต้นผู้ต้องหาเป็นชายชาวไทยใหญ่ มีภูมิลำเนาอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับรถคันเกิดเหตุ ก่อนถูกควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย


ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเปิดร้านของชำอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ได้ยินเสียงดังคล้ายหม้อแปลงระเบิด จึงรีบวิ่งออกมาดู ก่อนพบเด็กชายอายุ 13 ปี นอนแน่นิ่งกลางถนนในสภาพถูกรถชนอย่างรุนแรง จึงให้ภรรยาโทรแจ้งหน่วยกู้ภัย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจึงเดินทางมาถึง แม้เจ้าหน้าที่จะเร่งปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เด็กไม่มีสัญญาณชีพแล้ว


ชาวบ้านยังเห็นว่ารถกระบะสีเทาคันก่อเหตุขับหลบหนีไปทันที โดยไม่จอดลงมาช่วยเหลือหรือแสดงความรับผิดชอบ หลังเกิดเหตุจึงช่วยกันตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านนวดและร้านของชำใกล้เคียง เพื่อส่งมอบเป็นหลักฐานให้ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี


เด็กชายผู้เสียชีวิตเป็นชาวโรฮิงญา อายุ 13 ปี อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ และน้องสาว ในบ้านเช่าใกล้จุดเกิดเหตุ ครอบครัวมีฐานะยากจน เด็กชายมักออกมาเล่นกับเพื่อนบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ ขณะที่ถนนสายนี้อยู่ใจกลางชุมชนเป็นทางตรงถนนแคบ ไม่มีไหล่ทางในฝั่งที่น้องเดินอยู่ และมีรถใช้ความเร็วสูง แม้ช่วงเกิดเหตุจะเป็นเวลาหลังฝนหยุดและเริ่มมืด แต่ยังไม่ถึงกับเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น


หลังทราบข่าวว่าตำรวจจับกุมคนขับได้แล้ว และพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายมากกว่า 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านต่างตั้งคำถามว่าทำไมผู้ก่อเหตุจึงไม่หยุดลงมาช่วยเหลือเด็กหลังชน แต่กลับขับรถหลบหนี พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด



ทีมข่าวลงพื้นที่บ้านเช่าของครอบครัวผู้เสียชีวิต พบว่าบ้านถูกปิดไว้ เนื่องจากพ่อแม่เดินทางไปดำเนินเรื่องรับศพ เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ครอบครัวนี้มาเช่าอยู่ในราคาถูกเพราะเห็นใจ พ่อมีอาชีพเก็บของเก่าขาย แต่ช่วงนี้รถเสียจึงขาดรายได้ ส่วนแม่รับจ้างทั่วไป ทั้งสองต้องเลี้ยงดูลูก 2 คน ซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนป่าแดด โดยผู้เสียชีวิตเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนน้องสาวเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ครอบครัวมีรายได้แบบวันต่อวัน บางเดือนยังไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน เจ้าของบ้านก็ช่วยผ่อนปรนให้



ล่าสุด พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เตรียมนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลในข้อหาเมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และความผิดที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป ส่วนทางพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตช่วงสายวันนี้ ครอบครัวจะเดินทางไปรับศพเด็กชายกลับมาประกอบพิธีตามหลัก

24 ก.ค. 2569

126 views

EP อื่นๆ