25 มี.ค. 2569
รมว.สธ.ชี้หากสงครามยืดเยื้อ ราคายาอาจสูงขึ้นราว 10% ย้ำมีสำรองเพียงพอ 3 เดือน
รมว.สธ.จับตาราคายาและเวชภัณฑ์ ย้ำมีสำรองเพียงพอ 3 เดือน ชี้หากสงครามยืดเยื้อ อาจปรับขึ้นราว 10% เหตุต้นทุนการขนส่ง-บรรจุภัณฑ์ราคาสูงขึ้น
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข (รมว.สธ.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับภาวะฉุกเฉิน (EOC) ร่วมกับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ผ่านระบบออนไลน์ ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข หลังเกิดเหตุการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
รมว.สธ เปิดเผยว่า การประชุม EOC ครั้งนี้เป็นการประชุมทั่วประเทศครั้งแรก เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณการขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ โดยมีการสำรองยาเพียงพอเฉลี่ย 3 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของยา ซึ่งบางรายการอาจมีสำรองตั้งแต่ 2–6 เดือน
ในกรณีที่สงครามยืดเยื้อ อาจมีแนวโน้มที่ราคายาจะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากผลกระทบด้านการขนส่งและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ส่งผลให้ราคายามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของยาเป็นสำคัญ
ในเรื่องนี้ผูับริหารกระทรวงฯ ได้หารือกับคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ติดตามและตรวจสอบแหล่งที่มาและต้นทุนการนำเข้ายาทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา จำนวน เวลา และ สถานที่ เพื่อให้สามารถทราบได้ว่าผู้ผลิตนำเข้ายามาเมื่อไหร่ เป็นต้นทุนใหม่หรือไม่ เพื่อไม่ให้ราคายาปรับสูงขึ้น และเป็นปัญหาต่อผู้บริโภค
พร้อมกันนี้ อย. ได้เปิดช่องทางอนุมัติแบบเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับการปรับเปลี่ยนแปลงแหล่งวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ยา รวมถึงส่งเสริมการขึ้นทะเบียนยาที่มีส่วนประกอบจากสมุนไพรไทยเพิ่มเติมด้วย
ในส่วนของสถานการณ์กระแสเงินสดของโรงพยาบาล ทาง สธ. ได้มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดซื้อยาให้โรงพยาบาลใช้ก่อน หาสงครามไม่ยุติ อาจส่งผลกระทบกับโรงพยาบาลเกือบทุกแห่ง แต่อาจจะมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังเป็นการหารือเรื่องการประหยัดพลังงาน การนำพลังงานทดแทนมาใช้เพื่อลดการพึ่งพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น ไฟฟ้า น้ำมัน และในอนาคตอาจสามารถปรับปรุงอาคารให้เป็น eco friendly ได้มากขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว
ส่วน “ยาวาร์ฟาริน” ซึ่งเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด และมีแหล่งผลิตจากอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศคู่รบ ล่าสุดทราบจากผู้นำเข้ายาว่า ยังมีวัตถุดิบสำรองถึงเดือนกรกฎาคม ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับบริษัทให้หาแหล่งผลิตสำรองจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม ขณะที่ยาอัลไซเมอร์ยังมีเพียงพอ โดยนำเข้าล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569
ส่วนปัญหาน้ำมันสำหรับรถฉุกเฉินในโรงพยาบาลนั้น รมว.สธ. เปิดเผยว่า เน้นย้ำไปยังหน่วยให้บริการทุกหน่วย และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดให้บริหารจัดการอย่างใกล้ชิด รวมถึงสำรองน้ำมันสำหรับเหตุฉุกเฉิน แต่หากโรงพยาบาลใดไม่มีสถานที่กักเก็บ ให้ประสานไปยังสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้
กรณีรถกู้ภัยใน 3 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ สงขลา และหนองบัวลำภู ที่ได้รับผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนเพิ่มเติม
24 มี.ค. 2569
162 views
EP อื่นๆ
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569
24 มี.ค. 2569