17 มี.ค. 2569
อิหร่านซัดสหรัฐฯ ไร้มนุษยธรรม หลังขู่ใช้คำสั่ง "ไม่ละเว้นชีวิต" ชี้เป็นพฤติกรรมอาชญากรสงคราม
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM (เซนต์คอม) เปิดเผยสถิติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน โดยได้ทำการโจมตีไปแล้วกว่า 7,000 จุดทั่วประเทศ
รายงานล่าสุดจาก CENTCOM ระบุว่า ตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้นกองทัพสหรัฐฯ ได้เดินหน้าถล่มเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วประมาณ 7,000 แห่ง โดยมุ่งเป้าไปที่การทลายโครงสร้างความมั่นคงของรัฐบาลอิหร่านเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังมีเรือรบและเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่าน ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายไปแล้วมากกว่า 100 ลำ ขณะเดียวกัน เครื่องบินรถสหรัฐฯ ก็ได้ทำการบินขึ้นฟ้าไปปฏิบัติภารกิจแล้วกว่า 6,500 เที่ยว
ที่สำคัญกว่านั้น ในปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ สหรัฐฯ ยังได้นำเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1 และเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 สปิริต ที่เปรียบเสมือนกับ "เขี้ยวเล็บ" ของกองทัพสหรัฐฯ มาใช้งานด้วย พร้อมด้วยฝูงเครื่องบินขับไล่อีกหลายร้อยลำ กองทัพสหรัฐฯ ประกาศย้ำชัดว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ภัยคุกคามในระยะประชิด เพื่อลดขีดความสามารถในการตอบโต้ของอิหร่าน
รัฐบาลอิหร่านออกมาประณามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หลังมีการส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการ "ไม่ละเว้นชีวิต" หรือ "No Quarter" ในสงครามครั้งนี้ ซึ่งอิหร่านชี้ว่าเป็นพฤติกรรมของอาชญากรสงคราม
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดผ่านโซเชียลมีเดีย หลังนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม หรือ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ข่มขู่ว่าจะใช้คำสั่ง "No Quarter" หรือ "การไม่ละเว้นชีวิต" ต่อกองทัพอิหร่าน ซึ่งคำสั่งนี้ในทางทหารหมายถึงการปฏิเสธที่จะรับเชลยศึก และจะสังหารทหารฝ่ายตรงข้ามทันที แม้ว่าทหารเหล่านั้นจะวางอาวุธยอมจำนนแล้วก็ตาม
อารักชี ระบุว่า คำประกาศนี้แสดงให้เห็นถึงความล้มละลายทางศีลธรรม และความเขลาต่อกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมแนะนำให้รัฐมนตรีสหรัฐฯ ไปทบทวนอนุสัญญากรุงเฮก และธรรมนูญกรุงโรม มิฉะนั้นอาจต้องไปรวมกลุ่มกับผู้นำอิสราเอลในฐานะอาชญากรสงครามที่โลกไม่ยอมรับ
ทางด้านประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ก็ออกมาประกาศจุดยืนแข็งกร้าวเช่นกัน โดยย้ำว่าอิหร่านไม่ใช่ผู้เริ่มสงคราม แต่จะใช้สิทธิในการป้องกันประเทศอย่างเต็มที่ และจะไม่ยอมจำนนต่อกลุ่มที่เขาเรียกว่า พวกอันธพาลเป็นอันขาด
ผู้นำอิหร่านยังได้ต่อสายตรงถึง ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลกหยุดยั้งการรุกรานจากสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยเฉพาะการใช้ฐานทัพอเมริกาในประเทศเพื่อนบ้านมาโจมตีอิหร่าน
เขายังทิ้งท้ายว่า การเจรจาสันติภาพจะไม่มีความหมายเลย ตราบใดที่อิหร่านยังไม่มีหลักประกันว่าจะไม่ถูกโจมตีซ้ำอีก และมองว่าการใช้กำลังยึดครองแผ่นดินโดยอ้างข้อมูลเท็จ คือการกระทำที่ล้าหลังเหมือนยุคกลางในศตวรรษที่ 21
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา แถลงข่าวเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตามเวลาในไทย ตำหนิพันธมิตรอย่างอังกฤษที่ปฏิเสธเข้าร่วมสงคราม พร้อมยอมรับว่าตกใจที่อิหร่านตอบโต้หนักกว่าที่คิด แถมประกาศสั่งเลื่อนการเยือนจีน และยังหลุดปากยอมรับเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอลด้วย
ประเด็นแรก ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าววิจารณ์ นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษอย่างรุนแรง หลังอังกฤษประกาศว่าจะไม่ยอมเข้าร่วมสงครามในอิหร่าน
โดยทรัมป์ยังได้เรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยในช่องแถบฮอร์มุซ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยขู่ว่า หากชาติพันธมิตรไม่ช่วยปกป้องเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญแห่งนี้ "อนาคตขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO อาจเลวร้ายมาก"
ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า ประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ที่ใช้น้ำมันจากเส้นทางนี้ ควรจะขอบคุณและส่งความช่วยเหลือมาให้สหรัฐฯ มากกว่าจะทำท่าทีนิ่งเฉยแบบที่เป็นอยู่ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศเลื่อนการเดินทางเยือนจีนออกไปอีก 1 เดือน เนื่องจากต้องการอยู่ในสหรัฐฯ ระหว่างช่วงสงคราม
ช่วงหนึ่งนักข่าวได้ถามว่า สหรัฐฯ จะส่งออกกำลังภาคพื้นดินเข้าไปยึดวัตถุดิบนิวเคลียร์ในอิหร่านหรือไม่? ทรัมป์ก็ตอบกลับว่า "ทำไมต้องทำ ไร้สาระ ใครที่ตอบคำถามนี้ไม่ควรเป็นประธานาธิบดี"
ในส่วนของสถานการณ์การรบ ทรัมป์อ้างว่าขณะนี้กองทัพอิหร่านบอบช้ำหนัก เหลือขีปนาวุธเพียง 8% และโดรนอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าสงครามจะจบลงในเร็วๆ นี้แน่นอน แต่ไม่ได้ระบุเวลา และทิ้งท้ายว่า พวกเราจะได้เห็นโลกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น หลังจากสงครามสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม มีช่วงหนึ่งที่ทรัมป์เผลอหลุดปากยอมรับต่อหน้าสื่อว่าอิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์ แม้เขาจะรีบย้ำว่า มั่นใจว่าอิสราเอลจะไม่นำมาใช้ถล่มอิหร่านก็ตาม
ที่น่าสนใจคือในการแถลงครั้งนี้ ทรัมป์กล่าวยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า "ตกใจ" กับแสนยานุภาพทางทหารของอิหร่าน ที่ได้มีการโจมตีโต้กลับสหรัฐฯ อย่างรุนแรง แถมยังโจมตีไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียด้วย ซึ่งทรัมป์ตัดพ้อว่า ไม่มีใครรายงานข้อมูลนี้ให้เขาเขาทราบก่อนเลย
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความสับสนถึงคณะผู้นำอิหร่าน โดยระบุว่าตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่ากำลังสู้กับใครอยู่ เพราะผู้นำเหล่านั้นหายตัวไปหมดแล้ว หรืออาจจะเสียชีวิตไปหมดแล้วจากการโจมตีของสหรัฐฯ
สถานการณ์การสู้รบ ล่าสุด เกิดเหตุโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธที่เขตกรีนโซน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก พุ่งเป้าไปที่โรงแรมชื่อดังและสถานทูตสหรัฐฯ จนต้องมีการสั่งอพยพพลเมืองอเมริกันออกจากพื้นที่ทันที
ภาพกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นเหนือโรงแรมอัล ราชิด ใจกลางกรุงแบกแดด หลังถูกโจมตีด้วยโดรนเข้าอย่างจัง เมื่อวานนี้ ต่อมาในช่วงเช้ามืด สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงแบกแดด ก็ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีเช่นเดียวกัน โดยมีรายงานว่า มีโดรนพลีชีพ 5 ลำ พร้อมกับจรวด "คัทยูซ่า" ถูกระดมยิงเข้าใส่พื้นที่สถานทูตอย่างต่อเนื่อง
พยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเมืองหลวง ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสถานทูตพยายามยิงสกัดโดรนอย่างดุเดือด
สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สถานทูตสหรัฐฯ ออกประกาศฉุกเฉิน ย้ำให้พลเมืองชาวอเมริกันทุกคนที่อยู่ในอิรักเดินทางออกจากประเทศทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข
ส่วนที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี มีรายงานว่า ทางการสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว หลังถูกโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน ขณะเดียวกัน ทางการอาบูดาบีได้สั่งระงับการดำเนินงาน ณ แหล่งก๊าซชาห์ (Shah gas field) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ ภายหลังถูกโจมตีด้วยโดรนจนส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น นอกจากนี้ ทางการเมืองฟูไจราห์เปิดเผยว่า ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นภายในเขตอุตสาหกรรมน้ำมันฟูไจราห์ อันเนื่องมาจากผลกระทบของการโจมตีด้วยโดรนเช่นกัน
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/DnKfs2sL3NE
17 มี.ค. 2569
84 views
EP อื่นๆ
17 มี.ค. 2569
17 มี.ค. 2569
17 มี.ค. 2569
16 มี.ค. 2569
คลิปเต็มรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ 16 มีนาคม 2569
16 มี.ค. 2569
16 มี.ค. 2569
16 มี.ค. 2569
16 มี.ค. 2569
16 มี.ค. 2569
16 มี.ค. 2569
16 มี.ค. 2569
16 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
คลิปเต็มรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ 13 มีนาคม 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569