16 มี.ค. 2569
รพ.ดังเชียงใหม่ ออกแถลง หลังนักธุรกิจจีน แจ้งความลูกวัย 1 เดือนดับ ศพหายปริศนา
นักธุรกิจชาวจีน แจ้งความโรงพยาบาลชื่อดังในเชียงใหม่ ทำศพลูกหายไป ด้านโรงพยาบาลแจงแล้ว คาดเกิดจากความคลาดเคลื่อนขั้นตอนบริหารจัดการร่าง
นายฟาง (Fang Peng cheng) นักธุรกิจชาวจีนในจังหวัดเชียงใหม่ นำหลักฐานเข้าลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ ทำศพของลูกชายวัย 1 เดือน หายไป
นายแพทย์อธิพงศ์ พลชัย ทนายความ ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ลูกชายของนายฟางซึ่งคลอดก่อนกำหนด 1 เดือน ที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ และมีความจำเป็นต้องผ่าตัด แต่ทางโรงพยาบาลเอกชนไม่มีความพร้อม จึงมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอีกแห่ง แต่ปรากฏว่าหลังจากส่งตัวมาได้ไม่กี่ชั่วโมง ยังไม่ทันได้ผ่าตัด ลูกชายได้เสียชีวิตลงในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งน้องที่เสียชีวิตเป็นลูกชายคนแรกของพ่อและแม่ และเป็นหลานชายคนแรกของทั้ง 2 ตระกูล ทำให้ทั้ง 2 ตระกูลเสียใจอย่างมาก
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ทางแพทย์นิติเวชได้ชันสูตรตามขั้นตอน แต่ผลการชันสูตรที่ออกมาทำให้นายฟางยังคงติดใจ และมีความกังขาถึงความถูกต้องของผลการชันสูตร เนื่องจากมองว่าไม่สอดคล้องกับอาการป่วยที่ถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลแรก ทางนายฟาง จึงเดินเรื่องพร้อมเดินเรื่องขอนำศพไปชันสูตรอีกครั้งที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ระหว่างติดต่อทำเรื่องกับโรงพยาบาลศิริราช ได้ฝากร่างไว้ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ โดยไม่ได้เห็นร่างน้องอีกเลย ตลอดช่วงที่ฝากร่างน้องเก็บไว้ที่โรงพยาบาล
หลังจากนั้นวันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายฟางได้แจ้งความให้ดำเนินคดีกับแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในข้อหา "ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย"
ต่อมาทางโรงพยาบาลศิริราชได้ตอบรับให้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ ในวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา จึงโทรไปถามเรื่องรับศพกับเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่ยังบอกว่า เนื่องจากเก็บศพน้องไว้ 120 วันแล้ว สภาพศพอาจจะไม่เหมือนเดิม และเจ้าหน้าที่ยังแจ้งว่า ให้เอาเอกสารมารับศพ และให้ไปจ่ายเงินค่ารักษาศพกับโรงพยาบาล วันละ 500 บาท รวมประมาณ 60,000 บาท
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายฟางจึงไปขอรับศพลูกเพื่อส่งไปที่โรงพยาบาลศิริราช แต่ปรากฏว่าไม่พบศพของลูกชาย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยังบอกว่า รู้ว่าเคสนี้เป็นเคสที่เป็นคดี เก็บรักษาศพไว้เป็นอย่างดี แต่หาหลายชั่วโมงก็หาศพไม่เจอและไม่มีคำชี้แจงแต่อย่างใด ในช่วงค่ำจึงนำเรื่องเข้าลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนี้หากทางโรงพยาบาลยังหาศพไม่เจอจะดำเนินคดีในข้อหา "ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ โดยไม่มีเหตุอันควร"
ทนายความ บอกว่า ข้อมูลทั้งหมดโดยเฉพาะการหาศพไม่เจอ มีหลักฐานเป็นเอกสารจากทางโรงพยาบาลชัดเจน เรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นจากโรงพยาบาลใหญ่ระดับนี้ โดยหลังลงบันทึกประจำวันทางตำรวจจะทำหนังสือสอบถามไปยังโรงพยาบาล ก่อนที่จะแจ้งผลมายังผู้เสียหายอีกครั้ง
ต่อมา โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง ระบุว่า ทารกเพศชาย อายุ 1 เดือน เป็นทารกคลอดก่อนกำหนด อายุครรภ์ 30 สัปดาห์ น้ำหนักแรกคลอด 1,014 กรัม ได้รับการส่งต่อจากโรงพยาบาลเอกชน มายังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.23 น. ด้วยภาวะลำไส้อุดตันบางส่วน โดยทีมแพทย์ได้ให้การรักษาตามแนวทางมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมีภาวะวิกฤตและเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.12 น. โรงพยาบาลได้ดำเนินการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ผลการตรวจทางพยาธิวิทยาระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (ARDS) และไม่พบการแตกทะลุของลำไส้ หรือร่องรอยการอักเสบของลำไส้ตามที่มีข้อสงสัย และญาติได้รับทราบผลการชันสูตรพลิกศพและผลการตรวจทางพยาธิวิทยาแล้ว
ก่อนการชันสูตรพลิกศพและภายหลังการชันสูตรพลิกศพ ร่างผู้เสียชีวิตได้ถูกเก็บรักษาไว้ ณ หน่วยรักษาศพของโรงพยาบาลตามกระบวนการปฏิบัติงานของหน่วยงาน รอญาติมารับร่างผู้เสียชีวิตกลับ ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ขณะที่ญาติมาติดต่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตเพื่อน นำไปตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าร่างผู้เสียชีวิตไม่อยู่ในหน่วยรักษาศพ
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น คาดว่ามีความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการบริหารจัดการร่างของผู้เสียชีวิตรายนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด โดยโรงพยาบาลได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ และได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบกระบวนการบริหารจัดการร่างผู้เสียชีวิตรายนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในส่วนงานของหน่วยรักษาศพ เพื่อดำเนินการต่อไป และได้แจ้งข้อเท็จจริงการตรวจสอบเบื้องต้นให้ญาติและคณะที่ญาติพามาทราบแล้ว ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จะรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้พยานหลักฐานทางการแพทย์ที่สำคัญ ได้แก่ ชุดชิ้นเนื้อพยาธิวิทยา ภาพถ่ายทางพยาธิสภาพ และเวชระเบียนทางการแพทย์ ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้ครบถ้วน และสามารถใช้ประกอบการตรวจสอบเพิ่มเติมได้ ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงการเก็บรักษาชุดชิ้นเนื้อพยาธิวิทยา ภาพถ่ายทางพยาธิสภาพและเวชระเบียนทางการแพทย์ ให้ญาติและคณะที่ญาติพามาทราบแล้ว
ล่าสุดคุณพ่อเตรียมร้องเรียนต่อกระทรวง อว.และสถานทูตจีน เพื่อช่วยเหลือเร่งรัดติดตามศพลูก ในช่วงบ่ายนี้
นพ.อธิพงศ์ พลชัย ทนายความ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้คุณพ่อเดินทางมาที่กรุงเทพฯ ตามกำหนดการเดิมช่วงเช้า มีนัดกับทางสถานทูตจีน แต่ปรากฏว่า คุณพ่อต้องไปโรงพยาบาลก่อน เพราะเครียดมาก เรื่องศพลูกหายไปไหน 2 วันแล้ว ยังไม่มีคนมาแสดงความรับผิดชอบ แล้วทางโรงพยาบาลเอาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกวัย 1 เดือนไปเปิดเผย ในแถลงการณ์อีก โดยที่ไม่ได้แจ้งสาเหตุการเสียชีวิตให้ครอบครัวทราบก่อน นำไปเปิดเผยต่อสื่อ
ขณะที่คุณแม่ ตอนนี้กลับไปอยู่บ้านที่จีน เมื่อเห็นข่าวหาศพลูกไม่เจอ ก็ยิ่งไม่สบายใจ ทางญาติต้องยึดมือถือเอาไว้ เพราะเกรงว่าจะเครียดจัด จนคิดสั้น
ส่วนเรื่องของคดีความก็ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ตอนนี้อยากรู้ว่าศพเด็กอยู่ที่ไหน เนื่องจากเรื่องนี้สำคัญสำหรับคนจีน บางครอบครัวเขาก็ไม่ให้เผา แล้วถ้าเอาศพกลับไปเมืองจันไม่ได้จริงๆ เขาก็ไม่รู้จะพูดกับที่บ้านยังไง เพราะเป็นหลานคนโตแถมเป็นผู้ชายด้วย
ทนายความ กล่าวว่า ในช่วงบ่าย 3 โมง เตรียมที่จะไปยื่นเรื่องที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. และที่เพื่อช่วยเร่งรัดให้เกิดความชัดเจนเรื่องศพให้เร็วขึ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/8r_s2MH0A-U
13 มี.ค. 2569
48 views
EP อื่นๆ
16 มี.ค. 2569
16 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
คลิปเต็มรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ 13 มีนาคม 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
13 มี.ค. 2569
12 มี.ค. 2569
คลิปเต็มรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ 12 มีนาคม 2569
12 มี.ค. 2569
12 มี.ค. 2569
12 มี.ค. 2569
12 มี.ค. 2569
12 มี.ค. 2569
12 มี.ค. 2569
12 มี.ค. 2569