12 ก.ย. 2568
‘พินิจ’ ประธานเปิด นิทรรศการศิลปกรรมสายสัมพันพันธ์ ไทย-จีน ฉลองความสัมพันธ์ 50 ปี
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับสถาบันศิลปกรรมแห่งชาติ และสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ จัดพิธีเปิด “นิทรรศการศิลปกรรมสายสัมพันพันธ์ ไทย- จีน ครั้งที่ 1” เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย – จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานทูตจีน ศ.ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมศก. นายมณเฑียร ชูเสือหึง นักวิชาการช่างศิลป์ทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร ผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยนายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย – จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ กล่าวว่า การจัดนิทรรศการ ครั้งนี้ถือเป็นวาระสำคัญของประวัติศาสตร์ทั้งสองชาติ โดยนำเอาความสัมพันธ์ด้านศิลปวัฒนธรรมที่เปรียบเสมือนสื่อกลางแห่งจิตวิญญาณสามารถสื่อสารข้ามพรมแดนมาสะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละสังคม อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดีและมิตรภาพอันแน่นแฟ้นผลงานศิลปะไทยและจีนที่สั่งสมและสืบทอดมายายาวนานจึงเป็นประจักษ์พยานที่ยืนยันถึงความงดงามและคุณค่าทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ของทั้งสองประเทศ

นายพินิจ กล่าวต่อว่า นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอผลงานจิตรกรรม ประติมากรรมและศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินชั้นนำทั้งไทยและจีน โดยถ่ายทอดเรื่องราว ประวัติศาสตร์และรากทางวัฒนธรรมที่ทั้งสองชาติสืบทอดมาอย่างยาวนาน ผลงานส่วนหนึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลและสะท้อนถึงความหลากหลายของแนวทางศิลปะที่เติบโตขึ้นจากบริบททางสังคมร่วมสมัยของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจทางศิลปะระดับสูงที่รวบรวมผลงานอันทรงคุณค่าจากศิลปินผู้เป็นเลิศของทั้งสองชาติมาจัดแสดงเพื่อให้สาธารณชนได้รับชุมและเกิดความเข้าใจในมิติทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ทั้งนี้ตนรู้สึกปลื้มใจและดีใจที่มีผู้เข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการครั้งนี้จำนวนมาก ถือเป็นพลังแห่งความร่วมมือในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทยจีน

“อย่างไรก็ตาม ปีนี้ถือว่าประเทศไทย และประเทศจีน เป็นจุดโฟกัสของสังคมโลกเนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อฉลองวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนซึ่งได้รับการต้อนรับยิ่งใหญ่ ทั่วโลกต่างจับตามองการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อประเทศไทยและประเทศจีนรวมถึงประเทศภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จในความสัมพันธ์ 50 ปีอย่างเป็นทางการ แม้ในความเป็นจริงจะยาวนานมากกว่านั้น ไทย-จีนเรียกว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่น้องกัน ตามประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งได้มีฝรั่งต่างชาติเริ่มเข้ามา รวมถึงประเทศจีน เป็นสายสัมพันธ์อันลึกซึ้ง มีความกลมกลืนเป็นครอบครัว ”นายพินิจ กล่าว

นายมณเฑียร ชูเสือหึง นักวิชาการช่างศิลป์ทรงคุณวุฒิ (ช่างศิลป์ไทย) กรมศิลปากร ผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า นิทรรศการศิลปกรรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน ครั้งที่ 1 นี้ จัดในโอกาสสำคัญปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน การจัดเทศกาลเปรียบเหมือนการเฉลิมฉลองที่ใช้ศิลปะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชื่อมร้อยดวงใจของสองแผ่นดินให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ตนตระหนักว่าผลงานศิลปกรรมไม่เพียงจะแสดงเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่คือกระจกเงาสะท้อนภูมิปัญญา ทักษะ ฝีมือ และจิตวิญญาณของบรรพบุรุษที่ส่งต่อมายังศิลปินรุ่นปัจจุบัน การที่มหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมกับสถาบันศิลปกรรมแห่งชาติจีนและภาคีเครือข่ายได้รวบรวมผลงานระดับสูงจากศิลปินชั้นนำของทั้งสองชาติมาจากแสดงร่วมกันจึงถือว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสุนทรียภาพที่ทรงคุณค่ายิ่งงานช่างและงานศิลป์คือภาษาสากลที่ไร้พรมแดนรอยแปรงทุกรอย เส้นสายทุกเส้นล้วนบอกเล่าเรื่องราวมิตรภาพที่หยั่งรากลึกกระทรวงวัฒนธรรมชื่นชมในความวิริยะอุตสาหะของผู้จัดการทุกฝ่าย ที่ร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่แห่งการเรียนรู้นี้เพื่อให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแก่สังคมและประเทศชาติ อีกทั้งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นและยังยืนสืบต่อไป

ดร.เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า ประสบการณ์ของตนเองต่อประเทศจีนในแง่ของวัฒนธรรมในช่วง 53 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตนได้มีโอกาสเดินไปเดินทางไปประเทศจีนครั้งแรกเมื่อปี 2516 จีนในช่วงนั้น มีความแตกต่างกับกจีนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องการเดินทาง ซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ทั้งนี้ตอนไปจีนครั้งแรกเป็นปลายยุคแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม เพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา เปรียบเหมือนจีนอีกโลกหนึ่ง ไม่เหมือนจีนในปัจจุบัน และด้วยความที่ใช้เวลาเจรจาความสัมพันธ์ทางการที่การทูตกับจีนนานกว่า 2 ปี ทำให้ในช่วงนั้น ต้องเดินทางไปประเทศจีนค่อนข้างบ่อย แต่หลังจากปี 1975 หรือพ.ศ.2518 ซึ่งได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ได้เดินทางไปประเทศจีนนานกว่า 10 ปี และกลับไปประเทศจีนอีกครั้งในฐานะเอกอัครราชทูต พบว่าจีนระหว่างปี 1975 ถึงปี 1985 หรือพ.ศ.2518 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เป็นยุคแห่งการฟื้นฟูวัฒนธรรมจีน ทั้งดนตรีและละครร้องทำให้เห็นว่าจีนมีวัฒนธรรมที่เก่าแก่ยาวนาน และล่าสุดได้เดินทางไปยังจีนอีกครั้งเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมาก็ยิ่งทำให้เห็นความรุ่งเรืองของประเทศจีน

“คนไทยไม่เคยถือว่าคนจีนเป็นคนต่างชาติ แต่เป็นครอบครัวเดียวกัน หรือจะเรียกว่าเป็นชาติเดียวกัน ดังนั้นขิฝากผู้แทนสถานทูตจีนขอให้รักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้แบบนี้ตลอดไป” ดร.เตช กล่าว

สำหรับนิทรรศการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 9- 28 ธันวาคม 2568 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป(หอศิลป์เจ้าฟ้า) ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. (ปิดทำการวันจันทร์-และวันอังคาร)
10 ธ.ค. 2568
47 views
EP อื่นๆ
12 ก.ย. 2568
11 ก.ย. 2568
11 ก.ย. 2568
11 ก.ย. 2568
11 ก.ย. 2568
11 ก.ย. 2568
10 ก.ย. 2568
10 ก.ย. 2568
10 ก.ย. 2568
10 ก.ย. 2568
9 ก.ย. 2568
9 ก.ย. 2568
8 ก.ย. 2568
8 ก.ย. 2568
8 ก.ย. 2568
8 ก.ย. 2568
8 ก.ย. 2568
6 ก.ย. 2568