29 ส.ค. 2568
'จาตุรนต์' ชี้กรณีผลักดันเด็กกัมพูชา 13 ขวบออกจากประเทศ ต้องยึดตามหลักสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้กรณีเด็กนักเรียนอายุ 13 ปีถูกจับข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมายและอาจถูกส่งกลับกัมพูชา ต้องพิจารณาตามหลักสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศ ย้ำไทยมีมติ ครม.ในสมัยที่ตนรับผิดชอบกำหนดให้ “เด็กทุกคน” ไม่ว่าสัญชาติใด จะมีหรือไม่มีเอกสาร ต้องได้รับสิทธิทางการศึกษา ไม่ควรพรากเด็กออกจากโรงเรียนหรือผลักดันออกนอกประเทศโดยไม่รู้อนาคต เพราะการให้เด็กได้รับการศึกษาคือการลงทุนที่มีค่าที่สุดต่อสังคม และยังช่วยรักษาภาพลักษณ์เกียรติภูมิของประเทศไทยบนเวทีโลก นายจาตุรนต์ระบุว่า
กรณีเด็กนักเรียนอายุ 13 ขวบ ถูกจับในข้อหาเข้าเมืองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายและอาจจะถูกผลักดันให้ออกจากประเทศไทยไปอยู่ในกัมพูชานั้น เท่าที่ปรากฏเป็นข่าว มีประเด็นที่ยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่ ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
หากกรณีนี้เกิดกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง ประเด็นก็จะไม่ซับซ้อน เช่น บุคคลนี้มีสัญชาติอะไร ถ้าเป็นคนกัมพูชา เข้าเมืองมาอย่างถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ เข้าข่ายจะต้องส่งกลับไปกัมพูชาหรือไม่ แต่กรณีนี้เกิดขึ้นกับเด็กอายุ 13 ขวบที่เรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนของไทยมาตั้งแต่เด็ก
กรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหลักกฎหมายและแนวปฏิบัติของประเทศไทยเรา ซึ่งผมเคยมีส่วนเกี่ยวข้องและรับผิดชอบอยู่ด้วย จึงคิดว่าอาจจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการมองเรื่องนี้ได้บ้าง
แนวปฏิบัติของประเทศไทยเรา ซึ่งเป็นประเทศที่มีเกียรติภูมิในเวทีระหว่างประเทศ มีพันธะกรณีในการปฏิบัติตาม ปฏิญญาสากลและอนุสัญญาที่ไทยเป็นภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ที่มีแนวคิดเรื่องรัฐทุกรัฐต้องจัดการศึกษาสำหรับเด็กทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ (Education for All) ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้การรับรองไว้ อีกทั้งแนวคิดเดียวกันนี้ยังตรงตามอีกหลายอนุสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคี อาทิ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก(CRC), อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) และปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AHRD)
ประเทศไทยมีความชัดเจนในเรื่องนี้ ในสมัยที่ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรีได้ผลักดันทำให้เกิดมติคณะรัฐมนตรี 2 ฉบับ ได้แก่ 18 มกราคม 2548 และ 5 กรกฎาคม 2548 เจตนารมณ์ก็คือต้องการคุ้มครองเด็กทุกคนในประเทศไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใด เข้าเมืองถูกกฎหมายหรือไม่ มีเอกสารหรือไม่ ไม่รู้ว่าเป็นคนของประเทศไหน ไม่มีบัตรอะไรติดตัวเลยก็ตาม “แต่เด็กทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองทั้งนั้น โดยเฉพาะคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา” เพื่อยืนยันหลัก Education for All มติ ครม.นี้เป็นเรื่องต่อเนื่องจากมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ แสดงให้เห็นว่าทั้งหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานทางการศึกษาเข้าใจและเห็นความสำคัญในเรื่องนี้
ดังนั้น กรณีพบเด็กที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านหรือเด็กไร้สัญชาติ ฝ่ายจัดการศึกษาจึงมีหน้าที่จัดการให้เด็กคนนั้นได้รับการศึกษา
ส่วนเมื่อพบเด็กที่เรียนหนังสืออยู่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายบางเรื่อง เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องก็ต้องหาทางอนุโลมผ่อนผันให้สามารถเรียนหนังสือต่อไปได้ ไม่พึงพรากเด็กจากการศึกษาและไม่พึงส่งเด็กออกไปจากประเทศโดยไม่รู้ว่าเด็กคนนี้จะไปอยู่ที่ไหนกับใครและจะได้รับการศึกษาหรือไม่
หลักการนี้ใช้กับเด็กที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ไม่ว่าจะถือสัญชาติอะไรก็พึงได้รับการปฏิบัติอย่างเดียวกัน รวมทั้งเด็กไร้สัญชาติไร้เอกสารหลักฐานก็พึงได้รับการคุ้มครองเช่นนี้เหมือนกัน
เศรษฐกิจของประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก เด็กจากประเทศเพื่อนบ้านที่ติดตามพ่อแม่ที่เป็นแรงงานข้ามชาติซึ่งอนาคตยิ่งมีเพิ่มขึ้น ขณะที่สังคมไทยเป็นสังคมสูงวัย หากเขาเป็นแรงงานข้ามชาติที่มีความรู้ คุยกับนายจ้างคนไทยรู้เรื่องก็เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเรื่องนี้มีตัวอย่างแนวคิดจากหลากหลายประเทศทั่วโลกที่เผชิญปัญหาเดียวกัน เช่น ประเทศใน EU ที่จัดสรรทรัพยากรเพื่อพัฒนาทักษะของแรงงานและมนุษย์ธรรมต้องได้สัดส่วนกัน
การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองประเทศและการรักษาผลประโยชน์ของชาติไทยเรานั้น ต้องการความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจและการสนับสนุนจากประชาคมโลก เราจึงจำเป็นต้องระมัดระวังไม่ให้มีภาพลักษณ์ในทางลบ ทั้งนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
หลักง่ายๆที่ทั่วโลกยึดถือกันคือโลกนี้เขายอมรับว่าต้องให้เด็กได้รับการศึกษา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมนั้น ไม่ต้องไประแวงว่าเราจะเสียหายอะไร การใช้จ่ายด้านการศึกษาเป็นการลงทุนที่มีคุณค่าต่อสังคมมากที่สุด

อ่านโพสต์เพิ่มเติมทาง https://www.facebook.com/photo?fbid=1304701417687208&set=a.345566913600668
29 ส.ค. 2568
22 views
EP อื่นๆ
29 ส.ค. 2568
29 ส.ค. 2568
29 ส.ค. 2568
28 ส.ค. 2568
28 ส.ค. 2568
28 ส.ค. 2568
27 ส.ค. 2568
27 ส.ค. 2568
27 ส.ค. 2568
27 ส.ค. 2568
26 ส.ค. 2568
26 ส.ค. 2568
26 ส.ค. 2568
26 ส.ค. 2568
26 ส.ค. 2568
25 ส.ค. 2568
25 ส.ค. 2568
25 ส.ค. 2568