บันเทิง

“กระต่าย พรรณนิภา” เปิดใจแจงดรามา โต้โกง 40 ล้าน ท้าซีอีโอนับสต็อกโชว์สื่อด้วยกัน

3 ชั่วโมงที่แล้ว

98 views

“กระต่าย พรรณนิภา” ซบค่ายไหทองคำ “นายห้างประจักษ์ชัย” มั่นใจกลับมาดังเปรี้ยง พร้อมเปิดใจแจงดรามา โต้โกง 40 ล้าน ท้าซีอีโอนับสต็อกสินค้าโชว์สื่อด้วยกัน

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่โรงงานทนายเก่ง ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น นายประจักษ์ชัย ไหทองคำ เจ้าของค่ายเพลงไหทองคำ ได้เดินทางมาเซ็นสัญญากับ “กระต่าย พรรณนิภา” เพื่อเข้ามาเป็นศิลปินใหม่ในสังกัดค่ายไหทองคำ โดยมีทนายเก่งร่วมเป็นพยานในการเซ็นสัญญาครั้งนี้

นายประจักษ์ชัย เปิดเผยว่า กระต่าย พรรณนิภา เดิมเป็นศิลปินอินดี้ชื่อดังของเมืองไทย มีผลงานเพลงที่เคยทำยอดวิวสูงระดับ 100-200 ล้านวิวมาแล้ว การเข้ามาเป็นศิลปินใหม่ของค่ายไหทองคำในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะตนรู้จักกับกระต่ายมากว่า 7 ปี เห็นว่าเป็นศิลปินที่มีน้ำเสียงดี และสามารถสร้างความสนุกสนานให้กับแฟนเพลงได้เป็นอย่างดี

นายประจักษ์ชัย กล่าวต่อว่า การเซ็นสัญญาครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นบุพเพสันนิวาส หลังจากมีการพูดคุยปรับความเข้าใจกัน โดยมีทนายเก่งเป็นโซ่ข้อกลางในการเชื่อมต่อ ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่ได้มีปัญหาทะเลาะอะไรกัน จนกระทั่งกระต่ายยอมเข้ามาร่วมสังกัดค่ายไหทองคำ จึงถือเป็นเรื่องดี พร้อมขอฝากแฟนเพลงของกระต่าย ให้ติดตามผลงานเพลง รวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้าของกระต่ายด้วย

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ได้เกิดฟ้าผ่าลงบริเวณข้างโรงงานทนายเก่ง ทำให้นายประจักษ์ชัยและกระต่าย พรรณนิภาตกใจ โดยนายประจักษ์ชัยเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณที่ดี และเชื่อว่ากระต่ายจะกลับมาดังเปรี้ยงปร้างเหมือนเสียงฟ้าผ่าในวันเซ็นสัญญา

ขณะที่ กระต่าย พรรณนิภา ได้เปิดใจถึงกรณีถูกแจ้งความกล่าวหาในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ มูลค่า 40 ล้านบาทว่า ตนเองไม่แน่ใจว่ามูลค่าความเสียหาย 40 ล้านบาทนั้นเป็นจริงหรือไม่ และอยากให้คู่กรณีพร้อมกับตนเอง นำสื่อมวลชนไปร่วมนับสต็อกสินค้าด้วยกัน เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่าสต็อกสินค้ามีมูลค่า 40 ล้านบาทจริงหรือไม่

กระต่าย ระบุว่า หลังจากเซ็นสัญญาฉบับที่ 2 สินค้าที่สต็อกไว้เป็นคอลลาเจนสีฟ้าและสีแดง ประมาณ 600,000 ชิ้น ต่อมาเมื่อตรวจสอบในสต็อกพบว่าสินค้าถูกจำหน่ายออกไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่งของสต็อก จึงอยากให้มีการออกมานับสินค้าร่วมกัน เพราะต้องการให้เรื่องที่เกิดขึ้นจบลงด้วยดี และไม่อยากให้เกิดดรามาหรือปัญหาตามมา

ส่วนประเด็นเรื่องการโพสต์ข่มขู่นั้น กระต่าย กล่าวว่า ตนได้มีการเจรจากับอีกฝ่ายหลังบ้านแล้ว โดยพูดคุยกันเรื่องการทำงาน ซึ่งสัญญาเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 แต่สุดท้ายเจรจากันไม่ลงตัว เนื่องจากอีกฝ่ายเสนอให้ตนทำสัญญาต่อไปจนถึงปี 2572 และหลังหมดสัญญาปี 2572 ยังขอต่อสัญญาเพิ่มอีก 2 ปี รวมเป็น 5 ปี ตนมองว่าเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป จึงไม่ได้ต่อสัญญา

กระต่าย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีดังกล่าวทำให้มีแชทลับที่พูดคุยเจรจาหลุดออกมา และยังมีการนำเรื่องบิลของตนไปแจ้งในเพจ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อกันอีก

สำหรับประเด็นเรื่องบิลที่มีการเบิกไป กระต่าย ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยได้โพสต์ชี้แจงเรื่องบิลบนหน้าเฟซบุ๊กของตนเองแล้ว แต่ยืนยันว่าเป็นการนำเงินไปเบิกกับบริษัทของกระต่ายเองที่ดูแลอยู่ ไม่เกี่ยวกับบริษัทของอีกฝ่าย ที่ผ่านมาตนใช้วิธีสำรองค่าใช้จ่ายในบริษัทอยู่แล้ว เพราะเวลาออกไปทำงานนอกสถานที่จะมีพนักงานเดินทางไปด้วย จึงต้องดูแลเรื่องค่าอาหารและความเป็นอยู่ของลูกน้องทุกครั้ง

กระต่าย ระบุอีกว่า ในวันที่อีกฝ่ายแชทมาแจ้งให้โอนเงินคืน ตนยอมรับว่าตนผิดจริง จึงโอนเงินคืนกลับไปให้ เพราะไม่อยากมีปัญหาเรื่องการฟ้องร้อง และเตรียมที่จะจ่ายเงินคืนให้กับบริษัทของตนเองต่อไป

ส่วนประเด็นการปิดช่องทางการขาย กระต่าย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการปิดแล้ว เนื่องจากพบว่าในใบกำกับภาษีที่จะต้องนำไปยื่นต่อสำนักงานสรรพากร ไม่ใช่ชื่อบริษัทของตน ทำให้ไม่แน่ใจว่ามีบุคคลใดแอบเปลี่ยนข้อมูลหรือไม่ เพราะต้องการให้นำเอกสารส่งกลับมายังบริษัทของตนเอง

ทั้งนี้ การเซ็นสัญญาเข้าค่ายไหทองคำของกระต่าย พรรณนิภา ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางศิลปิน ท่ามกลางกระแสจับตาทั้งเรื่องผลงานเพลงในอนาคต และการชี้แจงข้อกล่าวหาทางธุรกิจ ที่เจ้าตัวยืนยันว่าต้องการให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง  กระต่าย พรรณนิภา

คุณอาจสนใจ