เศรษฐกิจ
เงินเฟ้อไทยต่ำสุดในอาเซียน ก.พ.ติดลบเป็นเดือนที่ 11 จับตาแรงกระแทกสงครามตะวันออกกลาง
2 ชั่วโมงที่แล้ว
7 views
“เงินเฟ้อไทย” ต่ำสุดในอาเซียนเป็นเดือนที่ 11 โดยติดลบอยู่ที่ 0.88% พร้อมจับตาแรงกระแทกสงครามตะวันออกกลาง ทำน้ำมันดันค่าครองชีพพุ่ง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 99.67 ลดลง 0.88% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2568 ที่อยู่ระดับ 100.55 ถือเป็นการติดลบต่อเนื่องเดือนที่ 11 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ซึ่งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และค่ากระแสไฟฟ้าปรับลดลงตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ โดยสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน มีผลกระทบทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ซึ่งก็ต้องดูมาตรการของรัฐบาลว่าจะสามารถสร้างความต้องการ (ดีมานด์) ได้มากน้อยเท่าใด รวมถึงส่วนของการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า วางฉากทัศน์ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางไว้ 3 แบบ ได้แก่ กรณี 1 ราคาน้ำมันในตลาดโลก หากปรับขึ้นที่ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1-2% ราคาสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปจะบวก 10% กรณี 2 ราคาน้ำมันในตลาดโลก หากปรับขึ้นที่ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2-3% ราคาสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปจะบวก 20% และกรณี 3 ราคาน้ำมันในตลาดโลก หากปรับขึ้นที่ 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 3% ราคาสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปจะบวก 50% ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้น้ำมันปรับราคาสูงขึ้น จะส่งผลกระทบกับสินค้าในหลายประเภท ซึ่งสินค้าที่มักขึ้นราคาเร็วและส่งผลกระทบกับชีวิตประชาชน มักเป็นอาหารสำเร็จรูป มีน้ำหนักประมาณ 16% ซึ่งถือว่าสูงมาก เป็นสินค้าที่ขึ้นง่ายและกดราคาลงได้ยาก
“ต้องยอมรับว่ายังตอบชัดเจนไม่ได้ถึงกรณีที่น่าจะเกิดขึ้นมากสุดจาก 3 ฉากทัศน์นี้ เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความขัดแย้งว่าจะยาวนานมากเท่าใด นอกจากจะเห็นภาพว่าระยะเวลาจะยืดมากน้อยเท่าใด ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือ ราคาน้ำมัน หากจบเร็ว ราคาน้ำมันก็อยู่ประมาณปัจจุบัน เงินเฟ้อก็จะอยู่ในจุดที่มองไว้ แม้รัฐบาลมีการแทรกแซงราคาน้ำมัน ก็ช่วยเงินเฟ้อได้เพียงระดับเดียวเท่านั้น เพราะราคาน้ำมันโลกก็จะวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ โดยขณะนี้เราเน้นมองที่ภาวะเงินเฟ้อ แต่สิ่งที่ตามมาจะมีอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง มีผลต่อความต้องการ (ดีมานด์) ในการจับจ่ายใช้สอยที่ลดลง ซึ่งต้องดูตัวเลขของเดือนถัดไปจะทำให้เห็นผลกระทบที่ชัดเจนมากขึ้น และจะมีการปรับเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2569 ใหม่หรือไม่อีกครั้ง”
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2569 ลดลง 0.24% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ลดลง 0.66% อยู่ระดับต่ำในอันดับ 5 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศที่ประกาศตัวเลข ได้แก่ บรูไน ติมอร์-เลสเต กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สปป.ลาว ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมอาหารสดและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.56% ชะลอตัวลงจากเดือนมกราคม 2569 ที่สูงขึ้น 0.60%
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ด้านแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปี 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางมากขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น สินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ด้านปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง หลักๆ เป็นมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม – เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง และราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า จากอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า
แท็กที่เกี่ยวข้อง เงินเฟ้อ ,ข่าวเศรษฐกิจ