เลือกตั้งและการเมือง
“เอกนิติ” ย้ำต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้อาจเห็นเงินเฟ้อปีนี้ขึ้นสูงสุด 4-5% หลังราคาต้นทุนขึ้น
2 ชั่วโมงที่แล้ว
15 views
“เอกนิติ” ย้ำต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้อาจเห็นเงินเฟ้อปีนี้ขึ้นสูงสุด 4-5% หลังราคาต้นทุนสินค้า-อาหารขึ้น ย้ำภาวะวิกฤต ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ย้ำชูหลัก “5T” โปร่งใสตรวจสอบได้ แจง “กรณ์” ปชป. หลังอ้างมูดี้ส์ ศก.ไม่วิกฤต บอกเป็นคนละประเด็น เพราะต้องการเยียวยาประชาชน
เวลา 12.45 น. วันนี้ (11 พ.ค. 2569) ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบคำถามกรณีพรรคประชาชนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นว่ากู้เงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่เข้าข่ายจำเป็นเร่งด่วน หรือวิกฤตว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่า กำลังเผชิญกับวิกฤตที่ซับซ้อนและยังไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ โดยต้นเหตุจากวิกฤตมาจากต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวเร่งสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง โดยในการประชุมอาเซียนก็มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ และประเทศไทยก็อยู่ในกลุ่มที่นำเข้าพลังงาน และพึ่งพิงพลังงานจากภายนอกสูง
การพึ่งพาพลังงานสูงของประเทศไทยส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดยเงินเฟ้อในเดือนล่าสุดอยู่ที่ 2.9 และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น โดยสูงสุดจะขยับขึ้นไปถึง 4-5% เนื่องจากเงินเฟ้อเกิดจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 10% แล้วในขณะนี้ ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมการรับวิกฤตที่จะมาเป็นระลอกๆ ในขณะนี้
เมื่อถามว่าในเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นได้ประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการใช้มาตรการทางการเงินดูแลเงินเฟ้อหรือไม่ เพราะตัวเลข 4-5% จะเกินกว่ากรอบเป้าหมายนโยบายการเงินทั้งปีที่ 1-3% นายเอกนิติ ตอบคำถามว่าตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปียังใกล้เคียงกับกรอบที่วางไว้ไม่เกิน 3% แต่เรื่องนี้ได้มีการหารือกับ ธปท.ในการประชุมร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจอยู่แล้ว
“ต้นทางของวิกฤตมันมาจากเรื่องพลังงานก่อนใช่ไหมฮะ วิกฤตเริ่มจากวิกฤตสงคราม ละล 2 วิกฤตพลังงาน วันนี้วิกฤตต้นทุน เห็นตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด 2.9% ประเทศไทยเราพึ่งพาน้ำมันและก็ก๊าซธรรมชาติเยอะมาก แล้วต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ไทยเนี่ยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันซึ่งเราผลิตไม่ได้จึงต้องแก้วิกฤตเรื่องนี้” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่าการออก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในครั้งนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตที่อาจลุกลาม โดยวิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากปี 2540 ที่เป็นวิกฤตสถาบันการเงิน หรือช่วงแผนไทยเข้มแข็งที่เป็นวิกฤตจากภายนอก แต่ครั้งนี้คือวิกฤตปากท้องและค่าครองชีพของประชาชนอย่างแท้จริงซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง
เมื่อถามว่ากรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิชสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างมูดี้ส์ (Moody’s) ชื่นชมไทยว่าเศรษฐกิจดี แต่รัฐบาลจะกู้เงิน นายเอกนิติกล่าวว่าการที่มูดี้ส์ชื่นชมไทย เป็นเพราะตนได้อธิบายว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพในเรื่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง แต่เป็นคนละประเด็นกับปัญหาความเดือดร้อนภายในประเทศที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข และเยียวยาประชาชน จึงต้องมีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ในครั้งนี้
สำหรับการใช้จ่ายเงินกู้นั้น รัฐบาลได้วางกรอบการทำงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ "5T" เพื่อคัดกรองโครงการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย Targeted มุ่งเป้า เยียวยากลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง Transition การเปลี่ยนผ่าน ลดภาระประชาชนควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าในระยะยาวTransform การปฏิรูป ปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชนกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมหลังจบวิกฤต Transparency ความโปร่งใส เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยจะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดเผยเกณฑ์การคัดกรองและรายละเอียดทุกโครงการต่อสาธารณะ
นอกจากนั้นยังมีเรื่อง Together การมีส่วนร่วม โดยดึงภาคเอกชนเข้าร่วม โดยเชิญประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการด้วย
แท็กที่เกี่ยวข้อง เอกนิติ ,พ.ร.ก.กู้เงิน ,เงินเฟ้อ