เศรษฐกิจ

“เครดิตบูโร” เผย “SME ไทย” อาการน่าเป็นห่วง หนี้เสีย พุ่ง 11% และมีหนี้กำลังจะเสียอีก 5%

2 ชั่วโมงที่แล้ว

13 views

สุรพล โอภาสเสถียร ผู้ช่วยผู้บริหาร บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ โพสต์เฟสบุ๊ก “Surapol Opasatien” ว่า สถานการณ์สินเชื่อของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมและนิติบุคคลไทยยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา หลังข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2569 หรือ ไตรมาส 2 ปี 2569 ภายใต้ข้อมูลของเครดิตแห่งชาติ พบว่า สินเชื่อของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมและนิติบุคคล ซึ่งไม่รวมบุคคลธรรมดา จากฐานข้อมูลสถิติการให้กู้ของสถาบันการเงินในระบบเครดิตบูโร มีจำนวนรวม 2.54 ล้านล้านบาท ครอบคลุมประมาณ 1.1 ล้านบัญชี


ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อสินเชื่อมีการเติบโตเพียง 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ถือเป็นกลุ่มสำคัญของระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นนายจ้างและเป็นกลไกที่กระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปในวงกว้าง


ประเด็นที่น่ากังวลมากขึ้น คือ สถานการณ์หนี้เสีย หรือ สินเชื่อด้อยคุณภาพ โดยอยู่ที่ 10.92% หรือคิดเป็นประมาณ 11% เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีจำนวนประมาณ 80,000 บัญชี


ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าตัวเลขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานที่ระดับ 9.5% เนื่องจากฐานข้อมูลนี้รวมผู้ให้สินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ไว้ด้วย


ขณะเดียวกัน หนี้ที่กำลังจะเสีย หรือ สินเชื่อที่อยู่ในกลุ่มต้องจับตา มีสัดส่วน 4.95% หรือประมาณ 5% คิดเป็นวงเงิน 1.21 แสนล้านบาท แม้วงเงินดังกล่าวจะลดลง 9.3% แต่ยังมีจำนวนบัญชีอยู่ที่ประมาณ 67,500 บัญชี สะท้อนว่าภาคธุรกิจยังมีลูกหนี้อีกจำนวนหนึ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ไหลเข้าสู่สถานะหนี้เสีย


เมื่อพิจารณาตัวเลขหนี้เสียที่อยู่ที่ประมาณ 11% ประกอบกับหนี้ที่กำลังจะเสียอีกประมาณ 5% จะทำให้สัดส่วนความเสี่ยงของสินเชื่อทั้งสองกลุ่มรวมกันอยู่ที่ประมาณ 16% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนแรงกดดันต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในภาวะที่สินเชื่อโดยรวมเติบโตเพียง 0.5% ซึ่งหนี้เสียและหนี้ที่กำลังจะเสียอยู่ในระดับสูง ย่อมเป็นแรงกดดันต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด


โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดูแลหนี้เสียที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ต้องเร่งป้องกันไม่ให้หนี้ที่กำลังจะเสียไหลเข้าสู่สถานะหนี้เสีย และต้องทำให้สินเชื่อกลับมาสนับสนุนภาคธุรกิจที่ยังมีศักยภาพได้มากขึ้น เพื่อไม่ให้ปัญหาหนี้ของผู้ประกอบการกลายเป็นแรงฉุดต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ