อาชญากรรม

ตร.ตั้ง 3 ปม เหตุคนร้ายขี่ จยย.ประกบ จ่อยิง นร.เทคนิคดับ พ่อเหยื่อเผย เคยขอให้ลูกลาออก

โดย panisa_p

20 พ.ย. 2566

57 views

นักเรียนเทคนิคดุสิตถูกกลุ่มวัยรุ่นไล่ทำร้ายและใช้วุธปืนยิงจนเสียชีวิตก่อนถึงโรงเรียนเพียง 300 เมตร ด้านตำรวจ ตั้ง 3 ประเด็น ในการสืบสวน ทั้งปมขัดแย้งส่วนตัว ขัดแย้งของเพื่อน และขัดแย้งระหว่างสถาบัน



เมื่อเช้านี้ เกิดเหตุวัยรุ่นชาย ถูกยิงภายในซอยระนอง 2 แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง ประมาณ 300 เมตร ที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบภายหลังคือ น้องภูมิ เยาวชน อายุ 16 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยเทคนิคดุสิต ถูกยิงเข้าที่หน้าอกด้านขวาทะลุอวัยวะสำคัญ ลักษณะบาดแผล สันนิษฐานว่าถูกยิงในลักษณะของการจ่อยิงระยะประชิด ขนาดบาดแผลกว้าง 5 เซนติเมตร และในตัวผู้เสียชีวิตสวมแหวนรุ่นของสถาบันที่ศึกษาอยู่ด้วย



จากการสอบถามเพื่อนกับผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ภูมิลงรถเมล์มาจากบ้าน กำลังเดินเข้าโรงเรียน จากซอยทางด้านถนน พระราม 5 ตนเองขี่รถจักรยานยนต์ไปรับที่ป้ายรถเมล์เพื่อเข้าโรงเรียนด้วยกัน แต่ระหว่างทางมีกลุ่มวัยรุ่น 3 คนขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน แต่งกายมิดชิดใส่เท้าผ้าใบ เสื้อเชิ้ตแขนยาว สวมใส่หมวกกันน็อกมิดชิด ขี่มาทางถนนเทอดดำริ ผ่านหน้าโรงเรียนของตนเองมา แล้วขี่มาประกบและถาม ว่าพวกตนเองเรียนที่ไหน ซึ่งพวกตนก็บอกไป จากนั้นกลุ่มคนก็ทำร้ายร่างกาย พวกตนตกใจจึงป้องกันตัวและต่อสู้กลับไป จากนั้นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน ซึ่งเป็นปากกา ยิงใส่เพื่อน จำนวน 1 นัด จนเพื่อนล้มลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปมุ่งหน้าถนน พระราม 5 ทั้งนี้ เพื่อนผู้เสียชีวิตยังบอกอีกว่า ภูมิ เป็นคนเรียนดี ไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน และไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นสถาบันไหนที่เข้ามาก่อเหตุดังกล่าว



หลังเกิดเหตุ ทางพลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตํารวจนครบาล ได้เร่งไปประชุมความคืบหน้ากับทีมพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน ที่ สน.ดุสิต และบอกกับสื่อมวลชนว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งการให้ทีมสืบสวนนครบาล ร่วมทำการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นแนวทางการสืบสวนไว้ 3 ข้อ ได้แก่ 1.เรื่องความขัดแย้งส่วนตัวของผู้เสียชีวิต 2.เรื่องความขัดแย้งของเพื่อนผู้เสียชีวิต 3.เรื่องความขัดแย้งต่างสถาบัน เชื่อมีการวางแผนก่อเหตุแน่นอน แต่แผนไม่ได้ซับซ้อน



จากภาพวงจรปิด พบว่า คนร้ายมาด้วยรถจักรยานยนต์ 2 คันมากัน 3 คน สวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ ใส่หน้ากากอนามัยและสวมหมวกกันน๊อคเต็มใบ เพื่อปกปิดใบหน้า มอไซต์คันแรกที่นั้ง 2 คน เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น AEROX 155 สีขาวแดง ไม่สวมแผ่นบ้านทะเบียน  ส่วนอีกคัน เป็นยามาฮ่า รุ่น N-MAX 155 สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเหมือนกัน แต่คันนี้กระจกมองหลังข้างขวาหักตกหล่นอยู่ที่จุดเกิดเหตุ ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นนักเรียนหรือเยาวชน เพราะไม่เห็นใบหน้าผู้ก่อเหตุ



ส่วนอาวุธปืนที่พบในที่เกิดเหตุยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นปืนที่ใช้ยิงผู้เสียชีวิตหรือไม่ ต้องรอการตรวจสอบทางนิติเวชโดยละเอียด แต่อาวุธมีดที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นของผู้เสียชีวิตที่พกเอาไว้ป้องกันตัว ซึ่งจากภาพวงจรปิด พบว่าผู้เสียชีวิตได้ใช้อาวุธมีดดังกล่าวป้องกันตัวด้วยการแทงไปที่ผู้ก่อเหตุหลายครั้ง ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะได้รับบาดเจ็บและต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรือคลินิกในเขตกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล ซึ่งขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนเร่งไล่ล่าสืบสวนตามโรงพยาบาล



และเมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหตุที่เกิดขึ้นย่านคลองเตยหรือไม่ เพราะลักษณะการก่อเหตุที่สวมหมวกปิดบังใบหน้าและการใช้รถจักรยานยนต์ พลตำรวจตรีธีรเดช บอกว่าไม่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเพราะเป็นคนละสถาบัน



ด้านนายชาญณรงค์ สุขโคตร อายุ 42 ปี พ่อของน้องภูมิ บอกว่า ตนไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกชายมีปัญหากับใครหรือมีอริ ที่ไหน มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่อุกอาจอย่างมาก ยิงกลางวันแสกๆ และตนเองเคยบอกลูกให้ลาออกเพราะกังวลเรื่องจะมีเหตุทะเลาะวิวาทแบบที่อื่นๆ แต่ลูกขอเรียนที่นี่ต่อ ตนเองจึงตามใจ แต่ไม่คิดว่า ลูกจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ รู้สึกเสียใจอย่างมากเพราะตนเองมีลูกเพียงคนเดียวด้วย อยากให้ตำรวจรีบนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว



ขณะที่ตำรวจ สน.ดุสิต ได้นำตัวเพื่อนผู้เสียชีวิต 1 คนมาให้ปากคำ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่เพื่อนผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้ตอบคำถามและรีบเดินเข้าห้องไป



โดยบรรยากาศระหว่างการสอบปากคำ ซึ่งมีพ่อและแม่ของน้องภูมิร่วมฟังด้วย มีจังหวะหนึ่งที่เพื่อนน้องภูมิเข้าไปนั่งข้างกับพ่อและแม่ พร้อมกับมีการจับมือพูดคุยกัน บางช่วงแม่ถึงกับร้องไห้ออกมาระหว่างพูดคุย และยังมี เพื่อนของน้องภูมิอีก 3 คนที่ตำรวจพามาให้ปากคำ เมื่อเข้ามาถึง ทั้ง 3 คนได้ก้มคุกเข่ากอดแม่และพ่อของน้องภูมิผู้เสียชีวิตทั้งน้ำตา  ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบคำให้การ



ด้านทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผอ.สำนักติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา บอกว่า ที่ผ่านมา สถาบันอาชีวะในกรุงเทพฯ รวมทั้งวิทยาลัยเทคนิคดุสิต ได้ร่วมมือกับทางตำรวจนครบาลในการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นมาโดยตลอด



ซึ่งสำหรับวิทยาลัยเทคนิคดุสิต ที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์ ทะเลาะวิวาทมาบ้าง แต่ในห้วง 1 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงเลย และไม่ยืนยันว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบจากที่คลองเตยหรือไม่และไม่แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของสถาบันคู่อริหรือไม่ ต้องรอให้ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวน แต่ที่แน่ชัดคือ คนร้ายมุ่งหมายที่จะเอาชีวิต เพราะพบว่ามีการไล่ติดตามตัวผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่ปากซอยก่อนจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น



ทั้งนี้ นักเรียนผู้เสียชีวิตก็เรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาตลอด เกรด 3.6 3.7 และไม่เคยพบว่ามีปัญหาส่วนตัวกับใครหรือไม่ เบื้องต้นทางวิทยาลัยได้มีการหยุดการเรียนการสอนและปรับเป็นการเรียนออนไลน์ชั่วคราวจนถึงวันที่ 4 ธันวาคม เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/lmQEocqUK08

คุณอาจสนใจ