อาชญากรรม
"อัจฉริยะ" ไม่เครียดนอนห้องขังคืนแรก - "หมอธวัชชัย" มาเยี่ยม เผยไม่ทราบเรื่องส่วนตัว มองทุกคนมีส่วนดีส่วนเสีย
2 ชั่วโมงที่แล้ว
90 views
หลังจากตำรวจไซเบอร์ 1 เข้าบุกจับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ , ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ และสอบปากคำเสร็จสิ้น และคุมตัวมาฝากขังไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เพื่อรอคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ในช่วงเช้าวันที่ 5 ต.ค.
โดยช่วงเช้าวันนี้ ตำรวจได้นำอาหารมื้อเช้าเข้าไปให้ แต่ นายอัจฉริยะ ยังไม่รับประทานและตอบกลับมาว่ายังไม่หิว ซึ่งจากการสังเกตุสีหน้าท่าทางของนายอัจฉริยะ ดูท่าทางปกติ ไม่ได้มีท่าทีเคร่งเครียด และยังไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ
ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้าที่ผ่าน พบว่า มีเพียง พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เดินทางมาติดต่อขอเข้าเยี่ยมนายอัจฉริยะ แต่หมดเวลาเยี่ยมก่อน เพราะเวลาเยี่ยมรอบเช้าคือ 08.00-09.00 น. จึงได้เดินทางกลับ และยังไม่พบคนอื่นๆมาติดต่อขอเข้าเยี่ยมรวมถึงญาติๆด้วย
โดย พ.อ.นพ.ธวัชชัย บอกว่า วันนี้ตนเองเดินทางมาเยี่ยม แต่ไม่ทราบว่ามีเป็นรอบๆ และตั้งใจมาให้กำลังใจ ถึงจะเข้าไปไม่ได้ แต่เขาก็รู้ว่าตนเองมา เพราะเคยทำงานร่วมกัน และวันไหนที่เขาเดือดร้อนแล้วเรารับทราบ เราก็ต้องมา ซึ่งไม่ใช่แค่นายอัจฉริยะคนเดียว แต่หมายถึงคนอื่นๆด้วย และเราก็มาดูความสะอาด มีระบบความปลอดภัยที่ดี และหลังจากนายอัจฉริยะ ถูกจับ ก็ยังไม่ได้ติดต่อกัน แต่ก่อนถูกจับ เขาไลน์ติดต่อมา
พร้อมยอมรับว่า นายอัจฉริยะ เคยเอาคดีของชมรมมาปรึกษา แต่ถ้าไม่ใช่คดีคนตาย ตนเองก็ไม่ได้คุย เพราะส่วนมากตนเองกับนายอัจฉริยะ จะคุยเรื่องคดีแตงโมเท่านั้น ก่อนหน้านี้ เขาก็เคยส่งไลน์เรื่องอื่นๆ เหตุของสน.อื่น ตนเองก็ไม่ได้ตาม เพราะตนเองโฟกัสคุยกันแค่คดีแตงโม และคดีอื่นที่เป็นคนตาย เพราะคนตายพูดไม่ได้ มีประมาณ 7-8 คดี ส่วนคนเป็นที่ได้รับความเดือดร้อนก็ต้องสู้กันเอง
ส่วนเคยรู้พฤติกรรมของนายอัจฉริยะ ที่เกี่ยวกับการฉ้อโกง หรือการเปิดบัญชีหรือไม่นั้น พ.อ.นพ.ธวัชชัย ระบุว่า ตนเองรู้จักกับนายอัจฉิยะ ตั้งแต่ปี 2565 และตนเองไม่ทราบเรื่อง เพราะเวลาทำงานกับใคร มองแค่เรื่องงานไม่ได้มองอย่างอื่น และมองว่าคนทุกคนมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย ดังนั้นก็คงต้องเอาความดีความสามารถของเขามาเป็นพลังในการขับคลื่อนภารกิจ อะไรที่เป็นทางลบก็คงไม่ได้ไปนั่งถาม เพราะเราเป็นประชาชนสั่งการใครไม่ได้ แต่เราใช้ใจในการต่อสู้ร่วมกัน ถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัท เป็นผู้บังคับบัญชาเราถึงจะสั่งเขาได้ตรวจสอบเขาได้
“คนทุกคนมีแผล ทุกคนมีแผลหมด แต่เวลาเกิดแผลแล้ว ถ้าเป็นคนที่เขาหมั่นไส้ ก็จะถูกกระทุ้งแผล และคนที่ออกไปต่อสู้ ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกขีดข่วนให้เกิดแผล กรณีนี้ผมขอไม่ออกความเห็น เพราะผมก็ไม่รู้ หรือสิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ใช่ก็ได้ และมองว่าจะช้าจะเร็วแกก็ต้องโดนสักคดีหนึ่ง และถ้าโดนก็ต้องแก้กันไป”
หลังจากนี้หากได้รับการประกันตัวจะยังทำงานด้วยได้หรือไม่ พ.อ.นพ.ธวัชชัย บอกว่า ถึงจะออกหรือไม่ออก ก็ยังทำคดีแตงโมต่อไป แต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบเปลี่ยนยุทธวิธี
แท็กที่เกี่ยวข้อง อัจฉริยะเรืองรัตนพงศ์ ,ธวัชชัย กาญจนรินทร์