อาชญากรรม
"ทนายตั้ม" ลั่นอีกไม่นาน "อินฟลูฯ สายหนวด" ระวังหมายจับ เชื่อเส้นเงินกว่า 600 ล้าน จับตา "อัจฉริยะ" นอนคุกหรือไม่
2 ชั่วโมงที่แล้ว
46 views
นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน หรือทนายตั้ม ระบุถึงกรณีที่เพจดังออกมาเปิดเผยว่า เร็ว ๆ นี้ให้จับตาการออกหมายจับอินฟลูเอนเซอร์สายหนวด ข้อหายักยอกเงินมูลนิธิ 600 ล้านบาท โดยยืนยันว่า ไม่ใช่หนวดปลอมแน่นอน แต่น่าจะใช้เวลาอีกกว่า 1 เดือน ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินก่อน ตนเองจะรอดูความคืบหน้าการดำเนินคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นาน
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าอินฟลูฯ คนดังกล่าวกำลังวิ่งเต้นไม่ให้ศาลออกหมายจับ ทนายตั้ม ระบุว่า ตอนนี้มีผู้ใหญ่พยายามช่วยอินฟลูฯ คนดังกล่าวอยู่ ซึ่งต้องจับตาดูว่าผู้ใหญ่คนนี้จะช่วยได้หรือไม่ แต่เท่าที่รู้อินฟลูฯ คนนี้มีความพยายามในการวิ่งเต้นมาก ถึงแม้ว่าตัวจะยังอยู่ใกล้น้ำท่วม แต่ในใจกลัวตลอดเวลาเพราะรู้ตัวว่าทำอะไรมาบ้าง ซึ่งไม่มีทางปิดให้มิดได้เพราะมีเส้นทางการเงินโอนเข้าบัญชีมูลนิธิและบัญชีม้าอีก 10 บัญชี
ส่วนผู้ใหญ่ที่คอยให้ความช่วยเหลืออินฟลูฯ คนนี้ มีหลายคน ไม่ใช่แค่นักการเมือง ตนเองขอเตือนว่าผู้ใหญ่ที่ช่วยก็ต้องระวังไว้ด้วยว่ามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับอินฟลูฯ คนนี้หรือไม่ เพราะตอนนี้ดีเอสไอกำลังเช็กข้อมูลทางโทรศัพท์ของอินฟลูฯ และบุคคลใกล้ชิดว่ามีการติดต่อประสานงานกับใครบ้าง หากมีการช่วยเหลือในสิ่งที่ผิดกฎหมายก็อาจโดนจับไปด้วย แม้จะเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือนักการเมือง ครั้งนี้ก็อาจโดนไปด้วย
ทนายตั้ม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่โพสต์ถึง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่าตนเองก็รอเหมือนกัน (กูก็รอมึงมาเหมือนกัน) ก่อนกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำกำลังเข้าจับกุมนายอัจฉริยะตามหมายจับศาลอาญาในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน , ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ , ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย
ทนายตั้ม บอกว่า ตนเองได้ยินข่าวมาสักพักแล้วว่านายอัจฉริยะ กรรโชกทรัพย์ ไลฟ์แฉนายตำรวจและนักธุรกิจสีเทา แต่ก็ทำไม่สุด เพราะอยู่ ๆ ก็หายไป จึงสงสัยว่าทำไปเพื่ออะไร และมารู้ภายหลังว่านายอัจฉริยะ เรียกรับผลประโยชน์แลกกับการไม่ไลฟ์แฉ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือนักธุรกิจต่าง ๆ ที่ทำธุรกิจสีเทา กลายเป็นว่าได้ข้อมูลมาเปิดเผยให้คนอื่นรับรู้ แต่ไม่ได้ต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์หรือถูกดำเนินคดีจริง แต่ทำเพื่อให้ตนเองมีข้อต่อรองหรือพูดง่าย ๆ คือไปขอเงินเขาเพื่อแลกกับการไม่ถูกแฉต่อ ซึ่งวันนี้ฝีมันแตกแล้ว
ทนายตั้ม เปิดเผยอีกว่า ล่าสุดมีคนให้ข้อมูลมาอีกว่า มีกรณีชาวจีนให้นายอัจฉริยะ ไปทำเรื่องยื่นขอประกันตัวให้ โดยนายอัจฉริยะ รับเป็นนายประกันให้ที่โรงพักแห่งหนึ่ง วางหลักทรัพย์ประกันตัว 5 ล้านบาท พอคดีเสร็จก็มีการถอนหลักทรัพย์ออก นายอัจฉริยะไปรับเงินจำนวนดังกล่าวคืน แต่ไม่ได้นำเงินกลับไปคืนให้ชาวจีน ซึ่งจะมีการดำเนินคดีกลับกับนายอัจฉริยะด้วย
ส่วนที่ตนเองระบุว่าจะไปเยี่ยมนายอัจฉริยะ หลังถูกค้านการประกันตัวที่ สน.ทุ่งสองห้อง ทนายตั้ม บอกว่า คนแบบนี้คงไม่เสียเวลาไปเยี่ยมหรือซื้อข้าวไปให้ ต้องลุ้นอย่างเดียวว่าจะได้ประกันตัวหรือไม่ เพราะหากไม่ได้รับการประกันตัว นายอัจฉริยะก็ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ และโดยมาตรฐานของศาลอาญา คดีฟอกเงินหรือฉ้อโกงประชาชน เป็นการหลอกลวงเอาเงินของผู้ที่บริจาคเงินเข้าชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ถือเป็นการหลอกลวงคนจำนวนมาก มีความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยมาตรฐานแล้วจะไม่ได้รับการประกันตัว วันนี้ตนเองจะรอลุ้นดูว่าศาลจะมีดุลยพินิจในเรื่องนี้อย่างไร ศาลจะมีดุลยพินิจเหมือนคนทั่วไปหรือไม่ หรือศาลจะเมตตาให้นายอัจฉริยะ ได้ประกันตัว
ทนายตั้ม บอกว่า ตนเองถูกดำเนินคดีแค่ข้อหาฉ้อโกงธรรมดา ผู้เสียหายแค่ 1 คน ยังไม่ได้รับการประกันตัว ต่างกับนายอัจฉริยะ ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน อยากให้ประชาชนจับตาดูว่าวันนี้นายอัจฉริยะ จะได้เข้าเรือนจำหรือไม่ คาดว่าศาลจะมีคำสั่งออกมาช่วงเย็น หากศาลไม่ให้ประกันตัว นายอัจฉริยะ ก็ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ
ทนายตั้ม บอกว่า ตนเองเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ หากนายอัจฉริยะ เข้าเรือนจำ วันแรกอาจงง ๆ อยู่ ญาติจะเข้าไปเยี่ยมก็คงลำบาก เงินก็ยังฝากไม่ได้ อาจต้องกินข้าวแดงแกงร้อนไปก่อน อยากให้นายอัจฉริยะ กินข้าวบ้าง เพราะเห็นว่าถูกขังอยู่ที่ สน.ทุ่งสองห้อง กินข้าวไม่ลง สุขภาพทรุดโทรม และเท่าที่รู้มาไม่ใช่แค่ 3 คดี นายอัจฉริยะ ยังมีอีกหลายคดี
และขณะนี้มีผู้เสียหายหลายคนเกิดความกลัวนายอัจฉริยะ เพราะเป็นผู้มีอิทธิพล รู้จักตำรวจชั้นผู้ใหญ่ค่อนข้างเยอะ มีเส้นสายในกระบวนการยุติธรรมค่อนข้างมาก ผู้เสียหายจึงไม่กล้าออกมาแจ้งความดำเนินคดี แต่ตนเองเชื่อว่าหากนายอัจฉริยะ ไม่ได้ออกมา ก็น่าจะมีคดีอื่นตามมาอีกกว่า 100 คดี
แท็กที่เกี่ยวข้อง ทนายตั้ม ,อัจฉริยะเรืองรัตนพงศ์