สังคม
ฝากขัง "อัจฉริยะ" พร้อมพวก ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เจ้าตัวลั่นถูกกลั่นแกล้ง พร้อมฟ้องกลับทุกคน
12 ชั่วโมงที่แล้ว
70 views
ตำรวจกองปราบรวบ "อัจฉริยะ" และพวกรวม 6 คน ร่วมกันตบทรัพย์ ผกก.ตม.วันนี้ต้องคุมตัวไปฝากขัง แต่กลับพาหนีนักข่าวออกลานจอดรถหลังตึกไปฝากขังที่ศาลอาญา
ราวบ่าย 3 โมงวานนี้ (21 เม.ย.69) ตำรวจกองปราบปรามนำหมายจับศาลอาญา ข้อหากรรโชกทรัพย์ เข้าควบคุมตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านคลองประปา ก่อนจะคุมตัวไปที่ค้นพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านพักย่านสุขสวัสดิ์ ก่อนจะคุมตัวกลับเข้ามาที่กองปราบปราม กรณีเรียกรับเงิน 2 ล้าน 5 แสนบาท จากผู้กำกับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แลกกับไม่นำข้อมูลมาไลฟ์แฉเรื่องขบวนการลักลอบปล่อยตัวผู้ต้องกักชาวจีน
นอกจากนายอัจฉริยะแล้ว ตำรวจยังควบคุมตัวพันตำรวจเอก กวินศักดิ์ สังกัดตำรวจตระเวนชายแดน น.ส.วิภาดา ทนายความ สิบเอกสิทธิชัย คนสนิทของนายอัจฉริยะ นายจิรโรจน์ และภรรยา
ก่อนจะนำตัวเข้ามาที่กองปราบปรามตอน 6 โมงกว่า เพื่อสอบปากคำ โดยตำรวจนำตัวนาย อัจฉริยะ ไปที่อาคารจอดรถชั้น 2 และนำตัวเดินผ่านทางเชื่อมไป โดยกันนักข่าวไม่ให้เข้าในอาคาร จึงจะเห็นเพียงศีรษะของนายอัจฉริยะ ที่ช่องกระจกของทางเชื่อมเดินเข้าไปในอาคารเท่านั้น
นักข่าวจึงลองโทรศัพท์ไปสอบถามนายอัจฉริยะ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เจ้าตัวยืนยัน ถูกกลั่นแกล้ง และจะฟ้องกลับ 3 คนที่มาแจ้งความเขาแน่นอน ส่วนที่กล่าวหาว่ารับเงินจาก ผู้กำกับการ สตม.ก็ไม่มี ไม่เคยรับเงิน และยังบอกด้วยว่าชนวนเหตุมาจากเรื่องที่เขาออกแฉว่า ภรรยาผู้พิพากษาระดับสูง และผู้พิพากษามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงิน ช่วยวิ่งเต้นคดี แลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกควบคุมตัวใน ตม.สวนพลู
พร้อมส่งคลิปวงจรปิดที่ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมมาให้นักข่าว ในคลิปจะเห็นนาย อัจฉริยะ นั่งคุยกับผู้เสียหาย คือ ผู้กำกับเคน พันตำรวจเอก วัชรพล และมีผู้ชายอีก 1 คน ซึ่งระบุวันที่ในคลิป คือ 2 มกราคม 2569 เวลา 9 โมง 13 นาที เนื้อหาที่จับใจความได้ เป็นการเล่าเรื่องกระบวนการจับแก๊งคอลเซนเตอร์ แต่นายอัจฉริยะไม่ได้บอก หรืออธิบายว่า ในคลิปคือเหตุการณ์อะไร พูดคุยอะไรกัน
เมื่อคืนนี้ตำรวจสอบเครียดผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ตามกำหนดการวันนี้ตำรวจกองปราบปรามต้องนำตัวทั้งหมดไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง ซึ่งปกติตำรวจจะจัดระเบียบให้นักข่าวถ่ายที่ด้านหน้าตึก แต่ปรากฎว่าวันนี้ตำรวจก็เตรียมรั้วเหล็กมากั้นตามปกติ และนำรถมาจอดเหมือนเตรียมจะเอาตัวผู้ต้องหาไปศาลเหมือนคดีอื่นๆ แต่ปรากฎว่า 9 โมง 15 นาที นักข่าวประจำศาลแจ้งมาว่า ตำรวจแอบเอาตัวนาย อัจฉริยะกับพวก ออกลานจอดรถด้านหลังตึกไปที่ศาลอาญาแล้ว
ทีมข่าวสอบถามไปยังพลตำรวจตรีพัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม ก็ยอมรับว่าเอาตัวออกไปศาลตั้งแต่ 9 โมงแล้วจริง ซึ่งท้ายคำร้องฝากขังพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวทุกคน โดยระบุว่า 1 ในผู้ต้องหา เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน รวมถึงอาจไปข่มขู่พยาน จึงมีความจำเป็นต้องคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ขณะนี้ทีมข่าวไปเฝ้าอยู่ที่ศาลอาญา เพื่อลุ้นว่านายอัจฉริยะและพวกจะได้ประกันตัวชั่วคราวหรือไม่
สำหรับชนวนเหตุที่นายอัจฉริยะ ถูกแจ้งความฐานตบทรัพย์ เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปช่วงเดือนมีนาคมที่ นายอัจฉริยะออกมาแฉเรื่องขบวนการปล่อยตัวกลุ่มจีนเทา ที่อยู่ในห้องกัก สตม.
สำหรับแผนประทุษกรรมของกลุ่มผู้ต้องหา พบว่าทำกันเป็นขบวนการ เริ่มจากนายอัจฉริยะ ไลฟ์โจมตีพันตำรวจเอกวัชรพล เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลห้องกักของ สตม. ก่อนให้พันตำรวจเอกกวินศักดิ์ ซึ่งเคยรับราชการอยู่ใน สตม.รวมถึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.52 กับพันตำรวจเอกวัชรพล เข้าไปเจรจาพูดคุย อ้างว่าสามารถประสานเจรจายุติเรื่องราวกับนายอัจฉริยะได้ ก่อนจะนัดหมายมาเจอกัน
โดยวันนัดหมายครั้งแรกพันตำรวจเอกกวินศักดิ์ ได้เดินทางไปพร้อมกับ น.ส.วิภาดา ทนายความ และสิบเอกสิทธิชัย คนสนิท แล้วเจรจาเรียกเงิน 1 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติไลฟ์เรื่องนี้ แต่เจรจาครั้งแรกยังไม่สำเร็จ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไป
ต่อมา นางสาววิภาดา ก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปหาพันตำรวจเอกวัชรพล ผู้เสียหายอีกครั้ง และข่มขู่เรียกเงิน 2 ล้านบาท ก่อนจะนัดเจรจากันอีกครั้งกับคนกลุ่มเดิม และพันตำรวจเอกวัชรพล ยอมจ่ายเงินให้ตามข้อเรียกร้อง
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า พ.ต.อ.กวินศักดิ์นั้น จากการตรวจสอบประวัติเก่า พบว่า เคยมีเรื่องพัวพันกับคดีฉ้อโกงสหกรณ์ในพื้นที่ภาค 5 มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาทติดตัวอีกคดีด้วย
ล่าสุด โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยสำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งต้นสังกัดพิจารณาให้ "พันตำรวจเอกกวินศักดิ์" ออกจากราชการไว้ก่อน หลังมีชื่อพัวพันตบทรัพย์ โดยพลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งไปยังต้นสังกัด ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของพฤติกรรมข้าราชการตำรวจที่ถูกออกหมายจับ เนื่องจากมีหลักฐานที่ระบุชัดเจนว่า นายตำรวจคนดังกล่าวนั้นมีสังกัดอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ แต่กลับปรากฏมาอยู่ในพื้นที่นครบาล และอยู่ในขบวนการจนถูกออกหมายจับ
หากเข้าข่ายกระทำความผิด ผู้ถูกกล่าวหาก็จะจะต้องรายงานตัวต่อต้นสังกัดว่าต้องคดีอาญา จากนั้นต้นสังกัดก็จะรายงานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนที่จะพิจารณาในเรื่องของด้านการปกครอง เบื้องต้นคาดว่าจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/cIB29bZ3TrU
แท็กที่เกี่ยวข้อง อัจฉริยะเรืองรัตนพงศ์ ,คดีกรรโชกทรัพย์