อาชญากรรม

"น้องเทียน" เปิดใจถูกจับหิ้วกาแฟซุกไอซ์เข้าญี่ปุ่น แจงเช็กของแล้ว แพ็กเนียนมากไม่ได้เอะใจ เผยไม่กล้ารับหิ้วอีก

3 ชั่วโมงที่แล้ว

61 views

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงถึงกรณีหญิงไทยถูกจับที่ประเทศญี่ปุ่น ว่า ในวันที่ 12 กรกฎาคม เวลาประมาณ 07:00 น. มีการคุมตัวหญิงไทย ที่สนามบินฟุกุโอกะ เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับยาเสพติด ประเภทไอซ์ โดยใส่ในซองกาแฟสำเร็จรูปและสินค้าอื่นๆอีกหลายประเภท เช่น ชา น้ำพริก ปลากระป๋อง ซึ่งเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ข่าวยังไม่ถึงไทย และเพิ่งจะมารู้ว่ามีการจับกุม เมื่อวันที่ 26-27 กรกฎาคม จากนั้นทาง บช.ปส.จึงได้ร่วมกับ ป.ป.ส.จึงได้ร่วมกันดำเนินการสืบสวน ขอข้อมูลเบื้องต้นมาจากญี่ปุ่นเพื่อเร่งรัดหาตัวคนร้ายในไทย จึงมีการเปิดคดีตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีผู้กระทำผิดระหว่าง 2 ประเทศ ไม่ต่ำกว่า 3 คน และการสืบสวนขยายผลจนทราบว่ามีการดำเนินการเป็นขบวนการของแก๊งต่างชาติ

โดยพฤติการณ์คือ เริ่มต้นจากน้องเทียน มีกำหนดเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น วันที่ 11 กรกฎาคม โดยแอคเคาท์ชื่อ ING ING ได้มีการส่งพัสดุมาให้โดยจะฝากไปที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา) จากการสืบสวน ING ING คือนายแบง สัญชาติเวียดนาม โดยนายแบง เดินเข้ามา ผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร ในวันที่ 8 ก.ค. และในวันที่ 10 ก.ค. นายแบง ได้ไปซื้อของที่ห้างแห่งหนึ่งในย่านบางกะปิ โดยนำของที่ซื้อมาแพ็กรวมกับซองกาแฟ และจ้างคนส่งพัสดุจากแอปพลิเคชันไปส่งที่บ้านน้องเทียน ในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 21.20 น.


หลังจากนั้น นายแบง ได้เดินทางไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 จ.นครพนม เพื่อเดินทางออกนอกประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 ก.ค. โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน นายแบงได้มีการประสานงานไปยังนายถัง ชาวเวียดนาม ที่เป็นคนดูแลเรื่องเงินในขบวนการนี้ และเป็นคนสั่งการให้โอนเงินค่าของ และค่าพัสดุทั้งหมด ซึ่งนายถัง ก็ได้ประสานกับ น.ส.โฮ ซึ่งพบว่า น.ส.โฮ พำนักอยู่ในประเทศไทย และมีการเปิดบัญชีของไทยเพื่อใช้ในการโอนเงิน โดย น.ส.โฮ ได้ใช้บัญชีของตัวเอง โอนเงินเป็นค่าหิ้วของให้กับน้องเทียน จากการตรวจสอบบัญชีของ น.ส.โฮ ระยะเวลา 1 ปี พบว่ามีเงินหมุนเวียน 12 ล้านบาท และเป็นเงินที่เข้าและออกทันที โดยตำรวจได้มีการทำการจับกุม น.ส.โฮ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม ขณะนี้อยู่ในเรือนจำ ซึ่งตำรวจจะเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง

จากการสอบปากคำเบื้องต้น น.ส.โฮ ยังให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงว่าเป็นแค่คนบริหารเงิน โดยผ่านบัญชีของตัวเอง แต่อ้างว่าทำตามคำสั่งของนายแบง แต่ น.ส.โฮ ไม่ได้รับค่าจ้าง เนื่องจากเป็นหนึ่งในขบวนการอยู่แล้ว

ทั้งนี้แนวทางการสืบสวนยังพบว่า น.ส.โฮ กับนายเหงียน มีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยากัน และนายเหงียน เป็นน้องของนายถัง ที่อยู่ประเทศเวียดนาม ซึ่งขณะนี้ตัวของนายเหงียน ยังอยู่ในประเทศไทย โดยตำรวจ บช.ปส. ได้มีการเชิญตัวมาสอบปากคำไว้ในฐานะพยาน เพราะขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง โดยจะต้องมีการขยายผลเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามขบวนการนี้ตัวการใหญ่คือนายแบง ที่หนีออกนอกประเทศไปแล้ว

ส่วนไรเดอร์ส่งพัสดุที่ขับรถเก๋งสีขาว ตำรวจได้สอบปากคำไว้ในฐานะพยาน เนื่องจากไรเดอร์ทำงานนี้อยู่แล้ว และรับงานตามระบบปกติ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่เข้ามารับงานของขบวนการนี้ และไม่ได้เป็นคนเดียวกับที่ส่งพัสดุให้กับน้องเทียน ในครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ไรเดอร์ให้การเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่

เมื่อถามถึงการนำเข้าของการลักลอบนำเข้ายาเสพติด พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า การนำเข้ามี 2 รูปแบบ คือบรรจุมาจากต่างประเทศแล้วนำเข้ามา หรือนำยาเสพติดเข้ามาบรรจุในประเทศไทย ในประเด็นนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล

สำหรับคนรับพัสดุปลายทาง คาดว่าเป็นคนเดียวกันกับการส่งพัสดุครั้งแรก และคาดว่าจะสามารถจับกุมได้ในอนาคต

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า ทาง บช.ปส. และ ป.ป.ส. จะต้องมีการเข้มงวดในเรื่องของการตรวจสอบเรื่องนี้ให้มากขึ้น และขอเตือนประชาชนว่า

1. การส่งของประเภทนี้จะใช้ชื่ออวตารทั้งหมด และไม่ใช้ชื่อจริง

2. จะใช้เวลาระยะกระชั้นชิด เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายมีเวลาตรวจสอบสินค้า

3. ต้องดูลักษณะสินค้าที่ส่งว่าน่าส่งหรือไม่ และหาซื้อได้ง่ายในประเทศปลายทางหรือไม่

และ 4. และไม่แนะนำให้รับหิ้วเพราะจะมีกฎหมายหลายตัวเข้ามาพัวพันเช่นกฎหมายทางศุลกากรหรือกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบในเรื่องนี้

ขณะที่ น้องเทียน บอกว่า ตัวเองได้รับการติดต่อจ้างงานผ่านทาง LINE ให้รับหิ้วของไปส่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งยืนยันว่า ตัวเองได้ตรวจสอบสินค้าแล้วเห็นว่าเป็นประเภทของกินและขนมปกติ ซึ่งเนียนมากจนไม่ได้เอะใจอะไร แต่ขณะเดียวกันคำพูดที่สื่อสารในแชต บางครั้งก็แปลกๆ ลักษณะเหมือนเป็นการแปลภาษา ไม่ใช่คนไทย เช่น เวลาโอนเงินส่งข้อความมาบอกว่า “ฉันจะโอนเงินให้คุณเดี๋ยวนี้” เป็นต้น

ทั้งนี้ น้องเทียน ได้เตือนคนที่รับหิ้วของว่า หากเป็นไปได้ควรจะซื้อของแล้วนำมาแพ็กส่งเอง ไม่ควรรับของที่มีการแพ็กมาให้แล้ว อย่างตัวเองติดคุกอยู่ที่ญี่ปุ่นถึง 20 วัน โดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะถูกจับอีกนานแค่ไหน ซึ่งมองย้อนกลับไปแล้วไม่คุ้มกับเงินที่ได้รับมาเลย


เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะรับหิ้วของส่งอีกหรือไม่ น้องเทียน บอกว่า คงไม่รับอีกแล้ว

คุณอาจสนใจ

Related News