อาชญากรรม
ป.ป.ส. เผย "สาวไทย" ถูกญี่ปุ่นตั้ง 2 ข้อหาหนัก รับหิ้วของพบยาไอซ์ซุกในกาแฟ ลุ้นอัยการสั่งฟ้องหรือไม่ 31 ก.ค.
3 ชั่วโมงที่แล้ว
81 views
นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยถึงกรณีหญิงไทยถูกจับกุมที่สนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น หลังตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ ว่า ขั้นตอนดำเนินคดีของประเทศญี่ปุ่นแตกต่างจากหลายประเทศ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันชนิดและปริมาณยาเสพติดที่แท้จริงก่อน
เบื้องต้น ป.ป.ส. ทราบเพียงว่าพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ แต่ยังไม่ทราบปริมาณที่แน่ชัด หากผลสอบสวนพบว่าเป็นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดเพื่อการค้า มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต แต่ศาลญี่ปุ่นจะพิจารณาลงโทษตามพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งคดีลักษณะนี้มักได้รับโทษจำคุกประมาณ 5-10 ปี
โฆษก ป.ป.ส. กล่าวว่า ขณะนี้ทางการญี่ปุ่นประสานมาว่ามีการดำเนินคดีกับหญิงไทย ใน 2 ข้อหา ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทไอซ์ และความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของตำรวจญี่ปุ่น ซึ่งเบื้องต้นทางการญี่ปุ่นได้นำตัวฝากขังไว้ให้อัยการ ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม และจะครบกำหนดฝากขังในวันที่ 2 สิงหาคม แต่ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ จึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 31 กรกฎาคม ที่อัยการจะพิจารณาว่ามีคำสั่งฟ้องคดีหรือไม่ ทั้งนี้หากถูกสั่งฟ้อง จะถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดีภายใน 2 เดือน ถึงจะรู้คำตัดสินของคดี แต่หากอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาจะถูกผลักดันออกนอกประเทศ และเดินทางกลับประเทศไทยได้ทันที
นางสาวอารีภักดิ์ ระบุว่า ป.ป.ส. ได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานมีความร่วมมือกันอยู่แล้ว โดยญี่ปุ่นได้แจ้งข้อมูลการเดินทางของหญิงไทยรายดังกล่าว ซึ่งออกจากสนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม และถูกจับกุมเมื่อเดินทางถึงสนามบินฟุกุโอกะ ในวันที่ 12 กรกฎาคม ทำให้ ป.ป.ส. รับทราบความคืบหน้าของคดีตั้งแต่เริ่มต้น
ส่วนประเด็นที่ครอบครัวเชื่อว่าหญิงไทยเป็นเพียงผู้เสียหายและถูกหลอกใช้ นางสาวอารีภักดิ์ ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเหยื่อหรือเป็นผู้ร่วมขบวนการ เพราะเป็นอำนาจการสอบสวนของตำรวจญี่ปุ่น ซึ่งจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำ และตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ก่อนนำไปประกอบการพิจารณาของพนักงานอัยการว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ เช่นเดียวกับแนวทางที่เคยเกิดขึ้นในคดีลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ
สำหรับครอบครัวที่ยังไม่สามารถติดต่อผู้ถูกจับกุมได้ แนะนำให้ประสานผ่านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลและให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ ขณะที่การดำเนินคดีเป็นอำนาจของตำรวจญี่ปุ่นโดยตรง และขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเชื่อมโยงมายังประเทศไทยให้ดำเนินการสืบสวนเครือข่ายเพิ่มเติม
ส่วนกรณีผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “ing ing” ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงกับคดีอื่นนั้น นางสาวอารีภักดิ์ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเป็นบุคคลหรือขบวนการเดียวกัน เพราะลักษณะการตั้งชื่ออาจเป็นเพียงการใช้ชื่อซ้ำหรือชื่อที่คุ้นเคยกัน จึงต้องรอผลการสืบสวนและการขยายผลเพิ่มเติม โดยขณะนี้สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1 อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ
นอกจากนี้ โฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การซุกซ่อนยาเสพติดในซองกาแฟ ซองครีมเทียม หรือบรรจุภัณฑ์อาหารเสริม ถือเป็นรูปแบบที่พบได้เป็นประจำในคดียาเสพติด โดยมักสังเกตได้จากร่องรอยการตัดและซีลปิดซองใหม่ ซึ่ง ป.ป.ส. ได้ประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนมาโดยตลอด
พร้อมฝากเตือนผู้ที่รับจ้างหิ้วสินค้าหรือรับฝากของไปต่างประเทศ ว่า การนำสินค้าออกนอกประเทศโดยไม่สำแดงต่อศุลกากร ถือว่ามีความผิดตั้งแต่ต้น และเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เพราะไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร หรือสิ่งของภายในบรรจุอะไร หากพบว่าน้ำหนักหรือสภาพสิ่งของผิดปกติ ควรปฏิเสธการรับขนส่งทันที เช่น กรณีที่เคยพบการซุกซ่อนยาเสพติดในมะขามเปียก ซึ่งสามารถสังเกตได้จากน้ำหนักที่ผิดปกติ พร้อมย้ำว่าผู้ที่เลือกประกอบอาชีพรับหิ้วสินค้าจะต้องศึกษาข้อมูล ตรวจสอบสินค้า และเพิ่มความระมัดระวังให้มากที่สุด เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและต้องเผชิญโทษตามกฎหมายอย่างร้ายแรง
แท็กที่เกี่ยวข้อง หิ้วของญี่ปุ่น ,รับหิ้วของ ,ยาไอซ์ ,ป.ป.ส. ,ยาไอซ์ซุกซองกาแฟ